ในปัจจุบันตัวเลขผู้ป่วย “โรคสมองเสื่อม” ทั่วโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ท่ามกลางความกังวลนี้เอง งานวิจัยชิ้นใหม่ ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Neurology Open Access เผยข้อมูลสำคัญว่า การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง 3 ประการ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 และการสูบบุหรี่ ในช่วงอายุ 45-65 ปี อาจช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมได้นานเกือบ 13 ปีนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใหญ่กว่า 12,400 คน ติดตามต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 26 ปี พบว่า ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงทั้งสามข้อตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษา สามารถใช้ชีวิตโดยปราศจากภาวะสมองเสื่อมนานเฉลี่ย 30.1 ปี ขณะที่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงครบทั้ง 3 ข้อ มีช่วงเวลาดังกล่าวเพียง 17.5 ปี นอกจากนี้ ยังมีโอกาสพัฒนาเป็นโรคสมองเสื่อมสูงกว่า 2 เท่า และมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงขึ้นกว่า 5 เท่ากลไกสำคัญคือความดันโลหิตสูง เบาหวาน และการสูบบุหรี่ ต่างร่วมกัน ทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงสมอง ทำให้การส่งออกซิเจนและสารอาหารลดลง จนเนื้อเยื่อสมองเสื่อมและเปราะบางผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตอย่างจริงจัง ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด เช่น แนวทาง DASH Diet ซึ่งเน้นผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ พร้อมลดโซเดียม ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาล ควบคู่กับการควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับให้เพียงพอสำหรับการเลิกบุหรี่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เริ่มต้นจากความตั้งใจจริง ร่วมกับการใช้ตัวช่วยทางการแพทย์ เช่น แผ่นแปะนิโคติน หมากฝรั่ง ยาเลิกบุหรี่ หรือการบำบัด พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันและสภาพแวดล้อมรอบตัวในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อลดสิ่งกระตุ้นและเพิ่มโอกาสเลิกได้สำเร็จแม้ไม่สามารถป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ 100% แต่ผลการศึกษานี้ตอกย้ำว่า การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่เนิ่นๆคือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคได้ในระยะยาว.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม