ศึกลูกหนังฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่แรก “ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าดวลกับ “สิงโตแห่งแอตลาส” โมร็อกโก แชมป์ทวีปแอฟริกา เกมนี้ทั้งสองทีมใส่กันยับแน่เพราะมีตั๋วรอบรองชนะเลิศเป็นเดิมพัน นัดนี้ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือชาวน้ำหอมจัดเต็มวางคีเลียน เอ็มบัปเป, ไมเคิล โอลิเซ, อุสมาน เดมเบเล, แบรดลีย์ บาร์กอลา ผนึกกำลังล่าตาข่าย ส่วนโมฮัมเหม็ด อูอาห์บี เฮดโค้ชโมร็อกโก จัดทัพชุดที่ดีที่สุดลงวาดลวดลายมีซูฟิยานราฮิมี, บราฮิม ดิอาซ และบิลลาล เอล คลานุส เป็นตัวทีเด็ด ฟาดแข้งวันที่ 9 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับไทยวันที่ 10 ก.ค. เวลา 03.00 น. ขณะที่ศึก “เวิลด์ คัพ 2026” รอบ 16 ทีมสุดท้าย “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ชนะ “มัมมี่” อียิปต์ 3-2 ตบเท้าผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ที่ดวลจุดโทษเอาชนะโคลอมเบียไปได้ 4-3ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 ก.ค. การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีมสุดท้าย “ตราไก่” ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่าจากยุโรป ดวลกับ “สิงโตแห่ง แอตลาส” โมร็อกโก แชมป์แอฟริกา ทีมล่าสุด เกมนี้ ฟาดแข้งกันที่บอสตัน สเตเดียม รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 9 ก.ค. เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 10 ก.ค. เวลา 03.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดความพร้อมล่าสุด ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือชาวน้ำหอมของทีมชาติฝรั่งเศส ยังต้องเช็กอาการของออเรเลียง ชูอาเมนี กองกลาง จากค่ายเรอัล มาดริด ก่อนว่าฟิตทันหรือไม่ หลังจากได้รับบาดเจ็บจนชวดเกมทุบปารากวัย 1-0 แต่ขุมกำลังอื่นๆอยู่กัน พร้อมหน้า เกมนี้ “เดเด้” จะยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆลงวาดลวดลาย ไมค์ เมนญอง รับหน้าที่ผู้รักษาประตูมือ 1 ลงเฝ้าเสาเหมือนเดิม ดาโยต์ อูปาเมกาโน, วิลเลียม ซาลิบา ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ส่วนฌูลล์ กุนเด และลูกัส ดีญ รับหน้าที่แบ็กขวาและซ้าย แดนกลางถ้าชูอาเมนีไม่พร้อม มานู โคเน จะทำหน้าที่ เคียงข้างอาเดรียง ราบิโอต์ กลางสนามต่ออีกเกม ไมเคิล โอลิเซ มิดฟิลด์ตัวรุกจากค่ายบาเยิร์น มิวนิก ผนึกกำลังอุสมาน เดมเบเล และแบรดลีย์ บาร์กอลา สร้างสรรค์เกมรุก แดนหน้าวางคีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้ากัปตันทีมที่กดไปแล้ว 7 ตุง ยืนหน้าเป้าล่าตาข่ายโมฮัมเหม็ด อูอาห์บี เฮดโค้ชทีมชาติโมร็อกโก ต้องเช็กอาการของอิสมาแอล ไซบารี กองหน้าตัวใหม่ ป้ายแดงของบาเยิร์น มิวนิก ก่อน ว่าเจ้าตัวยังสามารถจะลงเล่นใน “เวิลด์ คัพ” หนนี้ได้ต่อหรือไม่หลังจากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่บริเวณกล้ามเนื้อต้นขาหลังจากเกมที่ชนะแคนาดา 3-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างไรก็ตาม ขุมกำลังหลักตัวอื่นๆอยู่กันพร้อมหน้า เกมนี้จะยึดผู้เล่นจากเกมนัดล่าสุดลงวาดลวดลาย แนวรับมีอัชราฟ ฮาคิมี กัปตันทีมคุมแนวรับร่วมกับอิสซา ดิย็อป, ซาดี ริอัด และ นุสแซร์ มัสซารอวี ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ แดนกลาง อายยูบ บูอาดี, นีล เอล อัยนาอุย คุมจังหวะเกมอัซเซดีน อูนาฮี ที่ยิงคนเดียว 2 เม็ดในเกมนัดล่าสุด ผนึกกำลังบราฮิม ดิอาซ และบิลลาล เอล คลานุส ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางซูฟิยาน ราฮิมี ลงยืนหน้าเป้าเกมนี้ถือว่าเป็นมวยถูกคู่เลยทีเดียว ฝรั่งเศส อาจจะดูเหนือกว่าพอสมควร โดยเฉพาะเกมรุกที่ลั่น สกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่โมร็อกโกถือว่าไม่ธรรมดาสร้างปัญหาให้กับทุกทีมมีทีเด็ดอยู่ที่เกมโต้กลับเร็วที่ค่อนข้างอันตราย รูปเกมจะเป็นทาง “ตราไก่” ที่จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แม้ว่าทัพ “สิงโตแห่งแอตลาส” จะวางแผนมาเล่นอย่าง รัดกุมและคอยอาศัยจังหวะคอยป่วนอยู่บ้าง แต่สุดท้ายจะเป็นทัพ “เลอ เบลอส์” ที่อาศัยจังหวะ เข้าทำ ที่เด็ดขาดของเอ็มบัปเป, โอลิเซ, เดมเบเล, บาร์กอลา ช่วยกันยิงพาทีมเก็บชัยชนะไปได้ในท้ายที่สุดขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีม คู่แรกเมื่อช่วงดึกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าจากอเมริกาใต้ พบกับ “มัมมี่” อียิปต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกา เกมนี้ใครชนะก็จะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเปิดฉากมาเป็นทางอาร์เจนตินาเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันทีแต่ก็ยังทำได้แค่หวาดเสียว แต่นาทีที่ 15 ยัสเซอร์ อิบราฮิม ก็ยิงให้อียิปต์ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 นาทีที่ 21 “ฟ้า-ขาว” มาได้จุดโทษ แต่ลิโอเนล เมสซี ยิงจุดโทษไปติดเซฟของผู้รักษาประตูทัพมัมมี่ นาทีที่ 67 มุสตาฟา ซิโก หลุดไปยิงให้อียิปต์ ฉีกหนีไป 2-0 นาทีที่ 79 คริสเตียน โรเมโร โหม่งบอลเข้าไป ตุงตาข่ายให้อาร์เจนตินาไล่ตามมาเป็น 1-2 นาทีที่ 83 เมสซีมาแก้ตัวยิงประตูสุดสวยให้แชมป์เก่าตามตีเสมอ 2-2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 3 เอ็นโซ เฟร์นันเดซ มาโขกประตูชัยให้อาร์เจนตินาพลิกกลับมาชนะอียิปต์ไป 3-2 ตบเท้าเข้าสู่รอบ 8 ทีม สุดท้าย เข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่างสวิตเซอร์แลนด์ หรือโคลอมเบียคู่ต่อมาลงเตะเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ดวลกับ “ลอส กาเฟตรอส” โคลอมเบีย เกมนี้ทั้งสองทีม เปิดเกมแลกกันตลอดทั้งเกม แต่ก็ไม่สามารถยิงประตูกันได้ครบ 90 นาทีเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที แต่ทั้งสองทีมก็ยังไม่สามารถ ยิงประตูกันได้อีกครบ 120 นาที เสมอ 0-0 ต้องตัดสินกันด้วยการยิงจุดโทษ ผลปรากฏว่าสวิตเซอร์แลนด์ยิงแม่นกว่าเอาชนะโคลอมเบียไปได้ 4-3 จากชัยชนะ ในเกมนี้ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ตบเท้าเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปเจอกับ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ในวันที่ 11 ก.ค.นี้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่