“มัตจะ” (Matcha) เป็นชาของประเทศญี่ปุ่น เพาะปลูกในพื้นที่ร่ม กว่าจะได้ชาชั้นเลิศต้องผ่านขั้นตอนสุดพิถีพิถัน เริ่มจากการเก็บใบชาครั้งแรกในรอบปี “Ichibancha” ให้รสชาตินุ่มนวลเขียวสดกว่าชนิดอื่น นำไปตากแห้ง และบดให้ละเอียดเป็นผงสีเขียวเข้ม เอกลักษณ์ของมัตจะอยู่ที่กลิ่นหอมและความเข้มข้น มีสารคาเทชิน (Catechin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างความตื่นตัวและเพิ่มการทำงานของสมอง ช่วยดีทอกซ์สิ่งที่ตกค้าง ช่วยควบคุมน้ำหนัก และทำให้ผ่อนคลาย “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอแนะนำร้าน “Little white house CAFÉ” ของ “มะต้อง–ทิพพยาพัศ ธีรพงศ์” อายุ 30 ปี และ “หนุน–ณัฐวัฒน์ ปวีตนาถนนท์” อายุ 29 ปี ผู้รอบรู้ในวิธีการชงมัตจะ แตกไลน์ออกมาเป็นร้าน “Hikari Matcha” อยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน ทั้งสองศึกษาลงลึกในรายละเอียดทุกมิติจริงๆ“Little white house CAFÉ” เป็นบ้านสีขาวหลังน้อย ตั้งอยู่ในซอยหมู่บ้านสวนพงษ์เพชร อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เข้าได้ทั้งฝั่งริมคลองประปา และทางถนนแจ้งวัฒนะ บ้านสีขาวสะอาดตาสมชื่อ ดูแล้วสบายใจ เปิดประตูกระจกเลื่อนบานใหญ่เข้าไปในร้าน รู้สึกผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมของมัตจะ และกาแฟอบอวลไปทั่วร้านคุณมะต้อง และคุณหนุน ตระเตรียมชุดชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ๆเอาไว้พร้อมสรรพ ทั้งถ้วยชง, กระชอนอันเล็กๆ สำหรับร่อนชา, ช้อนตักที่ทำจากไม้ไผ่ คุณมะต้องเริ่มสาธิตวิธีการชงมัตจะอย่างคล่องแคล่ว พร้อมเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่มร้อนแบบต้นฉบับสไตล์ “เพียวมัตจะ” ด้วยคุณภาพของผงมัตจะเกรดพิธีการ ที่เก็บเกี่ยวเป็นครั้งแรกในรอบปี ทำให้ได้รสชาตินุ่มละมุนสุดๆ “เดี๋ยวทำมัตจะ Cold Whisk ให้ชิมอีกแก้วค่ะ” เจ้าของร้านหันไปหยิบกล่องนมโอ๊ตจากตู้เย็น เพื่อนำมาชงกับผงมัตจะ นำเสนอเครื่องดื่มที่ชงผสมกับนมโอ๊ตเย็นล้วนๆ โดยไม่ใช้ความร้อน จากนั้นใช้แปรงเรซินที่เหมาะสำหรับการตีมัตจะกับนมให้เข้ากัน แบ่งเทนมลงไปผสมเป็น 3 รอบ รอบแรกคนจนผงมัตจะขึ้นเงา จากนั้นรอบสองค่อยเทนมเพิ่ม แล้วตีทวิสเป็นลักษณะตัวอักษร M หรือ W เพื่อให้ชากับนมเข้ากัน และรอบสามใส่นมเข้าไปคนให้เข้ากัน จากนั้นเทมัตจะที่นุ่มละมุนลงในแก้วบรรจุน้ำแข็งก้อนใหญ่ เพื่อรักษาอุณหภูมิและรสชาติ ทางร้านมีให้เลือกทั้งนมสด, นมโอ๊ต, ฟรีแลคโตส ความพิเศษของ “มัตจะ Cold Whisk” คือมีความเข้มข้นในตัว และได้กลิ่นหอมของมัตจะกับความมันของนมโอ๊ต คุณมะต้องเล่าว่า “ในช่วงที่มัตจะกำลังบูมมาก มีคนทำผงมัตจะที่มีส่วนผสมของแป้งมาจำหน่าย ข้อสังเกตในการพิสูจน์คุณภาพคือ เมื่อเทมัตจะลงในแก้วน้ำ มัตจะที่ดีจะละลายแตกตัวไม่จับเป็นก้อน ส่วนมัตจะที่ผสมแป้งจะมีการจับตัวเป็นก้อน ข้อสังเกตอีกอย่างคือ มัตจะเกรดพิธีการ คือเกรดที่เก็บเกี่ยวต้นฤดูกาลช่วงเดือนเมษายนของทุกปี จะมีสีเขียวเข้มไม่ติดสีเหลือง ยอดอ่อนมีความสดเขียวสวย ทำให้มีรสชาติไม่ขม, ไม่ฝาด และไม่เฝื่อน ถ้าติดสีเหลืองแสดงว่าเป็นเกรดต่ำกว่าเกรดพิธีการ โดยทางร้านเลือกใช้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ยาบูกิตะ, โอคุมิโนริ และนิชิโอะ มีราคาค่อนข้างสูง ประมาณ 10-15 บาทต่อกรัม” “ไปชมวิธีทำขนมไดฟุกุไหมครับ” คุณหนุนออกปากชวนคุณหนุนใช้สตรอว์เบอร์รีคัดไซส์ขนาดเท่าลูกปิงปอง ยังมีความเขียวอยู่เล็กน้อย เพราะไม่ต้องการให้สตรอว์เบอร์รีหวานฉ่ำเกินไป จากนั้นนำไส้ถั่วแดงมาปั้นแล้วคลึงเป็นแผ่นปิดทับรอบตัวผลสตรอว์เบอร์รี ก่อนแบ่งแป้งโมจิที่นวดเตรียมพร้อมไว้แล้ว มาปั้นเป็นก้อนกลมแล้วคลึงให้แบนคลุมทับไปอีกชั้น และนำไปคลุกแป้งเคลือบผิวชั้นนอก จากนั้นเก็บเข้าตู้เย็น เพื่อให้ไดฟุกุเซตตัว พอได้เวลาคุณหนุนนำมีดมาผ่าครึ่งผลเห็นไส้ในน่ารับประทานสุดๆ กัด “ไดฟุกุ” เข้าไปในคำเดียว สัมผัสถึงรสชาติของสตรอว์เบอร์รีที่อยู่ชั้นใน มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเข้ากันดีกับรสหวานมันของไส้ถั่วแดงที่เคลือบอยู่ชั้นกลาง บวกกับความเหนียวนุ่มของแป้งโมจิที่ห่อหุ้มชั้นนอก เคี้ยวร่วมกันแล้วอร่อย ปลุกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี “โมจิแบบเสียบไม้” เป็นแป้งโมจิไส้ถั่วแดงรสหวานกำลังดี เสิร์ฟคู่เป็นของว่าง เข้ากันดีเมื่อทานคู่มัตจะ Cold Whisk, มัตจะน้ำมะพร้าวสด, มัตจะโฟมน้ำมะพร้าว และมัตจะลาเต้ เท่านั้นยังไม่พอคุณหนุนยังนำ “โกโก้โฟมน้ำมะพร้าวสด” เสิร์ฟคู่กับ “ชีสเค้กเลมอน” ให้ชิมปิดท้าย ความเข้มข้นของโกโก้ไทยจากเชียงใหม่เพิ่มความมัน เมื่อปั่นเข้ากับวิปปิ้งครีม ทำให้โกโก้มีเลเยอร์ขึ้นเป็นโฟมอยู่ตัว เทลงไปในแก้วน้ำมะพร้าวสด ทำให้ได้รสชาติความเข้มข้นของโกโก้ และความหวานหอมของน้ำมะพร้าวสด ดื่มเข้าไปแล้วรู้สึกได้ถึงความสดชื่น ทานคู่กับ “ชีสเค้กเลมอน” รสชาติละมุนลิ้น ส่วนฐานทำจากแครกเกอร์ มีครีมชีสผสมน้ำผึ้งและเลมอน ได้ทั้งความหวานแล้วตัดรสเปรี้ยว ครีมชีสตีกับไข่บนกระทะร้อนๆ ผ่านการเคี่ยวจนทำให้เซตตัว จากนั้นนำมากรองเพื่อให้เนื้อเนียนละเอียด ทำให้ได้ครีมชีสเนื้อละมุนผสานกับกลิ่นหอมเลมอน เติมเต็มความสุขในวันพักผ่อนเป็นอย่างดี คุณหนุนเล่าว่า “เราสองคนมีความฝันอยากมีคาเฟ่เล็กๆเป็นของตัวเอง และได้รับความสนับสนุนจากครอบครัว มะต้องชื่นชอบ ชามัตจะมาก จึงเริ่มไปเรียนลงลึกในรายละเอียด เพื่อนำความรู้มาทำเครื่องดื่มมัตจะคุณภาพดีในราคาที่ลูกค้าเข้าถึงได้ อยากให้ทุกคนมาชิม มานั่งชิลๆ พักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ” สนนราคา เพียวมัตจะ 100 บาท, มัตจะ Cold Whisk 135 บาท, โกโก้โฟมน้ำมะพร้าวสด 90 บาท, ชาส้ม 85 บาท, ชิโอปัง 55 บาท, เลมอนชีสเค้ก 75 บาท, ไดฟุกุ ลูกละ 55 บาท, คุกกี้ช็อกชิพ, คุกกี้อัลมอนด์, คุกกี้ไวต์ช็อก ชิ้นละ 45 บาท และครัวซองต์แฮมชีส 95 บาท ร้าน “Little white house CAFÉ” เปิดทุกวัน วันธรรมดา 07.30-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 10.30-18.00 น. โทร. 06-4956-9292 หรือสั่งดีลิเวอรี GrabFood, LINE MAN และ ShopeeFood ค้นหาชื่อ Little white house CAFÉ.คุณชายแป๊ะคลิกอ่านคอลัมน์ “คุณชายตะลอนชิม” เพิ่มเติม