“สหรัฐฯ-อิหร่าน” ยังไร้แววเจรจารอบใหม่ แม้ตัวแทนแต่ละฝ่ายมุ่งหน้าสู่ปากีสถานที่รับเป็นตัวกลางในการยุติความขัดแย้งต่างอ้างไม่อาจยอมรับเงื่อนไขของอีกฝ่าย โฆษกกต.อิหร่านยืนยันไม่มีแผนประชุมโดยตรง ส่วน รมว.กลาโหมสหรัฐฯคุยโวประสบความสำเร็จในการปิดล้อมทางทะเลเพื่อกดดันอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา ขณะที่สภาการเดินเรือระหว่างประเทศสุดทนแถลงประณามทั้งสองประเทศที่ใช้เรือพาณิชย์และลูกเรือเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ด้านอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีทางใต้ของเลบานอนอย่างหนัก ไม่สนการขยายข้อตกลงหยุดยิงการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน หลังจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางดำเนินมานานกว่า 8 สัปดาห์ ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังทำเนียบขาวสหรัฐฯ แถลงยืนยันว่า นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกเดินทางจากกรุงวอชิงตัน ไปยังกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ในวันที่ 25 เม.ย.เพื่อเจรจากับอิหร่านรอบใหม่ ขณะที่นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำการเจรจาเมื่อครั้งก่อนไม่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยแต่พร้อมที่จะเดินทางไปสมทบ หากการพูดคุยมีความคืบหน้า บุตรเขยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยกับสื่อก่อนการเดินทางว่า อิหร่านมีแผนยื่นข้อเสนอที่อาจตอบสนองต่อความต้องการของสหรัฐฯ แม้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับผู้มีอำนาจตัดสินใจตัวจริงของอิหร่านในขณะนี้อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ปฏิเสธว่า ไม่มีการวางแผนการประชุมโดยตรงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านจะถ่ายทอดเงื่อนไขและจุดยืนต่างๆ ผ่านรัฐบาลปากีสถานในฐานะตัวกลาง แทนการนั่งโต๊ะเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ยังชี้แจงว่า การเดินทางของนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน มายังปากีสถาน เป็นส่วนหนึ่งของการเยือนสามประเทศ ได้แก่ ปากีสถาน โอมาน และรัสเซีย เพื่อหารือประเด็นทวิภาคีและแนวทางยุติความขัดแย้ง นายอารักชีได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปากีสถานอย่างครบถ้วน ทั้งผู้บัญชาการทหารบก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง และรัฐมนตรีมหาดไทย พร้อมมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีและรองนายกรัฐมนตรีปากีสถานในลำดับถัดไป นักวิเคราะห์มองว่าปากีสถานอาจพยายามใช้บทบาทตัวกลางนี้ เป็นใบเบิกทางสู่การเจรจาโดยตรงระหว่างเตหะรานกับวอชิงตันในอนาคตด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการเยือนกรุงอิสลามาบัด นายอารักชี ได้นำข้อเรียกร้องและท่าทีของอิหร่าน รวมถึงข้อสงวนต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ถ่ายทอดให้ฝ่ายปากีสถานรับทราบแล้ว แม้สื่อของรัฐบาลอิหร่านจะยังยืนยันว่าการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม ท่ามกลางรายงานว่าปากีสถานกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งที่อาจเป็นการพูดคุยรอบล่าสุดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านส่วนสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ นายพีท เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ และ พล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการ “มหากาพย์แห่งความเดือดดาล” (Epic Fury) ต่ออิหร่าน ระบุว่าประสบความสำเร็จในระดับน่าพอใจภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แตกต่างจากสงครามยืดเยื้อในอดีตอย่างอัฟกานิสถาน หรืออิรัก พร้อมย้ำเป้าหมายหลักว่า อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ปัจจุบัน สหรัฐฯ อยู่ระหว่างบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างเข้มงวด เพื่อกดดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาภายใต้เงื่อนไขที่สหรัฐฯยอมรับได้ นายเฮกเซธ ระบุเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ควบคุมเส้นทางเดินเรือรอบอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านช่องแคบแห่งนี้ได้หากไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเปิดเผยว่าได้สกัดเรือแล้ว 34 ลำ และยึดเรือที่ลักลอบขนส่งน้ำมันผิดกฎหมายของอิหร่านในพื้นที่อินโด-แปซิฟิกเพิ่มเติมด้านสภาการเดินเรือระหว่างประเทศ (ICS) ออกแถลงการณ์ตำหนิกรณีสหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้กันด้วยการจับกุมเรือพาณิชย์และลูกเรือ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯจับกุมและยึดเรือมาเจสติก เอ็กซ์ และทิฟานี ฐานขนส่งน้ำมันผิดกฎหมาย ขณะที่อิหร่านยึดเรือเอ็มเอสซี ฟรานเชสกาและเอพามินอนดัส อ้างความผิดด้านใบอนุญาตและระบบนำทาง ย้ำว่าการใช้คนประจำเรือเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองถือเป็นความอัปยศและละเมิดกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที มีลูกเรือฟิลิปปินส์ 15 คน และมอนเตเนโกร 4 คน ถูกกักตัวโดยอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีคนประจำเรือกว่า 20,000 ราย ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียจากสภาวะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง พร้อมกันนี้ ICS เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพเสรีภาพในการเดินเรือและสิทธิในการสัญจรโดยสุจริต เพื่อป้องกันวิกฤติห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นส่วนอีกสมรภูมิทางใต้ของเลบานอน สื่อต่างประเทศระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงไม่มีความหมายเมื่อนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศว่ากองทัพอิสราเอลมีอิสระในการปฏิบัติการอย่างเต็มที่ในเลบานอน แม้ว่าจะมีการประกาศขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ก็ตาม ขณะที่กองทัพอิสราเอลประกาศย้ำคำเตือนห้ามชาวเลบานอนเดินทางกลับเข้าหมู่บ้านหลายสิบแห่งในพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่าได้จัดทำแนวเขตควบคุมขยายไปจนถึงแม่น้ำลิทานี ไม่อนุญาตให้ใครรุกล้ำเข้าใกล้ทั้งนี้ มีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลยังคงระดมยิงปืนใหญ่และใช้โดรนโจมตีเมืองโยหมอร์ อัล-ชาฟิก อย่างหนัก รวมทั้งทิ้งระเบิดใส่ตึกที่พักอาศัยในเมืองคิอาม รวมทั้งระเบิดทำลายอาคารหลายแห่งในเมืองบินต์ จเบล ทางใต้ของเลบานอน ห่างจากพรมแดนอิสราเอลเพียงไม่กี่กิโลเมตรด้านสำนักข่าวเมหร์ของอิหร่าน รายงานว่า ท่าอากาศยานนานาชาติอิหม่าม โคไมนี สนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดและพลุกพล่านที่สุด รองรับเที่ยวบินจากทั่วโลกในกรุงเตหะราน ได้กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินขาออกอีกครั้งในวันนี้ มีจุดหมายปลายทางไปยังเมืองอิสตันบูล ของตุรกี กรุงมัสกัต ของโอมาน และเมืองเมดินา ในซาอุดี อาระเบีย การกลับมาเปิดน่านฟ้าบางส่วนของอิหร่านในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีการประกาศหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณของการผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่