ชาวนาชราก้มลงหยิบดินขึ้นมากำหนึ่ง ดินนั้นไม่มีเสียงพูด ไม่มีทองคำฝังอยู่ และไม่เคยสัญญาว่าจะทำให้ใครร่ำรวย แต่เมื่อถึงฤดูหว่าน หากมีเมล็ดพันธุ์ดี มีน้ำ มีแรงคน และมีรัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วย ดินธรรมดาก็สามารถเลี้ยงผู้คนนับล้านได้จีนเข้าใจความจริงข้อนี้ดี 7 กันยายน พ.ศ.2569 จีนประกาศแผนเพิ่มเงินสนับสนุนชนบทและสร้างความมั่นคงทางอาหารไปจนถึง พ.ศ.2573 โดยใช้ทั้งงบประมาณของรัฐ สินเชื่อธนาคาร ประกันภัย พันธบัตร และเงินทุนจากภาคเอกชนธนาคารจะได้รับการส่งเสริมให้ปล่อยสินเชื่อแก่พื้นที่ผลิตข้าวและเมล็ดพันธุ์ การประกันภัยทางการเกษตรจะขยายความคุ้มครองต้นทุนและรายได้จากการปลูกข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด และถั่วเหลือง ขณะที่พื้นที่ผลิตธัญพืชสำคัญจะได้รับเงินชดเชยและการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจีนไม่ได้มองเมล็ดข้าวว่าเป็นเพียงสินค้าในตลาด แต่เห็นว่าเมล็ดข้าวทุกเมล็ดคือความมั่นคงของแผ่นดิน เพราะถ้าประเทศมีเครื่องบินรบ แต่ไม่มีข้าวให้ประชาชนกิน เครื่องบินเหล่านั้นก็ปกป้องประเทศจากความหิวไม่ได้ถ้าประเทศมีตึกสูง มีธนาคารใหญ่ และมีเงินสำรองมากมาย แต่ปล่อยให้ชาวนามีหนี้ ไม่มีที่นา ความมั่งคั่งเหล่านั้นก็อาจเป็นเพียงกำแพงสวยงาม ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางท้องทุ่งอันว่างเปล่าหันมองประเทศไทย เมล็ดพันธุ์กำลังเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือ FTA ไทย-EU สหภาพยุโรปเสนอเรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามหลัก UPOV 1991 ไว้ในหมวดทรัพย์สินทางปัญญา กติกานี้ให้สิทธิแก่นักปรับปรุงพันธุ์หรือบริษัทเจ้าของพันธุ์พืชใหม่ ในการควบคุมการผลิต ขยายพันธุ์ จำหน่าย ส่งออก นำเข้า และเก็บส่วนขยายพันธุ์ไว้เพื่อดำเนินการดังกล่าวระยะเวลาคุ้มครองขั้นต่ำโดยทั่วไปคือ 20 ปี ส่วนไม้ยืนต้นและองุ่นคุ้มครองอย่างน้อย 25 ปี เรื่องที่เกษตรกรไทยกังวลมากที่สุดคือ สิทธิในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในฤดูต่อไปภายใต้ UPOV 1991 เกษตรกรไม่อาจเก็บเมล็ดจากพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกต่อได้อย่างเสรีในทุกกรณี แม้รัฐบาลอาจกำหนดข้อยกเว้นให้เกษตรกรนำผลผลิตจากไร่นาของตนกลับไปปลูกในที่ดินของตนได้ แต่ข้อยกเว้นนั้นต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และต้องรักษาผลประโยชน์ของเจ้าของพันธุ์ด้วยหลักการนี้ต่างจากวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเก็บ คัดเลือก แบ่งปัน และแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์กันมาหลายชั่วอายุคนUPOV 1991 ยังขยายการคุ้มครองไปถึงพันธุ์พืชที่ได้มาโดยพื้นฐาน หรือ EDV ทำให้เจ้าของพันธุ์เดิมอาจมีสิทธิเหนือพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาต่อจากพันธุ์ของตนในบางกรณีผมขออธิบายอย่างเป็นธรรมว่า UPOV 1991 ไม่ได้ห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ทุกชนิด เพราะสิทธิของเจ้าของพันธุ์ใช้กับพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง และยังมีข้อยกเว้นสำหรับการทดลอง การวิจัย และการปรับปรุงพันธุ์บางประเภทพวกที่หนุนเห็นว่า การคุ้มครองที่เข้มแข็งจะจูงใจให้บริษัท มหาวิทยาลัย และนักวิจัย ลงทุนพัฒนาพันธุ์พืชใหม่มากขึ้น แต่ฝ่ายเกษตรกรกังวลว่า เมล็ดพันธุ์อาจมีราคาแพงขึ้น เกษตรกรอาจต้องพึ่งพาบริษัทมากขึ้น และสิทธิในการเก็บพันธุ์พืชไว้ปลูกต่ออาจแคบลง7 กันยายน พ.ศ.2569 เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติและยังไม่เป็นกฎหมายของไทย การเจรจารอบที่ 9 จัดขึ้นระหว่าง 22–30 มิถุนายน 2569 ส่วนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญายังต้องเจรจาต่อในรอบที่ 10 ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569คำถามของผมไม่ใช่เพียงว่า ไทยจะขายสินค้าให้ยุโรปได้มากขึ้นเท่าใด แต่ผมถามว่า เราจะรักษาสิทธิเกษตรกร พันธุ์พืชพื้นเมือง ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบแบ่งปันผลประโยชน์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 ไว้ได้เพียงใดรัฐบาลไทยไม่ควรรีบยอมรับเงื่อนไขใด ก่อนเปิดเผยข้อมูล รับฟังเกษตรกร และศึกษาผลกระทบอย่างละเอียด เพราะการเปิดตลาดสินค้าบางอย่างอาจแก้ไขได้ในภายหลัง แต่หากประเทศสูญเสียสิทธิในเมล็ดพันธุ์และฐานพันธุกรรมแล้ว อาจเรียกคืนได้ยากผู้อ่านท่านที่เคารพ ประเทศจะมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อชาวนายังมีที่ดิน เมล็ดพันธุ์ยังอยู่ในมือประชาชน และทุกบ้านยังมีข้าวสุก อยู่ในหม้อ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม