เปิดสนามพระวิภาวดี อาทิตย์แรกของเดือนที่ ๗ เข้าไปแล้วเจ้าข้าเอ๊ย วันเวลาผ่านไปเร็วจนหลายคนบอกว่าชีวิตไม่เห็นจะสบายเร็วเหมือนเวลา เพราะยังล้มลุกหงายหลังกันอยู่--แต่ประสาชาวพุทธ ก็ยังมีกำลังใจ เพราะมีพระเป็นสรณะ เป็นที่พึ่งทางจิตวิญญาณวันนี้เริ่มกันที่ พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ กรุงเทพฯ สภาพงามสมบูรณ์ ทั้งฟอร์มทรง เส้นศิลป์ พิมพ์พระ วรรณะผิวเนื้อ ที่มีให้เห็นเป็น ๒ มิติคือ พื้นนอกเส้นซุ้มมีริ้วรอยสัมผัส เปิดเห็นเนื้อใน ที่อัดแน่นด้วยมงคลสารครบสูตร รอยแตก “สังคโลก” มีเนื้อรัก ที่หลงเหลือจากการลอกล่อนจับแน่น เป็นหลักฐานว่าเดิมมีการลงรักทั้งองค์ และผิวเนื้อพื้นในเส้นซุ้มยังมีแป้งโรยพิมพ์จับแน่นแบบ (เปลือกไข่) เดิมๆตอนแรกก็ตื่นตาว่าเป็น พระแชมป์ “หน้าใหม่” ที่มีคุณสมบัติเทียบชั้น “องค์ครู” แต่ดูนานๆก็รู้สึกคุ้นตา พอเปิดตำราพระแชมป์องค์ครูดูทีละองค์ ก็เจอในตำราเล่มหนาว่าเป็นองค์แชมป์งาน จ.“เพชรบุรี” เดิม เป็นพระของ นายแพทย์วสันต์ ชาวสระบุรี ส่งประกวดได้แชมป์เป็นครั้งแรกที่งานเมืองแปดริ้ว เมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน และมาได้แชมป์งานประกวดที่จังหวัดเพชรบุรี เวลาไล่เลี่ยกัน แล้วถูกเก็บเงียบหาย จนสายตรงพระสมเด็จฯถามหากันในสมญานามองค์“เพชรบุรี”ผ่านไปหลายปีก็ได้เห็นกันอีกครั้ง โดยซุ่มเงียบไปส่งประกวดคว้าแชมป์ จ.ภูเก็ตอีก ก่อนที่มีชื่อ “เฮียหนึง” ปรีดา อภิปุญญา เก็บเข้ากรุ อยู่จำวัดยาวมาถึงวันนี้ ที่ได้ภาพจากแฟนคลับมาพร้อมข้อมูลลึกกว่าตามด้วย พระสมเด็จอรหัง พิมพ์ฐานคู่ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ ต้นตำรับพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ รูปทรงสี่เหลี่ยม “ชิ้นฟัก” ที่ได้นามเรียกเป็น “พระสมเด็จ” ด้วยสร้างบรรจุไว้โดยสมเด็จพระญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) คราวรับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จประทับรับตำแหน่งอยู่ ณ วัดมหาธาตุ เมื่อปีพ.ศ.๒๓๖๓ ในสมัย ร.๒. พระสมเด็จอรหัง พิมพ์ฐานคู่ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) ของ ด.ญ.ชญนันทน์ คล้ายสุด.สร้างพระพิมพ์นี้ลงจารอักขระคำ (อรหัง) ด้วยลายมือ มาแจกบรรจุตามประเพณี มีพิมพ์พระแยกได้เป็น ๕ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์สังฆาฏิ ๒.พิมพ์ฐานคู่ ๓.พิมพ์เกศอุ ๔.พิมพ์เปลวเพลิง ๕.พิมพ์เล็ก สีเนื้อพระมีขาวกับแดง (วัดสร้อยทอง) องค์นี้ของ แม่หนู ชญนันทน์ คล้ายสุด เป็นพิมพ์ฐานคู่ เนื้อขาวสภาพงาม สมบูรณ์ ลายมือจาร ถูกต้อง ตรงสเปกเดิมๆ แบบนี้ราคาหลักล้านตามมาคือ พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ลายกนก กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร พระพิมพ์เนื้อดินผสมว่านยา มีชื่อเสียงได้รับความนิยมด้วยพุทธศิลป์สมัยสุโขทัยที่งามล้ำค่า และทรงคุณด้วยอานุภาพที่มีปรากฏเด่นชัดด้านเมตตามหาลาภ ดังคำ “มีกูไว้ไม่จน” ในใบลานที่พบในกรุ มีพิมพ์พระปรากฏเล่นหาเป็นมาตรฐานรวม ๕ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์ใหญ่ ลายกนก ๒.พระซุ้มกอดำ (ไม่มีลายกนก) ๓.พิมพ์กลาง ๔.พิมพ์เล็ก ๕.พิมพ์ขนมเปี๊ยะ ไม่นับพิมพ์จิ๋ว ที่มีพบจำนวนน้อยมาก พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ลายกนก กรุลานทุ่งเศรษฐี ของพิทักษ์ บ.ตั้งเจริญ อู่ทอง.องค์นี้ของ เสี่ยพิทักษ์ ประธาน บ.ตั้งเจริญ อู่ทอง นักนิยมพระแถวหน้าเมืองสุพรรณฯ เป็นพระสภาพงามสมบูรณ์เดิมๆ ที่ปัจจุบันหายาก มีเข้าวงการแค่หลักสิบต้นๆ ราคาหลักสิบล้าน เป็นมาตรฐานต่อไปดู พระกริ่งคลองตะเคียน พิมพ์ใหญ่ไหล่ยก กรุวัดประดู่ฯ ต.คลองตะเคียน อยุธยา ขุนพลพระเครื่องเมืองกรุงเก่า ที่เคยได้ชื่อตามลักษณะพิมพ์ทรง เป็นพระ“เล็บครุฑ” พระกริ่งคลองตะเคียน พิมพ์ใหญ่ไหล่ยก กรุวัดประดู่ฯ ของอิทธิ ชวลิตธำรง.ค้นพบเมื่อราวปี พ.ศ.๒๔๖๐ จากกรุพระหลายวัด ริมฝั่งคลองตะเคียน เช่น วัดโคก วัดช้าง วัดพิชัย (พระปิดตา) วัดประดู่ฯ และวัดคลองตะเคียน เชื่อกันว่าเป็นพระพิมพ์ที่สร้างขึ้นโดย หลวงพ่อรอด เจ้าอาวาสวัดประดู่ฯ ที่ประวัติเป็นคนเมืองเหนือ มีชื่อเสียงด้านวิชาอาคม โดยจำลองพิมพ์ พระคง มาเป็น ต้นแบบ ด้วย เนื้อดินผสมผงพุทธคุณ ใบลานเผา ปั้นเนื้อกดพิมพ์เป็นพระลอยองค์ ทรงเล็บมือ บีบพับเนื้อส่วนบนเป็นยอดแหลมด้านล่างบรรจุเม็ด (กริ่ง) พุทธรักษา บีบเนื้อปิดก้นลงจารอักขระด้วยลายมือเดียวกัน อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง นักนิยมพระฯคนจริง ที่บอก “เล่นพระ” ด้วยใจยังไงก็ไม่หยุด อย่างองค์นี้ลุยซื้อมา “ยกรัง” ๓ องค์ เพราะสวยสะเด็ดทุกองค์รายการต่อไปดู พระนาคปรก พิมพ์แบน (เล็ก) เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดลาวทอง ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พระกรุ เลื่องชื่อด้วยพุทธศิลป์สมัยลพบุรี ค้นพบในเขตวัดลาวทอง “วัดร้าง” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ พบไหบรรจุพระพุทธรูป พระเครื่อง ชาวบ้านจึงนำออกเผยแพร่จำหน่าย มีผู้นำสู่สนามวัดมหาธาตุ ได้รับความนิยมด้วยพุทธศิลป์และสนิมแดง ที่งดงามตามธรรมชาติ พระนาคปรก พิมพ์แบน (เล็ก) เนื้อตะกั่วสนิมแดง กรุวัดลาวทอง ของตู้ สุพรรณ.มีพิมพ์พระนิยมแยกเล่นเป็น ๑.พิมพ์ยืน ๒.พิมพ์นาคปรกชีโบ ๓.พิมพ์นาคปรก (แบน) เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง (ไขขาว) อย่างองค์นี้ ของ เสี่ยตู้ สุพรรณ เป็นพระสภาพสมบูรณ์สวยสนิมแดงไขเดิมๆ แบบนี้ราคาขึ้นหลักแสนสบายสุดท้ายคือ เหรียญพัดยศ เนื้อเงิน พ.ศ. ๒๕๑๘ พระสังวรภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ สร้างออกเป็นที่ระลึกคราวงานพิธีทำบุญอายุ ๘๙ ปี เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ หูในตัว ยกขอบสูง ด้านหน้าเป็นรูปจำลององค์ท่านนั่งสมาธิเต็มองค์มีสร้างเป็นเนื้อทองคำ เงิน นาก นวโลหะและทองแดง เหรียญในภาพของ เสี่ยมาร์ค ดอนเมือง เป็นเนื้อเงิน สภาพสมบูรณ์สวยแชมป์เดิมๆ แบบนี้ราคาอยู่ที่หลักแสน เหรียญพัดยศ เนื้อเงิน พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ของมาร์ค ดอนเมือง.ลากันด้วยเรื่องปิดท้ายของ “เจ๊ดา” เจ้าของร้านขายผลไม้ในตลาดพุทธมณฑล มีปัญหาค้าขายไม่ดี รายได้ตก เงินขาดมือ ไม่มีค่าเทอมลูกหลาน ขอยืมเพื่อนบ้านก็ไม่มีเหมือนกันเพื่อนจึงแนะให้ไปพึ่งสายมู ไปขอพรพระประธานวัดใกล้บ้าน ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ขอได้ดังใจกันมาก บอกว่าเจ๊ทำบุญใส่บาตรพระทุกเช้า พระท่านน่าจะช่วยได้นะ--เจ๊ดา พยักหน้าเห็นด้วย บอกชั้นไปเดี๋ยวนี้เลยใกล้ค่ำ เจ๊ดา กลับจากวัดผ่านบ้านเพื่อนๆทักว่า เดินยิ้มกลับมาแบบนี้ขอพรพระแล้วสบายใจสิ เจ๊ดา ยื่นซองเงินให้เพื่อนดู เพื่อนก็ว่าพระท่านช่วยได้เร็วทันใจขนาดนี้เลยหรือ เจ๊บอกใช่ แต่ไม่ใช่พระประธานหรอก ฉันไปขอยืมพระเจ้าอาวาส-- หลวงพ่อเลยตอบแทนคืนค่ากับข้าวที่ตักบาตรให้ได้ฉันอร่อยทุกเช้า เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.สีกาอ่างคลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม