งามหน้า งามไส้ กับคดีอื้อฉาวแอร์สาว วัย 26 ปี สายการบินแห่งชาติ ถูกจับพร้อมเฮโรอีนคาสนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียแนวโน้มเสียหายหนักแค่ไหน ประเมินได้จากอารมณ์ของผู้นำรัฐบาลอย่าง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ออกอาการเต้นเป็นเจ้าเข้า ทันทีที่รู้ข่าวต้องรีบต่อสายสั่งการด่วนข้ามประเทศจากฝรั่งเศสฉุนขาด ตำหนิแรงๆ “คิดสั้น–ไม่ฉลาด”ตามเหตุแห่งความกังวลว่าคดีแอร์สาวขนเฮโรอีนจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อความเชื่อมั่น และชื่อเสียงของประเทศไทย โดยช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางด้านการบิน” ของภูมิภาค รวมถึงเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571ลามถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ มันก็ไม่แปลกที่ผู้นำประเทศจะซีเรียสแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาฟเตอร์ช็อกจาก “แอร์สาวการบินไทย” มันก็ยังจำกัดวงอยู่ในธุรกิจการบิน แรงกระแทกตรงไปที่ ต้นสังกัดคือ บริษัท การบินไทยฯ ต้องกู้วิกฤติฉุกเฉิน ปรับระดับเข้มงวดในองค์กร และคาบเกี่ยวไปถึงกระบวนการตรวจค้นยาเสพติดในด่านตรวจของท่าอากาศยานนานาชาติของไทยต้องปรับแก้ตามสถานการณ์รับมือแก๊งยาเสพติดที่ไม่เคยหายไปจากโลกเสียหายหนัก แต่ยังกู้สถานการณ์ได้แค่จุดโฟกัสแคบๆ เทียบกันแล้วยังไม่ “เสียหายใหญ่หลวง” เท่ากับมหกรรม “ส้วมระเบิด” คิวโกงบันลือโลก คดีทุจริตสอบเข้ารับราชการในองค์กรปกครองท้องถิ่นสั่นสะเทือนการบริหารราชการแผ่นดินยิ่งกว่าแผ่นดินไหวระดับ 8กลายเป็น “หลุมดำ” ของเมืองไทย ทำลายความเชื่อมั่นของข้าราชการ บุคลากรในองค์กรปกครองท้องถิ่นในเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศที่อยู่นับแสนคนต้องโดนมองด้วยความคาใจ มาจากความรู้ความสามารถจริงหรือไม่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม นี่ไม่น่าจะใช่แค่ลอตแรกและลอตเดียว ตามพฤติการณ์เหิมเกริม แกะรอยตามแก๊ง “นายหน้า” ที่ปล่อยคลิปกันว่อนโซเชียลฯ มันต้องมีขบวนการโกงสอบที่ทำกันมานานแล้วแนวโน้มเหลือบที่หลุดเข้าไปผลาญเงินเดือนฟาดสวัสดิการงบฯหลวงอื้อซ่าและก็แน่นอนว่าเริ่มต้นด้วยการโกงสอบ มันก็ไม่ต้องพูดถึงปลายทาง หนีไม่พ้นกระบวนการทุจริตคอร์รัปชันแฝงอยู่เต็มองค์กรปกครองท้องถิ่น“นายกฯอนุทิน” น่าจะต้องแอ็กชันเครียดมากกว่าคดีแอร์สาวเพราะมันถึงจุดที่ตำรวจกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับกันแบบคาหนังคาเขา ล็อกผู้ต้องหาได้คาไฟล์แก้คำตอบในเครื่องคอมพิวเตอร์ชัดยิ่งกว่าชัด สารพัดปมมัดแน่น ถ้าไม่มีคำตอบต่อสาธารณะกระแสไฟลามไหม้ “ถ้ำสิงห์คลองหลอด” เจ๊งตามๆกันแน่นั่นจึงนำมาซึ่งฉากการแถลงข่าวใหญ่ เปิดผลสอบโกงหลังครบ 7 วัน โดย “นายกฯอนุทิน” ในฐานะ รมว.มหาดไทย นั่งกำกับคิวเอง ขนาบข้างด้วย “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ฟันธงกันโต้งๆ“ไม่ต้องถามมันแล้ว” สอบข้าราชการท้องถิ่นมีทุจริตแน่นอนตอกย้ำหลักฐานจะจะ ทั้งการแก้ไขคะแนน แก้ไขกระดาษคำตอบ เกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของการสุ่มตัวอย่างจากกระดาษคำตอบกว่า 8 แสนแผ่นประทับตรา “อาญาแผ่นดิน” ตั้งแท่นเล่นโทษหนัก ล้างบางพวกทำลายชาติสั่งไล่สอบย้อนหลัง พร้อมโละพวกที่อยู่ในข่ายโกงสอบข้าราชการ อบจ. อบต. เทศบาล ทั่วประเทศ ถือโอกาสลดโหลด “ข้าราชการ” ผลาญงบฯไปในตัวฟอร์มผู้นำดุดัน แต่ส่อเค้าจะตัดตอนแค่ “ข้าราชการ”เพราะออกลีลาแกว่งดาบโชว์บู๊ไม่ละเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่ทำไปทำมาก็ล็อกเป้าเชือดวินัยร้ายแรงผู้บริหารและข้าราชการในกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5-6 รายที่อยู่ในข่ายทุจริตแบบดิ้นไม่หลุดทั้งๆที่จุดโฟกัสสังคมจริงๆคือ “ไอ้โม่งการเมือง” เบื้องหลังแต่จังหวะ “เตะออก” กันเห็นๆ แบบที่ “นายกฯอนุทิน” อ้างขบวนการทุจริตเตรียมมาอย่างดี ย่ามใจ ไม่คิดว่า “รัฐบาลอนุทิน 1” จะชนะเลือกตั้งกลับมา เลยต้องมาแก้กระดาษคำตอบ กลบหลักฐานโกงกันขนานใหญ่แปลภาษาการเมืองแบบไทยๆ ปัดสวะพ้นหน้าค่ายภูมิใจไทยเชียร์อัปรัฐบาลเซราะกราวต่างหากที่กลับมาไล่ล้างบางแก๊งโกง หักพวงมาลัยลงข้างทางกันดื้อๆคนละมุมกันเลยกับเรื่องที่ผู้คนในสังคมกำลังเฝ้าติดตามปมร้อน “สงครามตัวแทน” ที่ตีคู่เบียดเรตติ้งมากับละครฮิต “ทนายปีศาจ” พฤติการณ์ลึกลับซับซ้อน แต่ที่สุด “ความแตก” เพราะคนกันเอง “ฟาดกันเอง”แบ่งกันไม่ลงตัว อาละวาด “เตะชามข้าว” กระจายจุดความร้อนทะลุปรอท ช็อตของ “ปลัดเดนตาย” เจ้าของแคปหน้าจอประจานแชตไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่โดนตำรวจบุกล็อกคาบ้านพักใน จ.ภูเก็ต พร้อมหลักฐานเรียกรับเงินเกือบล้านบาท แลกกับการฝากข้าราชการท้องถิ่นคนละเรื่องเดียวกันที่ลากต่อเนื่องมาจากศึกมาเฟียภูเก็ต ที่ “สิงห์” เปิดศึกฟาดกันสนั่นเขากระโดง เด้งกันกระเด็นกระดอน ย้ายผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ สถานการณ์เลือกข้างกันชัดๆ โดย “นายกฯอนุทิน” ถือหางฝั่ง “สิงห์ดำ” เป็นแบ็กอัป “ปลัดป๊อป” บดบี้กับ “สิงห์แดง” ที่มี “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ถือตั๋ววีไอพีสายอำนาจบุรีรัมย์ เปิดช่องสัญญาณตรงจาก 2 พี่น้องบิ๊กบราเธอร์โฟกัสชนวนเรียกรับเงินฝากข้าราชการท้องถิ่นโยงใยกัน แต่เป็นคนละลอตนั่นเท่ากับประจานขบวนการโกงโควตาสอบข้าราชการเทศบาล อบต. อบจ.มีมานานแล้ว แนวโน้มเลยย้อนโยงกลับไปกระตุก “เดจาวู” ย้อนภาพฝันร้ายขบวนการโกงสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ เหตุเกิดในยุคของ “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล นั่งแท่น มท.1 โดยมีประธานที่ปรึกษาชื่อ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ คดีจบที่ศาลสั่งจำคุกอดีตอธิบดีกรมการปกครอง และผู้ร่วมขบวนการโกงแบบกราวรูดจุดที่ “นายกฯอนุทิน” ต้องเคลียร์พัลวัน โวยใส่พวกโยงไม่รู้เรื่องผู้นำเก็บอาการไม่มิด เครียดกับเครื่องหมายคำถาม ยุคพรรคภูมิใจไทยคุมมหาดไทย ทำไมมีแต่เรื่องโกงสอบข้าราชการ ตั้งแต่รุ่น “ปู่จิ้น” นั่งฉากหน้ากับ “ศักดิ์สยาม” กำกับฉากหลัง มาถึงยุค “อนุทิน” คุมหนังหน้าไฟ ที่มี “เนวิน ชิดชอบ” นั่งแท่นกุนซืออยู่วงนอกไม่บอกก็รู้ “พ่อ–ลูก” ผวาคุก เดิมพันสูงกว่า “พี่–น้อง”แต่นั่นก็แค่บี้กันไปบี้กันมาในแนวรบสงครามตัวแทน ถึงจุดวัดใจก็ยังไม่พ้นเกมต่อรองอำนาจกันภายใน จับน้ำเสียงสะท้อนอาการ “นายกฯอนุทิน” ที่อึดอัดกับภาวะเสี่ยงคุก แต่ยังไม่กล้าหักดิบรีบบุ่มบ่ามไม่ได้ เพราะต้องเช็กข่าวปล่อย ปมแปร่งๆตามควันไฟทะแม่งๆที่ลอยมาจากชายป่าเขากระโดง อยู่ๆก็มีอักษรย่อ “ศ” โผล่มาคั่ว “นายกฯสำรอง” พร้อมเสียบแทนหากเกิดอุบัติเหตุทั้งๆที่ในบัญชีนายกฯของภูมิใจไทยมีแค่ “อนุทิน” กับ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว”ประกอบกับเสียงแว่วๆ การขยับของแก๊ง “ทนายปีศาจ” มือ “ตบทรัพย์อาชีพ” ที่ขู่เปิดเส้นทางเงินนับพันล้านของ “นายกฯหนู” ผ่านการเบิกจ่ายค่าธรรมเนียมธนาคารในโครงการรับเหมาก่อสร้างรถไฟเมื่อกว่า 20 ปีก่อนขุดผีเรื่องเก่าตั้งแต่ปี 2548 มาหลอน “เขย่าขวัญ”กลิ่นเน่าโชยมากับสัญญาณ “นัก การเมืองปีศาจ” ที่พร้อมเปิด “เกมแบล็กเมล์” กำราบคนพยศกระตุกผู้นำต้องลดโทนบู๊มาเล่นบทขำ งัดมุกเปลี่ยนชื่อเป็น “อนุวิน” กับ “เนทิน” กลบกระแส 2 น. เหยียบตาปลา อารมณ์ส่งมุกกับ “ลูกนก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เลขาธิการค่ายภูมิใจไทย ที่ยอมรับกระแสข่าว 2 น.ขัดคอกันจริง คือ น.เนวิน กับ น. “ลูกนก” ที่เถียงกันเพราะความรักผูกพันพ่อลูกบลัฟอำกันครึกครื้นอยู่ในก๊วนกองเชียร์เซราะกราว ฟอร์มเขี้ยวการเมือง กลบเกลื่อน กดดันกระบวนการไล่ล้างแก๊งโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ติดด่านเขากระโดง ตัดตอนไม่ถึงนักการเมืองขาใหญ่ที่สั่งการอยู่เบื้องหลังแต่ในจังหวะที่ “วงนอก” สุดจะทนไหวกับสภาพโกงทะลุมิติขบวนการคอร์รัปชันอำนาจ แก๊งทุจริตผลประโยชน์แฝงไปทุกอณูของระบบบริหารราชการแผ่นดินถึงจุดตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเคลื่อนไหวใหญ่ โดยกลุ่มนักวิชาการอาวุโสคนดังจำนวน 21 คน นำโดย รศ.ดร.สิริลักษณา คอมันตร์ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ศ. (เกียรติคุณ) ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร ออกแถลงการณ์จี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ยุติการประวิงเวลา และเร่งส่งสำนวนคดีพร้อมหลักฐานการทุจริต “ฮั้วเลือก สว.” ไปยังศาลฎีกานำร่องยุทธการลุยโละระบอบ “น้ำเงิน” โหมเชื้อไวไฟ กระแสจุดติดพรึบพรับ แนวร่วมสังคมขานรับ นักศึกษา ปัญญาชนคนรุ่นใหม่พร้อมร่วมวง ล้มกระดาน “สว.โพยฮั้ว” จุดต้นตอ ที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ทั้ง ป.ป.ช.และ กกต.ไปจนศาลรัฐธรรมนูญที่วิกฤติศรัทธาความเชื่อมั่นตกต่ำสุดในประวัติศาสตร์“ระบอบน้ำเงิน” กินรวบ สังคมอัดอั้นจนใกล้ระเบิด ภายใต้สภาพบ้านเมืองสำลักทุจริต ประชาชนทน “โกงไม่ไหวแล้ว” เลือกตั้ง สส. ซื้อกันแบบยกหน่วยเลือกตั้ง ขบวนการโกงข้อสอบบรรจุรับราชการ เพื่อมุ่งไปคอร์รัปชันเสียงถามกันดังๆทุกหัวระแหง ประเทศไทยจะอยู่กันได้ยังไง.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม