ศึกลูกหนังฟุตบอลโลก 2026 วันนี้ เป็นเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟาดแข้งกัน 2 คู่ “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัยดวลกับ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ทีมแกร่งจากยุโรป ทั้งสองทีมในทัวร์นาเมนต์นี้มีเกมรุกที่ค่อนข้างดุดันและอันตราย เกมนี้กองหน้าใครคมกว่าคว้าตั๋วลุยรอบ 8 ทีม ไปครอง อีกคู่ “สิงโตคำราม” อังกฤษ หนึ่งในเต็งแชมป์เจอกับ “จังโก้” เม็กซิโก เจ้าภาพร่วม แม้ “ทรีไลออนส์” จะมีขุมกำลังเหนือกว่า แต่ก็ไม่ง่ายจะทะลวงแนวรับเจ้าถิ่นที่ยังไม่เสียประตูเลยในทัวร์นาเมนต์นี้ ขณะที่ศึก “เวิลด์ คัพ 2026” รอบ 32 ทีม เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ตามเวลาประเทศไทย “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่า หืดจับต้องเล่นถึง 120 นาที กว่าจะโค่น “ฉลามสีน้ำเงิน” หมู่เกาะเคปเวิร์ดไปได้ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอ “มัมมี่” อียิปต์ ทีมแกร่งจากแอฟริกาที่ดวลจุดโทษชนะ “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย 4-2 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1 ปิดท้ายกันที่โคลอมเบียที่เชือดกานา 1-0 ผ่านเข้ารอบเจอกับ “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ในรอบ 16 ทีม โดยจะฟาดแข้งกันในวันที่ 7 ก.ค.นี้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย วันนี้ฟาดแข้งกัน 2 คู่ 2 สนาม คู่แรกของวัน “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัยจากอเมริกาใต้ พบกับ “ไวกิ้ง” นอร์เวย์ ทีมแกร่งจากยุโรป เกมนี้ฟาดแข้งกันที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 5 ก.ค. เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 6 ก.ค. เวลา 03.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียนของบราซิล ได้รับข่าวดี ราฟินญา ปีกตัวเก่งหายเจ็บกลับมา แต่ยังไม่พร้อมลงสนามในเกมนี้ ต้องเรียกความฟิตอีกระยะ ส่วนตำแหน่งอื่นๆไม่มีปัญหา จะยึดผู้เล่นจากเกมพลิกชนะ ญี่ปุ่น 2-1 ลงสนาม แนวรับวางมาร์กินญอส, กาเบรียล มากัลเญส ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ดานิโอล, ดักลาส ซานโตส รับหน้าที่แบ็กขวาและซ้าย คาเซมิโร กองกลางจอมเก๋าขับเคลื่อนเกมกลางสนามร่วมกับลูกัส ปาเกตา, บรูโน กิมาไรส์ แดนหน้าวางวินิซิอุส จูเนียร์ ผนึกกำลัง รายาน, มาเตอุส กุนญา ยืนเป็น 3 ประสานแดนหน้าล่าตาข่ายสตาเล โซลบัคเคน กุนซือทีมชาตินอร์เวย์ จะยึดผู้เล่นจากเกมโค่น ไอวอรีโคสต์ 2-1 แนวรับวางทอร์บียอร์น เฮกเกม, คริสโตเฟอร์ เอเยอร์ ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ซานเดอร์ แบร์เก, แพทริก เบิร์ก คุมจังหวะเกม มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมตัวเก่งรับหน้าที่ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางเออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าร่างยักษ์ที่กดไป 5 ตุงผนึกกำลัง อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, อันโตนิโอ นูซา ยืนเป็น 3 ประสานล่าตาข่ายบราซิลฟอร์มเริ่มเข้าที่เข้าทางค่อนข้างดุดันและเด็ดขาดทั้งเกมรุกและรับ การเจอกับนอร์เวย์ นัดนี้ขุมกำลังโดยรวม “แซมบ้า” เหนือกว่าเล็กน้อย จะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่ง่ายที่จะเจาะแนวรับ “ไวกิ้ง” ได้ แถมทีมดังจากสแกนดิเนเวียยังมีทีเด็ดอยู่ที่จังหวะโต้กลับเร็วทั้ง ฮาแลนด์, ซอร์ล็อธ, นูซา น่าจะสร้างปัญหาให้อดีตแชมป์โลก 5 สมัยได้ตลอดทั้งเกม อย่างไรก็ตาม สุดท้ายจะเป็นทัพ “เซเลเซา” ที่ครบเครื่องมากกว่าจะบดเอาชนะไปได้ในที่สุดอีกคู่ “จังโก้” เม็กซิโก หนึ่งในเจ้าภาพร่วม ดวลกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ หนึ่งในเต็งแชมป์จากทวีปยุโรป เกมนี้ฟาดแข้งกันที่เม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียม เม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก วันที่ 5 ก.ค. เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 6 ก.ค. เวลา 07.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดฆาเบียร์ อากีร์เร กุนซือทีมชาติเม็กซิโก สภาพทีมค่อนข้างพร้อมจะยึดผู้เล่นจากเกมโค่นเอกวาดอร์ 2-0 ลงสนาม แนวรับวางฆอร์เก ซานเชซ, เซซาร์ มอนเตส, โจอัน วาสเกซ, เฆซุส กัลยาร์โด ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ เอริค ไลรา ปักหลักตัดเกม กิลแบร์โต มอรา, หลุยส์ โรโม ขับเคลื่อนเกม แดนหน้าวางราอูล ฆิเมเนซ กองหน้ากัปตันทีมผนึกกำลัง โรแบร์โต อัลบาราโด, ฮูเลียน กิโญเนส ยืนเป็น 3 ประสานล่าตาข่ายโธมัส ทูเคิล นายใหญ่ชาวเยอรมันของทีมชาติอังกฤษ ยังไม่มีรีซ เจมส์ ที่เจ็บ แต่มีข่าวดี จาร์ราล ควอนซาห์ หายเจ็บกลับมาคุมแนวรับร่วมกับเอซริ คอนซา, มาร์ค เกฮี, นิโก โอไรลีย์อีกครั้ง เดแคลน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน คุมจังหวะเกมกลางสนาม บูกาโย ซากา ปีกตัวจี๊ดฟิตสมบูรณ์กลับมาคืนตัวจริงอีกครั้งผนึกกำลังจู๊ด เบลลิงแฮม, มาร์คัส แรชฟอร์ด ปั้นเกมรุก แดนหน้าวาง แฮร์รี เคน กองหน้ากัปตันทีมที่กดไปแล้ว 5 ตุงลงยืนหน้าเป้าอังกฤษ แม้ว่าฟอร์มโดยรวมอาจจะยังดูไม่โดดเด่น แต่จังหวะเข้าทำยังค่อนข้างเด็ดขาดและวางใจได้จากเคน กัปตันทีม ที่พร้อมส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายตลอดเวลา รวมถึงซากา, เบลลิงแฮม, แรชฟอร์ด ที่พร้อมจะทะลวงประตูเช่นกัน แต่เกมนี้ไม่ง่ายเมื่อต้องมาเจอเม็กซิโก ชุดนี้มีเกมรับที่ค่อนข้างเหนียวแน่นลงเล่นมา 4 นัดยังไม่เสียประตูแม้แต่เม็ดเดียว แถมยังมีจังหวะโต้กลับเร็วค่อนข้างอันตรายจากทั้งฆิเมเนซ, อัลบาราโด, กิโญเนส น่าจะคอยป่วน “สิงโตคำราม” ได้ตลอดทั้งเกม รูปเกมจะออกมาสูสีในช่วงแรกๆ แต่สุดท้ายจะเป็น “ทรีไลออนส์” ที่มีจังหวะเข้าทำที่ค่อนข้างเด็ดขาดกว่าจะบดเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุดขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมวันสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.ตามเวลาประเทศไทย คู่แรก “ซอคเกอร์รูส์” ออสเตรเลีย หนึ่งตัวแทนจากเอเชียที่เหลืออยู่ดวลกับ “มัมมี่” อียิปต์ ทีมแกร่งจากทวีปแอฟริกา เกมนี้ฟาดแข้งกันที่ดัลลัส สเตเดียม สหรัฐอเมริกาเปิดฉากมาเป็นอียิปต์ที่ทำได้ดีกว่าออกนำไปก่อนจากเอมาม อาชูร์ นาทีที่ 13 จากนั้นเป็นออสเตรเลียที่พยายามเดินหน้าลุยก่อนจะมาได้ประตูตีเสมอจากการทำเข้าประตูตัวเองของโมฮัมเหม็ด ฮานี ของแข้งมัมมี่ ส่งผลให้เกมกลับมา เสมอกันอีกครั้ง จากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถยิงประตูเพิ่มกันได้ ครบ 90 นาทีเสมอกันไป 1-1 หลังต่อเวลาออกไปอีก 30 นาทีก็ยังยิงกันไม่ได้ ครบ 120 นาทียังเป็นสกอร์เดิม 1-1 ต้องตัดสินกันด้วยการยิงจุดโทษ ปรากฏว่า อียิปต์ยิงได้แม่นกว่าเอาชนะออสเตรเลียไปได้ 4-2 ตบเท้าเข้ารอบ 16 ทีม ไปได้สำเร็จคู่ต่อมา “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์เก่าจากทวีปอเมริกาใต้ พบกับ “ฉลามสีน้ำเงิน” หมู่เกาะเคปเวิร์ด ม้ามืดของการแข่งขัน “เวิลด์ คัพ 2026” หนนี้ที่พกสถิติยังไม่แพ้ใครมาเลยมาลงเล่นในเกมนี้เปิดฉากมาเป็นอาร์เจนตินาที่ขึ้นนำไปก่อนจากลูกยิงของลิโอเนล เมสซี กองหน้ากัปตันทีมและเป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ จากนั้นแข้ง “ฟ้า-ขาว” เดินหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่ต่อเนื่องหวังได้ประตูหนีห่าง แต่นาทีที่ 59 เดรอย ดูอาร์เต ทำให้แฟนอาร์เจนไตน์ตะลึงเมื่อยิงให้เคปเวิร์ดตามตีเสมอได้ 1-1 จากนั้นแชมป์เก่าเดินหน้าหวังขึ้นนำให้ได้อีกครั้งและทำสำเร็จครบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาทีนาทีที่ 92 เป็นกองเชียร์อาร์เจนตินาได้เฮอีกครั้งจากลูกยิงของลิซานโดร มาร์ติเนซ แต่เคปเวิร์ด ก็ยังไม่ยอมแพ้ สร้างประตูช็อกแฟนบอลแชมป์เก่า เมื่อไล่ตามตีเสมอได้อีกในนาทีที่ 103 จากลูกยิงของซิดนีย์ โลเปส คาบรัล ทำให้ทั้งสองเสมอกัน 2-2 แต่แล้วนาทีที่ 111 คริสเตียน โรเมโร โหม่งบอลแฉลบดินีย์ บอร์เกส ผู้เล่น “ฉลามสีน้ำเงิน” เข้าประตู ตัวเองไป จบเกม อาร์เจนตินาหืดจับเฉือนชนะ เคปเวิร์ดไป 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอ กับอียิปต์ ที่ไปยืนรออยู่ก่อนหน้านี้ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ส่วนคู่สุดท้ายของวัน โคลอมเบียเฉือนชนะ กานาหวุดหวิด 1-0 ได้ประตูชัยจากจอห์น อาริอัส นาทีที่ 14 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้โคลอมเบียผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ “นาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ทีมแกร่งจากยุโรป ในวันที่ 7 ก.ค.เช่นกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่