ไม่นานมานี้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นของสหรัฐฯได้มีการเผยแพร่สกู๊ปพิเศษ กระตุ้นความทรงจำว่ากองทัพยูเครนจำเป็นต้องได้รับอาวุธสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อต้านทานกองทัพรัสเซียโดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ระบบต่อต้านอากาศยานรุ่น “แพทริออท” อยู่ในสภาพ “หมดคลัง” กลายเป็นรถเปล่าที่ถูกจอดทิ้งไว้ในดงป่ารก ไม่สามารถช่วยยิงสกัดกั้นจรวดร่อนหรือขีปนาวุธของรัสเซียได้อีกต่อไปเป็นสิ่งที่ยืนยันชัดเจนว่า ยุโรปไม่มีของจะให้ต้องเก็บไว้ป้องกันประเทศตัวเอง ขณะที่สหรัฐฯจำเป็นต้องมีแพทริออทสำรองไว้รับมือสงครามอิหร่านในภูมิภาคเอเชียตะวันตก ตามที่มีรายงานจากศูนย์วิจัยด้านยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศว่า อาวุธสำคัญในการสกัดกั้นลูกยาว มีเหลือไม่ถึงพันนัดประเด็นการขาดแคลนจรวดแพทริออทของยูเครน ยังสอดคล้องกับรายงานจากสนามรบเช่นกัน โดยสายข่าวความมั่นคงในภาคสนามต่างพากันยืนยันว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเพลานี้ในสมรภูมิยูเครน คือการที่กองทัพยูเครนถูกเครื่องบินรบรัสเซียเข้ามาหย่อนระเบิดอย่างต่อเนื่องแน่นอนว่าก่อนหน้านี้ ฝูงบินรบรัสเซียได้ดัดแปลงระเบิดมาตรฐานของตัวเอง (ใส่ปีกให้ลูกระเบิด) เพื่อให้ร่อนสู่เป้าหมายได้ไกลขึ้น เครื่องบินจะได้ลดความเสี่ยงที่จะเข้าไปในรัศมีของระบบต่อต้านอากาศยาน แต่ในตอนนี้มีข้อมูลยืนยันว่า ฝูงบินรัสเซียได้บินเข้ามาทิ้งระเบิดในพื้นที่ที่เกือบจะเป็นแนวปะทะจากเดิมฝูงบินรัสเซียจะหย่อนไข่ในระยะที่ห่างจากเป้าหมายกว่า 80 กิโลเมตร โดยให้ระเบิดติดปีกร่อนไปสู่เป้าหมาย แต่ปัจจุบันฝูงบินรัสเซีย โดยเฉพาะเครื่องทันสมัยอย่าง Su-34 ได้เข้ามาในระยะต่ำกว่า 40 กิโลเมตร เรียกได้ว่าอีกนิดเดียวก็แทบจะบินอยู่เหนือสนามรบแถมยังเริ่มบินเข้ามาถี่มากขึ้น จากประมาณชั่วโมงละ 1 รอบ กลายเป็นชั่วโมงละ 4-5 รอบ กรณีนี้ได้แสดงให้เห็นว่า ระบบต่อต้านอากาศยานขั้นสูงอย่างแพทริออทอยู่ในสภาพหยุดทำงาน มิฉะนั้นเป็นการยากมากที่รัสเซียจะส่งเครื่องบินสำคัญเข้ามาเสี่ยงภัยการทิ้งระเบิดได้อย่างอิสระนั้นคือการครองน่านฟ้า มีการปะทะหรือการต้านทานที่เหนียวแน่นเกิดขึ้นที่ใด เครื่องบินก็สามารถเข้ามาทำลายให้ราบคาบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทัพรัสเซียสามารถรุกคืบไปได้เรื่อยๆ การขาดแคลนอาวุธกำลังเป็นปัจจัยเร่งให้สถานการณ์เลวร้ายลงสำหรับยูเครน.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม