การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ทั้งเรื่องการฟื้นคืนชีพ การกลับชาติมาเกิด (resurrection และ reincarnation) มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ความพยายามอธิบายความต่อเนื่องของชีวิตหลังความตาย (continuity beyond biological death) ทั้ง 2 คำนี้มีรากศัพท์จากภาษาละติน resurrectio = การลุกขึ้นอีกครั้ง (resurgere) ส่วน reincarnatio = กลับเข้ามาในร่างใหม่ (re– =อีกครั้ง, caro = เนื้อ, ร่างกาย)Resurrection เป็นการคืนชีพของร่างเดิม ดังแนวคิดในคริสต์ศาสนาที่ว่าพระเยซูจะฟื้นคืนชีพมาในวันพิพากษาหรือวันสิ้นโลก (Judgement Day) ซึ่งมีนัยว่าทั้งร่างเดิมและจิตเดิมกลับมารวมกันใหม่ในทางวิทยาศาสตร์ปรากฏการณ์ที่ใกล้เคียงที่สุดคือการ resuscitation หรือการกู้ชีพทางการแพทย์ซึ่งรวมถึงการใช้ CPR, defibrillation, ECMO หรือการควบคุมอุณหภูมิเพื่อลดการตายของสมอง มีงานวิจัยทีม Yale University โดย Vrselja และคณะที่ตีพิมพ์ใน Nature ปี 2022 กลุ่มนี้สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทหมูหลังตายได้หลายชั่วโมงด้วยระบบ OrganExในแง่ neurobiology การตายของสมอง (brain death) หมายถึงการหยุดทำงานถาวรของทั้งสมองใหญ่ (cerebrum) สมองน้อย (cerebellum) และก้านสมอง (brain stem) โดยไม่มีการตอบสนองทางไฟฟ้าใดๆ ดังนั้นหากความตายเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงานของเครือข่ายประสาท (neural network activity) การคืนชีพในร่างเดิม จึงต้องอาศัยการฟื้นคืนของ network–level integration ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในชีวิตจริงเพราะระบบมันล้มเหลวไปแล้ว แต่จากปรากฏการณ์ near-death experience (NDE) ทำให้เกิดคำถามใหม่ ดังงานของ Sam Parnia และคณะใน AWARE II study พบว่าผู้ที่หัวใจหยุดเต้นนานกว่า 20 นาทีบางรายยังคงมีสัญญาณไฟฟ้าสมองรูปแบบ “lucid gamma oscillation” ซึ่งสัมพันธ์กับการรับรู้แบบมีสติ ความจริงนี้ทำให้คำว่า death อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดจริง แต่เป็นกระบวนการที่มีความต่อเนื่องไปอีกดังนั้นชีวิตอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับ viability ของเซลล์เท่านั้น แต่ขึ้นกับการรักษา homeodynamic pattern ของพลังงานในระบบ ซึ่งหากสามารถคงรูปแบบพลังงานนี้ไว้ได้ แม้ร่างกายหยุดทำงาน กระบวนการฟื้นคืนชีพก็เป็นเพียงการกระตุ้นให้ pattern กลับมาเชื่อมต่ออีกครั้ง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของ pattern identity ใน AIReincarnation เป็นการสืบต่อของจิตสำนึกเดิมข้ามร่าง เหมือนที่เรียกว่าเหล้าเก่าในขวดใหม่ การศึกษาเรื่องนี้เริ่มต้นจากงานวิจัยของ professor Ian Stevensonจาก University of Virginia (อ่านเพิ่มเติม https://www.facebook.com/share/p/17GQpfgQzb/? mibextid=wwXIfr) ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถพิสูจน์ mechanism ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการคงอยู่ของข้อมูลจิต (persistence ofmental information) ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมองเพียงอย่างเดียว จากความก้าวหน้าทาง quantum physics Roger Penrose และ Stuart Hameroff ได้เสนอทฤษฎี Orch-OR (Orchestrated Objective Reduction) ว่าจิตสำนึกเกิดจากการสั่นที่ synchronized กันระดับควอนตัมใน microtubules ของเซลล์ประสาทดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ รองประธานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและวิจัย ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิตหมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม