กลายเป็นประเด็นขัดแย้งที่น่าวิตกกังวลมากขึ้นระหว่าง “ยูเครน” และ “เบลารุส” เพื่อนบ้านติดพรมแดนทางภาคเหนือ หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโดรนพิฆาตจากยูเครน โจมตีรถโดยสารบรรทุกนักเรียนเบลารุส ในจังหวัดบรียานสก์ของรัสเซีย ส่งผลให้ภรรยาของโค้ชฟุตบอลเสียชีวิต มีเด็กบาดเจ็บ 6 คน ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส เรียกร้องให้ยูเครนชี้แจงโดยด่วนขณะที่รัฐบาลยูเครนปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุสลดดังกล่าว ตามด้วยนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ตัดสินใจฉีกประเด็น ตั้งคำถามกลับไปยังเบลารุสว่าทำไมมีความเคลื่อนไหวผิดปกติตามพื้นที่ชายแดนติดภาคเหนือของยูเครน ผู้นำเบลารุสต้องแสดงความจริงใจว่าอยู่ข้างเดียวกับสันติภาพจนกลายเป็นชนวนขู่ไปขู่มาในทันที ทางการเบลารุสเตือนว่าการพยายามจะลากเบลารุสเข้าไปร่วมวงความขัดแย้ง ย่อมต้องชดใช้แพง ก่อนที่ผู้นำยูเครนจะยกระดับวาทกรรม ข่มขู่ว่ากองทัพยูเครนอาจใช้กำลังทางทหารกับเบลารุส อาจต้องมีการยิงทำลายเสาสัญญาณตามแนวพรมแดนทิ้งให้หมดไม่นานมานี้ รัฐบาลยูเครนยังแสดงความไม่พอใจมากขึ้นต่อมาตรการของฝ่ายความมั่นคงเบลารุส ที่เปิดระบบเรดาร์และระบบต่อต้านอากาศยาน คอยตรวจจับและยิงสกัดกั้นโดรนพิฆาตจากยูเครน ที่หวังลักลอบใช้น่านฟ้าเบลารุสบินเข้าไปโจมตีดินแดนของรัสเซียโดยตรงฝ่ายยูเครนแจ้งไปยังเบลารุสหลายต่อหลายครั้ง “หยุดช่วยรัสเซียเสียที” โดยมีตัวอย่างให้เปรียบเทียบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชาติยุโรปได้ทำตัว “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” ให้โดรนพิฆาตของยูเครนใช้น่านฟ้าเพื่อโจมตีเป้าหมายต่างๆในดินแดนของรัสเซีย ไม่นานมานี้ก็คือเหตุการณ์โจมตีนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กและกรุงมอสโก ที่มีรายงานคลังเก็บน้ำมันและโรงกลั่นได้รับความเสียหายบางประเทศถึงกับบอกว่า เราควรช่วย “ชี้เป้า” ให้โดรนพิฆาตจากยูเครนเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับเบลารุสพยายามวางตัวเป็นกลางนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนอุบัติขึ้นในปี 2565 จึงอาจเป็นที่มาของความหงุดหงิดที่สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการโจมตีใส่รัสเซียจะสะดวกอย่างยิ่ง หากเบลารุสยอมให้ใช้น่านฟ้าอย่างอิสระยูเครนตอนนี้ดูเหมือนจะได้ “แรงหนุน” ระลอกใหม่จากชาติตะวันตก เลยดูมีความแข็งกร้าวมากขึ้น เริ่มที่จะ “เสียงดัง” ข่มขู่ประเทศอื่น ไม่ทำตัวน่ารักเหมือนแต่ก่อน ใช่หรือไม่?ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม