หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯช่วยเยอรมนีฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านแผนมาร์แชล โดยให้เงินเยอรมนีตะวันตกตั้งแต่ ค.ศ.1948 เพื่อฟื้นฟูโรงงาน ถนน ระบบคมนาคม และอุตสาหกรรม จนเกิดปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจของเยอรมนีช่วงสงครามเย็น เยอรมนีตะวันตกเป็นประชาธิปไตย เยอรมนี ตะวันออกยึดลัทธิการปกครองตามแบบโซเวียต สหรัฐฯส่งทหารจำนวนมากมาประจำการในเยอรมนีตะวันตก เพื่อป้องกันการคุกคามจากโซเวียตและรับประกันความมั่นคงของเยอรมนีเป็นเวลานานหลายทศวรรษสหรัฐฯหนุนเยอรมนีตะวันตกเข้าเป็นสมาชิกนาโตเมื่อ ค.ศ.1955 ทำให้เยอรมนีได้รับการคุ้มครองภายใต้หลักการ ‘โจมตี 1 ประเทศเท่ากับโจมตีทุกประเทศ’สหรัฐฯสนับสนุนการรวมประเทศเยอรมนี หลังกำแพงเบอร์ลินพังทลายเมื่อ ค.ศ.1990 สหรัฐฯลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีบริษัทอเมริกันจำนวนมากในเยอรมนี ทำให้เยอรมนีกลายเป็นหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกสหรัฐฯตั้งฐานทัพหลายแห่งในเยอรมนี เช่น ฐานทัพอากาศแรมชไตน์ ที่ใช้เป็นศูนย์กลางปฏิบัติการทางทหาร ช่วยฟื้นฟูประชาธิปไตยหลังการล่มสลายของระบอบนาซี ช่วยร่างระบบการปกครองใหม่ และสร้างสถาบันประชาธิปไตยในเยอรมนีตะวันตก24-25 มิถุนายน 2026 ทรัมป์พูดกับนายมาร์ก รึตเตอ เลขาธิการนาโต ทำนองไม่พอใจที่ชาติพันธมิตรนาโต โดยเฉพาะเยอรมนี ไม่เข้าร่วมในปฏิบัติการทางทหารและสงครามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทรัมป์พูดว่า “ผมต้องการแค่ความภักดี คุณก็รู้ เรา (สหรัฐฯ) ภักดีต่อเขามาก เราต่อสู้เพื่อพวกเขามาตลอด”พอข่าวถึงหูพวกเยอรมนี นายบอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันออกมาโต้เรื่องความภักดีแบบหลับหูหลับตา บอกว่า “อ้า นาโตเป็นพันธมิตรที่อยู่บนความร่วมมือและความเท่าเทียม ไม่มีรัฐสมาชิกใดที่ใช้สิทธิ ใช้อำนาจบังคับเจตจำนงของชาติอื่น”รัฐมนตรีกลาโหมบอกว่า “เยอรมนีส่งสัญญาณชัดเจนว่า ไม่ขอเข้าร่วมปฏิบัติการเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามที่สหรัฐฯขอ เพราะไม่ใช่สงครามของเรา” “เรื่องงบประมาณก็เหมือนกัน เยอรมนียอมรับเรื่องการเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศตามข้อเรียกร้องของนาโต แต่เพิ่มเพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงของเยอรมนีเอง ไม่ใช่ทำตามคำสั่งของสหรัฐฯ”ผู้อ่านท่านยังจำได้นะครับ ตอนที่สหรัฐฯกับอิสราเอลชุมนุมสุมหัวกันเล่นงานอิหร่าน และชำเลืองสายตาไปขอให้เยอรมนีช่วย แต่เยอรมนีทำไม่หือไม่อือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯจึงขู่ว่า สหรัฐฯจะถอนกำลังทหารอเมริกัน 5,000 นายออกจากยุโรปและเยอรมนีภายในเวลา 6-12 เดือนข้างหน้าอีกเรื่องหนึ่งซึ่งทำให้ทรัมป์งอนเยอรมนีก็คือ การเดินหน้าโครงการท่อก๊าซรัสเซีย-เยอรมนี (นอร์ดสตรีม 2) นี่เป็นเรื่องที่สหรัฐฯค้านมาตลอด ทรัมป์มองว่า ถ้าโครงการท่อก๊าซนี้สำเร็จ ยุโรปจะพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียมากขึ้น (ก่อนสงครามรัสเซีย-อูเครน เยอรมนีหนุนโครงการท่อก๊าซนอร์ดสตรีมเพราะสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้เยอรมนี)ทรัมป์ลากเรื่องราวแต่หนหลังเมื่อครั้ง ค.ศ.2003 ที่เยอรมนีไม่ช่วยสหรัฐฯทำสงครามกับอิรัก และหลังจากที่สหรัฐฯถอนตัวจาก JCPOA เมื่อ ค.ศ.2018 ช่วงนั้นทรัมป์เป็นประธานาธิบดีครั้งแรก ทรัมป์ถอนจากข้อตกลงฯ แต่เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ ยังรักษาข้อตกลง เรื่องนี้เป็นแค้นฝังหุ่นของทรัมป์มาตลอดผู้อ่านท่านครับ ข้อตกลง JCPOA คือข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับ 6 ชาติมหาอำนาจของโลก เพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ มหาอำนาจในตอนนั้นมีสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย จีน โดยมีอียูทำหน้าที่ประสานการเจรจาทรัมป์เป็นคนที่เจ้าคิดเจ้าแค้น พอเยอรมนีไม่ช่วยสหรัฐฯและอิสราเอลรบกับอิหร่าน ทรัมป์ก็ลากเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งตั้งแต่ ก. ถึง ฮ. ออกมาให้เยอรมนีรำลึกนึกถึงบุญคุณสหรัฐฯ โดยบอกว่า สหรัฐฯยอมให้เยอรมนีได้เปรียบดุลการค้ามาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการส่งรถยนต์เยอรมันเข้าสู่ตลาดอเมริกัน เมื่อเยอรมนีไม่มีใจตอบแทนบุญคุณ ต่อไปนี้สหรัฐฯจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากเยอรมนี4 กรกฎาคม 2026 สหรัฐฯก่อตั้งประเทศมาครบ 250 ปี เป็นการเฉลิมฉลองที่เงียบเหงาเหาหงอยหอยเสียบเลียบป่าชายเลนกระเบนย่าง ไม่ประทับใจประชาชนคนทั้งโลก แถมยังเป็นจังหวะเดียวกับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯลดน้อยถอยลงไปอย่างมาก ทั้งที่ก่อนสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน สหรัฐฯยังคงเป็นมหาอำนาจเดี่ยว ทว่า อ้า ตอนนี้ไม่น่าจะใช่แล้วครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม