ในปี พ.ศ.2538 มีทีมนักบรรพชีวินวิทยาค้นพบซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลของเพลสิโอซอร์ (Plesiosaur) ในแหล่งขุดซากฟอสซิลที่รัฐไวโอมิง สหรัฐอเมริกา และได้นำมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Glenrock Paleontological Museum มานานหลายปีโดยที่ไม่ได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง นักวิจัยที่ศึกษาซากเพลสิโอซอร์ ให้ข้อสังเกตว่าโดยทั่วไปแล้วเพลสิโอซอร์ที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานทะเล จะพบได้ 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ เพลสิโอซอร์ที่มีคอยาวคล้ายงูมีศีรษะเล็ก และพวกคอสั้น ศีรษะมีกรามยาวคล้ายกับจระเข้ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีนักวิจัยได้วิเคราะห์ซากฟอสซิลเพลสิโอซอร์ที่พบในรัฐไวโอมิง ระบุว่าเพลสิโอซอร์ตัวนี้เป็นสัตว์เลื้อยคลานทะเลชนิดคอยาวและปากเหมือนจระเข้ ได้รับการตั้งชื่อว่า Serpentisuchops pfisterae ซึ่งจะเป็นจระเข้ก็ไม่ใช่ การวัดขนาดพบว่ามันมีความยาวประมาณ 7 เมตร อย่างไรก็ตาม แม้ซากจะถูกธรรมชาติอนุรักษ์ไว้อย่างดี แต่ก็มีส่วนที่ขาดหายไปนั่นคือส่วนของขาและเท้า ที่เชื่อกันว่าเป็นรูปใบพัด นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าฟันของมันมีรูปทรงกรวยยาว เรียบ และไม่ได้มีไว้สำหรับตัดเหยื่อ แต่เหมาะกับการจับและกินเหยื่อตัวเล็กๆ ที่สามารถเสียบเหยื่อด้วยฟันที่แหลมคมนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่ากระดูกสันหลังส่วนคอที่กว้างของ Serpentisuchops pfisterae บ่งชี้ว่ามีกล้ามเนื้อด้านบนกระดูกสันหลังที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้ศีรษะและคอเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว.(ภาพประกอบ Credit : iScience (2022). DOI: 10.1016/j.isci.2022.105033)