เย็นวันพฤหัสบดี 13 ตุลาคม 2016 ขณะกำลังนั่งเจรจากับแขกต่างประเทศ มีข่าวจากสำนักพระราชวังว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราชพวกเราชาวไทยทั้งโต๊ะพูดไม่ออก น้ำตาไหล ผมเองรู้สึกใจหายกับการสูญเสียพระผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ บรรยากาศการสนทนาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกตะวันตกบนโต๊ะคงสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงมีความรู้สึกเศร้าโศกร่วมกัน และแสดงออกเปิดเผยอย่างนี้ผมเข้าใจความสงสัยของชาวต่างชาติร่วมโต๊ะ เพราะประเทศของพวกเขาไม่มีบุคคลใดได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ จึงไม่อาจจะเข้าใจความรู้สึกของพวกเราชาวไทยที่ร่วมโต๊ะในวันนั้นได้ตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีครั้งที่ 2 เมื่อ 20 มกราคม 2025 ทรัมป์ให้สัมภาษณ์และโพสต์หลายครั้งว่า ประชาชนคนอิหร่านต่อต้านผู้นำสูงสุด และคณะผู้นำของตนเอง สหรัฐฯในฐานะผู้นำโลกจำเป็นต้องเข้าไปปลดปล่อยและเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทรัมป์ไม่ใช่แค่พูด 28 กุมภาพันธ์ 2026 มีการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลแบบเจาะจงเป้าหมายจากระบบข่าวกรองและการเฝ้าติดตาม ทำให้คณะผู้นำของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูงเสียชีวิตรวมทั้งหมด 48 คน (อ้างคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์)ผู้ที่เสียชีวิตในวันนั้น มีผู้นำสูงสุดคือ ซัยยิด อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี รัฐมนตรีกลาโหม ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายทหารและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอีกหลายคนหลังจากนั้น ทรัมป์และอิสราเอลพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองของอิหร่าน แต่การประเมินของสหรัฐฯและอิสราเอลผิดพลาดอย่างมาก เพราะคนอิหร่านส่วนใหญ่ยังนิยมและศรัทธาผู้นำ โดยที่ทรัมป์ซึ่งเป็นชาวตะวันตกที่มาจากประเทศที่ไม่มีจิตวิญญาณและไม่มีศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ไม่มีทางเข้าใจเมื่อถูกโจมตีจากกองทัพต่างชาติและเผชิญภัยจากภายนอก ประชาชนคนทั้งอิหร่านยิ่งสนับสนุนรัฐบาลมากขึ้น แม้สหรัฐฯและอิสราเอลพยายามเข้าไปช่วยพวกต่อต้านรัฐบาลหลายกลุ่ม แต่แรงสนับสนุนจากภายนอกก็ไม่สามารถสู้ความมั่นคงทางจิตใจของชาวอิหร่านได้สถานการณ์ในอิหร่านหักปากกาเซียนนักวิเคราะห์ทั้งหลายจากฝั่งตะวันตก ที่หลายคนมองว่าการปกครองเดิมของอิหร่านที่แก่นของระบบคือวิลายัต อัล-ฟะกีฮ์ หรือการปกครองโดยนักนิติศาสตร์อิสลามชีอะฮ์ (นักบวชเป็นผู้นำสูงสุด มีอำนาจเหนือประธานาธิบดี รัฐสภา กองทัพ ศาล และนโยบายใหญ่ของประเทศ) จะต้องล่มสลายภายในเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2026การโจมตีจากต่างประเทศทำให้เกิดปรากฏการณ์รวมตัวกันเพื่อเผชิญภัยจากภายนอก คนที่เดิมอาจเคยวิจารณ์รัฐบาลก็หันมาสนับสนุนเพื่อแสดงความเป็นเอกภาพของชาติ มีการชุมนุมและพิธีไว้อาลัยขนาดใหญ่ในหลายเมือง พร้อมแสดงจุดยืนต่อต้านสหรัฐฯและอิสราเอลสื่อหลายสำนักระบุว่า พิธีศพของซัยยิด อายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2026 (เลื่อนมาหลายเดือนเนื่องจากสงคราม) มีผู้เข้าร่วมถึง 20 ล้านคน มีผู้นำระดับประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และตัวแทนของรัฐเข้ามาร่วมพิธีจำนวนมากหลังจากมีภาพประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีศพอดีตผู้นำสูงสุดในกรุงเตหะราน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์นักข่าวแอกซิออสเมื่อ 5 กรกฎาคม 2026 (ตามเวลาในสหรัฐฯ) ว่า “I though people hated him.” “ผมเคยคิดว่าประชาชนเกลียดเขาเสียอีก”เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ผู้คนอิหร่านร้องไห้เพื่อไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก ทรัมป์ตอบว่า “Maybe it’s fake tears.” บางทีอาจจะเป็นน้ำตาปลอมก็ได้ หลังจากนั้น ทรัมป์ก็พูดว่า “One shot can take them all out.” “ยิงทีเดียวก็ตายกันทั้งหมด” ประโยคนี้ทรัมป์ อาจจะหมายถึง การที่คนอิหร่านมาชุมนุมสุมกันมากๆ สหรัฐฯยิงขีปนาวุธไปถล่มทีเดียวก็ตายกันทั้งหมด ไม่ต้องส่งทหารไปรบให้เสียเวลาเวลาต่อมา ทรัมป์ก็ออกมาอธิบายเรื่อง One shot can take them all out. ว่า “We’re not going to do it because then we’d have nobody to negotiate with.” แต่เราไม่ทำเพราะถ้าทำ เราก็จะไม่มีใครเหลือไว้เจรจาด้วยคำพูดเหล่านี้ของทรัมป์ คนด่ากันทั้งโลก.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม