สหประชาชาติ ระบุว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่า ประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุหรือ Aging Society แล้ว และจะเป็น “สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ” เมื่อสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20คาดว่า ในปี 2561 ไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด และมากกว่าประชากรเด็ก และพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้การจัดอันดับของประเทศในเอเชีย ที่มีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุในปัจจุบัน พบว่า ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ เหตุนี้ การมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เห็นว่าบ้านเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมรองรับการเป็นสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึง เพราะผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เพราะความเสื่อมของสังขารตามธรรมชาติและโรคประจำตัวเรื้อรัง เวลาไม่สบายขึ้นมา ผู้สูงอายุยังต้องการการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุที่ว่า ใครที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม พอถึงวัยเกษียณออกจากงาน ก็จะสิ้นสภาพในการได้รับสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆของประกันสังคมด้วย ตรงนี้หากใครที่เคยมีงานประจำแล้วจ่ายเงินสมทบเข้าประกันสังคม พอเกษียณแล้วคงต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน ใช่ม้าด้วยเหตุนี้ สำนักงานประกันสังคม (ยุคใหม่) จึงได้ให้สิทธิแรงงานที่เกษียณอายุสามารถสมัครส่งเงินประกันตนเองมาตรา 39 ได้ แต่ต้องออกจากงานมาไม่เกิน 6 เดือน โดยส่งเงินสมทบเดือนละ 432 บาท หรือวันละประมาณ 15 บาท แต่ได้รับสิทธิประโยชน์เกือบเท่ากับที่เคยทำงานมา ต่างกันเพียงไม่ได้รับเงินชดเชยเมื่อว่างงานเท่านั้นเพราะรัฐบาลห่วงใยแรงงานสูงอายุ เมื่อเกษียณไม่ทำงานแล้ว แต่อยากให้มีสวัสดิการทางสังคม โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาลถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องและสามารถเลือกโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านได้ เพื่อสะดวกในการเดินทางและการที่แรงงานสูงอายุมาอยู่ในมาตรา 39 จะช่วยเสริมหลักประกันชีวิตที่มั่นคงให้กับผู้สูงอายุในระยะยาวไปในตัว แถมยังลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย เพราะนโยบายของรัฐจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน ฟังนโยบายนี้แล้วชื่นใจ ทำให้ผู้เกษียณจากการทำงานมีทางเลือกว่าจะส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมต่อไปหรือไม่? แถมค่าใช้จ่ายก็ไม่มาก กระนั้นอยากให้ภาครัฐช่วยดูแลผู้สูงอายุให้มากขึ้นด้วยการจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงวัยในด้านอื่นๆ เช่น สนับสนุนให้รวมกลุ่มกันออกกำลังกายในพื้นที่ที่จัดให้ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ, หรือการเดินทางให้ไปไหนมาไหนแบบไม่ต้องจ่ายสตางค์ได้ไหม? ค่อยๆช่วยผู้สูงอายุทีละนิดก็ได้นะ.คนสมถะ