นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ ผู้คนทั่วโลกก็จะได้เห็นโฉมหน้า iPhone 17 Series ตัวจริง หลังจากกระแสข่าวลือและภาพเรนเดอร์, ดัมมี่ที่หลุดมาจากซัพพลายเชน, นักข่าวและอินฟลูเอนเซอร์มาไม่หยุดตลอดหลายเดือน โดยคาดการณ์กันว่าแอปเปิลกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ในปีนี้ แอปเปิลไม่ได้เพียงแค่อัปเกรดประจำปี แต่เหมือนตั้งใจพลิกหน้าใหม่ให้ตระกูล iPhone ด้วยสมาชิกใหม่ที่ชื่อ iPhone 17 Air รุ่นที่บางที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา เพียง 5.5-6 มิลลิเมตร เบากว่า 150 กรัม แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับเรือธง iPhone 17 Air บางเฉียบที่สุดiPhone 17 Air ถูกวางให้แทนที่รุ่น Plus เดิม ขนาดหน้าจอ 6.6 นิ้ว จอ OLED ProMotion 120Hz พร้อมกระจก Ceramic Shield พอร์ต USB-C ถูกขยับตำแหน่งลงเล็กน้อยเพื่อลดความหนา ลำโพงล่างเหลือเพียงสองช่อง แต่ยังรองรับ MagSafe และได้ทั้งปุ่ม Action กับปุ่มใหม่ Camera Control สำหรับสั่งถ่ายภาพทันใจ แม้จะมีข่าวว่าพิจารณาทำรุ่นไร้พอร์ตเต็มตัว สุดท้ายก็ยังคงช่อง USB-C เอาไว้สำหรับ iPhone 17 Pro และ Pro Max ปีนี้เปลี่ยนจากไทเทเนียมมาเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด เพื่อให้น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดีขึ้น และกันกระแทกได้มากขึ้น คิ้วกล้องหลังเปลี่ยนเป็นแนวนอนขนาดใหญ่ สอดรับกับข่าวลือเรื่องเลนส์เทเลโฟโต้แบบปรับระยะ 5x และ 8x ได้จริงในเลนส์เดียวนับครั้งแรกที่แอปเปิลเพิ่มจอ ProMotion 120Hz และเทคโนโลยี LTPO ให้ครบทั้งสี่รุ่น จากเดิมที่ใช้เฉพาะรุ่น Pro พร้อมเพิ่มความสว่างสูงขึ้นราว 30% สำหรับการใช้งานกลางแดดจ้า ขนาดจอเรียงจากเล็กสุด iPhone 17 และ Pro ขนาดจอ 6.3 นิ้ว, Air 6.6 นิ้ว, จนถึง Pro Max 6.9 นิ้ว กล้องจากเซลฟี่ที่คมชัดสู่วิดีโอ 8KiPhone 17 ทุกรุ่นจะมีกล้องหน้า 24MP เป็นมาตรฐานใหม่ ส่วน Pro Max จัดเต็ม 48MP ครบสามเลนส์ และรองรับวิดีโอ 8K เป็นครั้งแรก ขณะที่รุ่น Pro และ Pro Max ยังได้เลนส์ซูมออปติคอลแบบ Variable ให้เลือก 5x หรือ 8x ได้โดยไม่ต้องพึ่งดิจิทัลซูม และยังมีข่าวลือว่ารุ่น Pro อาจใส่โหมดกล้อง Pro แยกเพื่อเอาใจเหล่าครีเอเตอร์iPhone 17 ใช้ชิป A19 รุ่นใหม่ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 3nm รุ่นปรับปรุง แรงขึ้น ประหยัดไฟขึ้น รุ่น Pro จะใช้ชิป A19 Pro ที่มีจีพียูแรงกว่า พร้อม RAM 12GB และ iPhone 17 Air ยังเป็นรุ่นแรกที่ใช้โมเด็ม 5G ออกแบบเองของแอปเปิล รองรับเฉพาะ sub-6GHz และเป็น eSIM-only ในทุกประเทศ แบตเตอรี่และการชาร์จสำหรับรุ่น Pro Max ได้เพิ่มขนาดแบตใกล้ๆ 4,700 mAh, รุ่น Pro ราว 3,700 mAh พร้อมโหมด AI Adaptive Power ใน iOS 26 ที่เรียนรู้การใช้งานเพื่อลดการกินไฟ รองรับชาร์จสายสูงสุด 35W และไร้สาย Qi2 ได้ถึง 25Wปีนี้ซอฟต์แวร์ได้เปลี่ยนเป็น iOS 26 ปรับดีไซน์โปร่งใสลึกมิติ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายอาทิ Live Translation ระหว่างคุยโทรศัพท์, Call Screening, Health Coach และปรับปุ่ม Action/Camera ได้ตามใจiPhone 17 รุ่นพื้นฐาน มีสีดำ, เงิน, น้ำเงิน, เขียว และม่วง iPhone 17 Air จะมีสีดำ, เงิน, ทองโทนอ่อน และน้ำเงินโทนอ่อน ส่วน iPhone 17 Pro และ Pro Max จะมีสีดำ, ขาว, เทา, น้ำเงินเข้มและสีใหม่สีส้มเข้มคาดการณ์ราคาและวันจำหน่าย iPhone 17 จะขยับมาเริ่มต้นที่ 849 ดอลลาร์สหรัฐฯ, iPhone 17 Air เริ่มต้น 899 ดอลลาร์, iPhone 17 Pro เริ่มต้น 1,049 ดอลลาร์ และ iPhone 17 Pro Max เริ่มต้นที่ 1,249 ดอลลาร์ กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 9 กันยายน, เปิดจอง 12 กันยายน และวางขาย 19 กันยายน 2568 จากการรวบรวมข่าวลือในปีนี้ แอปเปิลไม่ได้เป็นเพียงแค่อัปเกรดอุปกรณ์ตามปกติ แต่เป็นการยืนยันว่าพร้อมที่จะเสี่ยงและผลักดันขีดจำกัดไปสู่มิติใหม่ จากการออกแบบที่บางสุดขีดราวกับสินค้าจากศตวรรษหน้า ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีชั้นสูงที่เคยจำกัดเฉพาะรุ่น Pro มาให้ผู้ใช้ทุกกลุ่มได้สัมผัสในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนที่จะถึง เราอาจจะ เห็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของโลกสมาร์ทโฟนหลังจากที่เงียบไปนานหลายปีสำหรับสินค้าอื่นที่คาดว่าจะเปิดตัวพร้อมกันได้แก่ Apple Watch Series 11, SE 3, Ultra 3 หูฟัง AirPods Pro 3, Apple TV 4K รุ่นใหม่ และอุปกรณ์ HomePod 3.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทความไซเบอร์เน็ต” เพิ่มเติม