ผมเอ่ยถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 บ่อยๆ เพราะเป็นวันที่สหรัฐฯและอิสราเอลชุมนุมสุมหัวกันโจมตีอิหร่าน โดยมุ่งหวังตั้งใจว่าอิหร่านจะม่อยกระรอกบอกว่าหมาบ้าเหมือนเวเนซุเอลาคำว่า ‘สงครามอสมมาตร’ ทำให้อิหร่านประสบความสำเร็จในการยันกับอภิพญามหากองทัพของสองหมาหมู่ กระทั่งสหรัฐฯและอิสราเอลตระหนกตกใจ สหรัฐฯเสียสถานะความเป็นมหาอำนาจโลก และบั้นปลายท้ายที่สุด โลกก็เปลี่ยนจากระบบขั้วอำนาจเดียวสู่ระบบหลายขั้วอำนาจสงครามอสมมาตรทำให้ประเทศเล็กชาติน้อยและกองกำลังขนาดย่อมมีกำลังใจในการที่จะสู้กับประเทศใหญ่ สงครามอสมมาตรในอดีตถูกนำมาเป็นวิชาสอนกันอีกครั้งหนึ่ง เช่น สงครามเวียดนาม (สหรัฐฯกับเวียดกง) สงครามอัฟกานิสถาน (สหรัฐฯกับกลุ่มติดอาวุธที่ใช้ยุทธวิธีโจมตีแล้วถอนตัว) ฯลฯนักวิเคราะห์ทั้งหลายมองว่า สงครามแบบดั้งเดิมกำลังจะลดน้อยถอยลงไป ที่จะพบบ่อยขึ้นคือสงครามอสมมาตร ที่ฝ่ายอ่อนแอกว่าใช้วิธีการนอกแบบแผนและนอกสนามรบปกติเพื่อทำลายจุดแข็งของฝ่ายที่มีกำลังเหนือกว่าแต่ละประเทศจึงหันมาระมัดระวังสงครามกองโจร การก่อความไม่สงบ การก่อการร้าย สงครามไซเบอร์ สงครามข่าวสารและโฆษณาชวนเชื่อ การโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจหรือโครงสร้างพื้นฐาน และสงครามที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงอีกเรื่องหนึ่งซึ่งตอนนี้ถูกรื้อนำมาเรียนกันในหลักสูตรต่างๆ ทางทหารคือ Hybrid Warfare หรือ Hybrid War ที่เราเรียกว่าสงครามลูกผสม เป็นการทำสงครามที่ผสมผสานเครื่องมือหลายรูปแบบ ทั้งทางทหารและไม่ใช่ทางทหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง ยุทธศาสตร์ หรือภูมิรัฐศาสตร์สงครามลูกผสมต่างจากสงครามแบบดั้งเดิม (ซึ่งชาติมหาอำนาจได้เปรียบ) ตรงที่ไม่ได้ใช้เฉพาะกองทัพสู้กัน ไม่ได้สู้กันในสนามรบใช้หลายมิติพร้อมกัน ยากต่อการที่จะระบุว่าขณะนี้อยู่ในภาวะสงครามหรือไม่สงครามลูกผสมใช้ทั้งกองทัพประจำการ กองกำลังพิเศษ กองกำลังตัวแทน ข่าวปลอม การบิดเบือนข้อมูล การโฆษณาชวนเชื่อ การแฮ็กระบบ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การคว่ำบาตร การกดดันทางการค้า การควบคุมพลังงาน การสนับสนุนกลุ่มการเมือง การแทรกแซงการเลือกตั้ง การสร้างความแตกแยกภายในประเทศเป้าหมาย ฯลฯหลายประเทศเริ่มเปลี่ยนจากการมีกองทัพอุตสาหกรรมมาเป็นกองทัพดิจิทัล พัฒนาระบบบัญชาการและควบคุมแบบเครือข่าย ใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเหล่าทัพแบบเรียลไทม์ประเทศที่ประสบความสำเร็จสูงสุดประเทศหนึ่งในการปรับเปลี่ยนกองทัพของตนเองคือเกาหลีเหนือ ซึ่งคิม จองอึน ตั้งหน่วยสงครามไซเบอร์โดยเฉพาะ และสร้างหน่วยความสามารถในการโต้ตอบโจมตีทางไซเบอร์ผมเคยได้รับเชิญจากประธานพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเป็นแกนหลักของการปกครองประเทศภายใต้ตระกูลคิม (คิม อิล-ซ็อง, คิม จ็อง-อิล และคิม จ็อง-อึน) ให้เดินทางไปเกาหลีเหนือเมื่อไม่กี่ปีก่อน และได้มีโอกาสไปดูงานด้านต่างๆของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านไซเบอร์และการปฏิบัติงานข้อมูลข่าวสารผู้นำหลายประเทศต่างสอดส่ายสายตาหาโอกาสไปเยือนจีน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประธานาธิบดีรัสเซีย นายกรัฐมนตรีสเปน นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ฯลฯแต่นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกลับบินไปเยือนคิม จอง–อึน ถึงกรุงเปียงยาง เกาหลีเหนือ นี่สื่อให้เห็นถึงความสำคัญของเกาหลีเหนือที่ถึงแม้เป็นประเทศขนาดเล็ก มีพื้นที่เพียง 1.2 แสนตารางกิโลเมตร (เล็กกว่าภาคอีสานของไทย) แต่เพราะมีแนวโน้มว่ามีความชำนาญในสงครามอสมมาตรและสงครามลูกผสมจึงได้รับการยอมรับจากมหาอำนาจชาติใหญ่อย่างจีน (และรัสเซีย)แม้แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯในช่วงที่สหรัฐฯ เป็นมหาอำนาจเดียวก็เคยพบคิม จอง-อึนมาแล้วถึง 3 ครั้ง ทั้งที่สิงคโปร์ เมื่อ 2018 ที่เวียดนาม เมื่อ 2019 และเขตปลอดทหาร (DMZ) เมื่อ 2019ไม่กี่วันก่อนเคยมีตัวแทนจากหน่วยงานมาทาบทามให้ผมไปพูดเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ชายแดนและการจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งดูหัวข้อย่อยที่ท่านอยากจะให้พูดแล้ว ยังเป็นสงครามแบบเดิมๆถ้าเป็นสงครามแบบเดิม ในภูมิภาคนี้ ไทยไม่เป็นรองใคร เรามีอาวุธที่ดี มีกำลังทหารที่มีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเอาสงครามอสมมาตรและสงครามลูกผสมมาทาบ ก็ทำให้เราประมาทไม่ได้หลักสูตรการอบรมสัมมนาต่างๆ ที่เพิ่มเติมมุมมองให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้องก็ต้องปรับตัวกันเยอะเช่นเดียวกันครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม