“จาง เจี้ยน เว่ย” เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ส่งสารเมื่อสัปดาห์ก่อน ระบุว่าวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และวันครบรอบ 51 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทยนับเป็น 105 ปี แห่งการเดินทางกรำแดดกรำฝน พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำพาประชาชนชาวจีนผ่านพ้นความยากลำบากและความท้าทายต่างๆนานา ไปสู่การก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด จากการลุกขึ้นยืนสู่ความมั่งคั่ง ไปสู่ความแข็งแกร่ง ได้สร้างปาฏิหาริย์สองประการ ได้แก่ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่การประชุมสมัชชาแห่งชาติพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 จีนได้ขจัดความยากจนขั้นรุนแรงได้สำเร็จในประวัติศาสตร์ ก้าวเข้าสู่ยุคการพัฒนาคุณภาพสูงอย่างเต็มตัว รักษาตำแหน่งประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เสริมสร้างบทบาทในเวทีโลกอย่างมีนัยสำคัญ และบูรณาการกับโลกอย่างลึกซึ้ง สร้างประโยชน์ร่วมกันและโอกาสในการพัฒนาอย่างกว้างขวางสำหรับประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยยึดมั่นในหลักการแสวงหาความสุขให้แก่ประชาชน ฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาติ และความปรองดองร่วมกันของโลก ภายใต้การนำของแนวคิดทางการทูตของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดำเนินความริเริ่มระดับโลกที่สำคัญทั้ง 4 ประการอย่างแข็งขัน สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ความเป็นธรรม และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะเป็นผู้สร้างสันติภาพโลก ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโลก ผู้ปกป้องระเบียบระหว่างประเทศ และผู้ให้บริการสินค้าสาธารณะแก่โลกจีนเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ของประเทศไทยมาโดยตลอด 51 ปีแห่งความทุ่มเท ความพยายามและผลิดอกออกผลเป็นความสำเร็จที่งดงาม ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จีนและไทยก็ยืนหยัดการเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน.คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม