กองทัพอิสราเอลเปิดฉากบุกลึกเข้าไปในดินแดนเลบานอนมากที่สุดในรอบกว่า 26 ปี พร้อมเข้าควบคุม “ปราสาทโบฟอร์ต” (Beau fort Castle) ป้อมปราการบนหน้าผาสูงชันอย่างเบ็ดเสร็จ ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติที่มองว่าการกระทำนี้ “ยอมรับไม่ได้” สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่ซ้ำเติมวิกฤติมนุษยธรรม บีบให้ชาวบ้านต้องอพยพหนีตาย แต่ยังสั่นคลอนไปถึงการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านอีกด้วยนักวิเคราะห์ประเมินว่า ปฏิบัติการครั้งนี้คือการวางกำลังเพื่อเตรียม “ปิดล้อมเมืองนาบาตีเยห์” ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณแห่งการต่อต้านของเลบานอนตอนใต้ ซึ่งหากเมืองนี้แตก ย่อมส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์อย่างรุนแรง แม้ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะมองว่า การยึดปราสาทแห่งนี้เป็นเพียง “ชัยชนะเพื่อการสร้างภาพลักษณ์” ในหน้าสื่อก็ตามหัวใจสำคัญของสมรภูมินี้อยู่ที่ตัว “ปราสาทโบฟอร์ต” ป้อมปราการโบราณอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ ศตวรรษที่ 12 (ราวปี ค.ศ.1139) ในยุคสงครามครูเสด โดยพระเจ้าฟุลก์แห่งราชอาณาจักรเยรูซาเล็ม เพื่อเป็นฐานที่มั่นของชาวคริสต์จากยุโรป ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ชัยภูมิแห่งนี้ผ่านการผลัดมือมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ชาวแฟรงก์ อัศวินเทมพลาร์ กองทัพมุสลิมของซาลาดิน จักรวรรดิออตโตมัน กลุ่มนักรบปาเลสไตน์ ไปจนถึงกองทัพอิสราเอลที่เคยเข้ายึดครองมาก่อนแล้วในช่วงปี 2525-2543ด้วยที่ตั้งบนแนวสันเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 700 เมตร ตระหง่านเหนือแม่น้ำลิทานี ปราสาทโบฟอร์ตจึงถือเป็น “หนึ่งในชัยภูมิทางทหารที่สำคัญที่สุด” ในเลบานอนตอนใต้ การกุมจุดยุทธศาสตร์เช่นนี้ ช่วยให้อิสราเอลมองเห็นความเคลื่อนไหวในมุมกว้าง ครอบคลุมหมู่บ้านโดยรอบนาบาตีเยห์ ยาวไปถึงหุบเขาเบกาตอนล่าง ที่ราบสูงโกลัน และพื้นที่ตอนเหนือของอิสราเอล ส่งผลให้อิสราเอลได้เปรียบกลุ่มเฮซบอลเลาะห์อย่างมหาศาล ท่ามกลางความหวั่นวิตกของคนในพื้นที่ว่าเปลวไฟแห่งสงครามกำลังจะขยายวงกว้างขึ้นอีก เมื่อกองทัพอิสราเอลออกคำสั่งประกาศให้ประชาชนอพยพด่วนก่อนเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม