เปิดฉากดวลกันวันนี้แล้ว “ฟุตบอลโลก 2026” จำนวน 104 แมตช์ พิธีเปิดจะมีขึ้นใน 3 ประเทศที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เริ่มจาก เม็กซิโก ทำพิธีเปิดเป็นประเทศแรกวันนี้เวลา 11.30 น.ตรงกับเวลา 23.30 น.ของไทย ณ สนามเม็กซิโกซิตี้ สเตเดียม คู่เปิดสนาม เม็กซิโก พบกับ แอฟริกาใต้ ประเทศถัดไป แคนาดา กับ สหรัฐอเมริกา จะทำพิธีเปิดในวันที่ 12 มิถุนายน โดย แคนาดา เปิดก่อนในเวลา11.30 น. ตรงกับเวลา 00.30 น. วันที่ 13 มิ.ย.ของไทย ณ สนามบีเอ็มโอ ฟิลด์ คู่เปิดสนาม แคนาดา พบกับ บอสเนีย และ สหรัฐฯ จะทำพิธีเปิดในเวลา 16.30 น. ตรงกับเวลา 06.30 น. วันที่ 13 มิ.ย.ของไทย ณ สนามโซไฟ สเตเดียม เมืองลอสแอนเจลิส ในพิธีเปิด “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ศิลปินป๊อปสตาร์ระดับโลกชาวไทย จะร่วมเพลง Goals ในพิธีเปิดด้วย คู่เปิดสนามพบกันระหว่าง สหรัฐฯ กับ ปารากวัยผมเขียนบทความบ่ายวันอังคาร มีข่าวว่า จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ดีลกับฟีฟ่าใน ราคา 15 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 500 ล้านบาท จากราคาที่ ฟีฟ่าเสนอรัฐบาลไทย 40 ล้านดอลลาร์ 1,300 ล้านบาท (เมื่อบวกค่าดำเนินการโน่นนี่ (?) ต้องจ่ายจริง 1,700 ล้านบาท) แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ JAS แถลงว่ายังไม่แน่นอน 100%ผมก็หวังว่า JAS จะสามารถปิดดีลได้สำเร็จ ถ้าไม่สำเร็จ ไทยจะเป็นประเทศเดียวในอาเซียน 11 ชาติที่ไม่ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ประเทศอื่นได้ดีลกันหมดแล้ว ที่สำคัญ ซื้อได้ราคาถูกกว่าไทยทุกประเทศ ทั้ง เวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ติมอร์ เลสเต บรูไน เมียนมา โดยเฉพาะ สปป.ลาว ดีลเก่งมาก ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟรีทั้งประเทศทุกแพลตฟอร์ม ผ่าน “ลาวทีวี” ทั้ง ทีวีดิจิทัล เคเบิลทีวี ดาวเทียม วิทยุ อินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์พกพา ไปจนถึง ลิขสิทธิ์การรับชมสาธารณะในร้านอาหาร ผับ ห้างสรรพสินค้า และ พื้นที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ นอกจากนี้แฟนบอล สปป.ลาว ยังสามารถรับชมย้อนหลังผ่าน Video on Demand และติดตามไฮไลต์สำคัญผ่านแอป LaoTV ได้อีกด้วย ฉีกหน้ารัฐบาลไทยแบบเย็บไม่ติดเลยความไม่โปร่งใส ตั้งแต่การแถลงข่าวว่า ครม.อนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 มาถ่ายทอดสดให้คนไทยดูฟรี แต่ไม่มีรายละเอียดอะไร จนกระทั่ง รมต.สำนักนายกฯ แถลงว่า ค่าลิขสิทธิ์ฟีฟ่า 1,300 ล้านบาท จ่ายจริงจะเป็น 1,700 ล้านบาท ต้องบวกค่าดำเนินการต่างๆอีกตั้ง 400 ล้านบาท งงไหมไปดู ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ของบางประเทศที่เปิดเผยกันดูครับ จีน มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ตอนแรกฟีฟ่าเสนอ ราคาไปที่ 9,800 ล้านบาท แต่ CCTV จีนต่อลงมาเหลือแค่ 1,960 ล้านบาท ลดไปถึง 7,840 ล้านบาท อินเดีย ก็มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ฟีฟ่าเสนอราคาประมาณ 4,200 ล้านบาท อินเดียก็ต่อลงมาเหลือราว 1,300 ล้านบาท (เท่าไทย) ฟีฟ่าลดราคาให้ถึง 2,900 ล้านบาท บังกลาเทศ มีประชากร 175 ล้านคน ต่อลงมาเหลือแค่ 193 ล้านบาท เพื่อนบ้านอาเซียน มาเลเซีย จ่ายไป 1,100 ล้านบาท แต่ เวียดนาม ต่อรองจ่ายไปแค่ 490 ล้านบาท ถ้าไทยต้องจ่ายสูงถึง 1,700 ล้านบาท เลิกดูดีกว่า รัฐบาลจ่ายเมื่อไหร่ ป.ป.ช.ก็ควรต้องสอบเมื่อนั้นฟุตบอลโลก 2026 ฟีฟ่าคาดว่าจะ ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติ การณ์ 13,000 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 429,000 ล้านบาท จึงขยายแมตช์การแข่งขันจาก 64 แมตช์เป็น 104 แมตช์ แต่เวลาการถ่ายทอดสดไม่เหมาะกับไทย โอกาสที่จะขายโฆษณาเป็นไปได้ยากแม้จะแข่งกันถึง 104 แมตช์ ทีมไหนจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง ก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงของ AI เมื่อทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยอินส์บรุค ออสเตรีย และ มหาวิทยาลัยดอร์ทมุน เยอรมนี นำข้อมูลมาทั้งหมดตั้งแต่ ผลการแข่งขันในอดีต อัตราต่อรอง อันดับผู้เล่น ข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ มาประมวลผลด้วย Machine Learning ผลออกมา “ทีมชาติสเปน” มีโอกาสคว้าแชมป์ 14.5% รองมา อังกฤษ ฝรั่งเศส มีโอกาสคว้าแชมป์ 12.4% ทั้งสองทีม ขณะที่ สำนักข่าวรอยเตอร์ใช้ผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 160 คนจากทุกทวีปนักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์แล้วยกให้ “ทีมชาติฝรั่งเศส” ชนะ 35% ให้ “ทีมชาติสเปน” ชนะ 31% ใครจะได้เป็นแชมป์ตัวจริงต้องไปลุ้นกันรอบสุดท้าย 19 ก.ค.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม