“ทรัมป์” แจ้งข่าวดีชาวมะกัน กองทัพบุกช่วยเหลือนักบินที่ตกค้างแนวรบข้าศึกได้แล้ว หลังได้รับบาดเจ็บหลบซ่อนอยู่สันเขา ใช้กลยุทธ์สกัดกองทัพอิหร่านออกไล่ล่า ชี้เป้าลวงทำให้เกิดความสับสน ขณะที่กองทัพอิหร่านกร้านไม่กลัวเส้นตาย 6 เม.ย. พร้อมโต้กลับปลดล็อกเป้าหมายโจมตี ส่งโดรนพิฆาตถล่มคลังน้ำมันคูเวต-โรงกลั่นบาห์เรนยับสหรัฐฯลุ้นระทึกกันมากว่า 2 วันว่านักบินอเมริกันที่สละเครื่องโดดร่มลงในประเทศอิหร่าน จะถูกกองทัพอิหร่านจับตัวเป็นเชลยศึกหรือจะได้รับการช่วยเหลือออกจากหลังแนวข้าศึกได้อย่างปลอดภัยหรือไม่นั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่ากองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเข้าช่วยเหลือ และนำตัวนักบินอเมริกันออกจากประเทศอิหร่านเป็นที่เรียบร้อย ยืนยันว่านักบินได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากพยายามเอาตัวรอดหลบหนีการไล่ล่าของหน่วยรบอิหร่านเป็นเวลากว่า 48 ชั่วโมงทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานเปิดเผยรายละเอียดของปฏิบัติการกู้ภัยทางการรบครั้งนี้ว่า กองทัพสหรัฐฯทุ่มกำลังขนานใหญ่เพื่อช่วยเหลือนักบินที่ตกค้างอยู่หลังแนวรบ ภายหลังจากวันก่อนที่กองทัพสหรัฐฯช่วยนักบินประจำเครื่องบินรบอเนกประสงค์รุ่น F-15E Strike Eagle ที่ถูกระบบต่อต้านอากาศยานของอิหร่านยิงตกในดินแดนของอิหร่านออกมาเพียงคนเดียว ยังเหลืออีก 1 นายคือเจ้าหน้าที่ระบบอาวุธประจำเครื่อง ช่วงแรกกองทัพสหรัฐฯตั้งใจจะช่วยนักบินที่ดีดตัวลงในดินแดนของอิหร่านออกมาพร้อมๆกันทั้งสองคน ต้องเผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกองทัพอิหร่านและหน่วยทหารอาสา ส่งผลให้ช่วยนักบินออกมาได้คนเดียว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ที่ถูกส่งเข้าไปช่วยเหลือ 2 ลำถูกยิงได้รับความเสียหาย มีรายงานลูกเรือบาดเจ็บเช่นเดียวกับเครื่องบินสนับสนุนการโจมตีภาคพื้นดินรุ่น A-10 ถูกยิงเสียหายหนัก นักบินต้องสละเครื่องในอ่าวเปอร์เซียขณะเดียวกันกองทัพสหรัฐฯดำเนินการปรับแผนขนานใหญ่ และตัดสินใจว่าการช่วยเหลือนักบินรายที่สอง จะต้องเริ่มขึ้นทันทีที่พระอาทิตย์ตกดินในคืนวันที่ 4 เม.ย. เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเล็งยิงด้วยสายตา ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นทางกองทัพสหรัฐฯใช้หน่วยรบพิเศษจำนวนหลายร้อยนาย ตรวจสอบตำแหน่งเครื่องส่งสัญญาณพกพาของนักบินเพื่อระบุตำแหน่งให้ชัดเจน จากนั้นส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปในประเทศอิหร่านเป็นจำนวนหลายชุด แบ่งหลักๆคือชุดเข้าช่วยเหลือ และชุดพาออกจากประเทศข้าศึกในปฏิบัติการครั้งนี้กองทัพสหรัฐฯพบว่า นักบินหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่สันเขา มีคำสั่งให้หน่วยข่าวกรอง CIA ดำเนินการปล่อยข่าวชี้เป้าลวงให้กองทัพอิหร่านที่ระดมพลไล่ล่าเกิดความสับสนว่า นักบินหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชนในพื้นที่ พร้อมกับใช้เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน A-10 ยิงทำลายขบวนรถของทหารอาสาอิหร่าน ยิงทำลายเสาสัญญาณในพื้นที่หวังตัดระบบการสื่อสาร พร้อมกับยิงสกัดกั้นรอบๆตำแหน่งจริงที่นักบินหลบซ่อนอยู่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลไม่ยืนยันระบุว่า หน่วยรบพิเศษเดลต้าฟอร์ซที่ถูกส่งเข้าไปช่วยเหลือนักบินยิงปะทะกับทหารอิหร่านในช่วงกลางดึกอย่างดุเดือด และนักบินได้รับบาดเจ็บระดับที่ไม่สามารถเดินได้นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ช่องฟ็อกซ์นิวส์ยังระบุว่า หน่วยรบของสหรัฐฯเข้าไปตั้งฐานล่วงหน้าในดินแดนของอิหร่าน (จังหวัดโคกีลูเยและโบเยร์อาหมัด ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน ห่างจากพรมแดนอิรักไปประมาณ 100 กิโลเมตร) และใช้เป็นจุดลงจอดของเครื่องบินลำเลียงพล C-130 จำนวน 2 ลำ ทำหน้าที่ลำเลียงนักบินอเมริกันที่ได้รับบาดเจ็บออกจากประเทศอิหร่านอย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการส่วนนี้ประสบปัญหาหลังเครื่องบิน C-130 ไม่สามารถทะยานจากฐานล่วงหน้าในประเทศอิหร่านได้ตามเป้าหมาย มีรายงานสองทางว่า เครื่องบินดังกล่าวติดหล่มทรายเทกออฟไม่ได้ กับรายงานว่าถูกกองทัพอิหร่านยิงจนเสียหายส่งผลให้กองทัพเปลี่ยนแผนแบบฉับพลัน ส่งเครื่องบิน C-130 ชุดใหม่เข้าไปอีก 3 ลำเพื่อรับเจ้าหน้าที่ทุกนายกลับออกมา และให้หน่วยรบพิเศษทำการวางระเบิดทำลายเครื่อง 2 ลำที่ประสบปัญหาทิ้ง ไม่ให้กองทัพอิหร่านมีโอกาสเข้าถึงระบบชั้นความลับต่อมาภารกิจการช่วยเหลือยังได้รับการยืนยันจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศความสำเร็จผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า เราได้ตัว นักบินกลับมาแล้ว! ขอแจ้งข่าวดีแก่พี่น้องชาวอเมริกัน ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯปฏิบัติการกู้ภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นักบินอเมริกันยศพันเอกปลอดภัยดี นักรบผู้กล้ารายนี้ตกอยู่หลังแนวข้าศึกในภูเขาที่กันดาลและมีอันตราย ถูกไล่ล่า อย่างหนักจากศัตรูที่คืบคลานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เขามีผมและเหล่าผู้บัญชาการกองทัพเฝ้ามองตำแหน่งของเขาอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และช่วยกันวางแผนว่าจะนำตัวออกมาเช่นไร ตามคำสั่งของผมทางกองทัพส่งอากาศยานเข้าไปใน อิหร่านหลายสิบลำติดอาวุธที่ล้ำยุค และมีความรุนแรง ขั้นสูงสุดเพื่อไปรับตัวกลับมานายทรัมป์ยังกล่าวต่อไปว่า แม้นักบินรายดังกล่าวจะได้รับบาดเจ็บแต่สุดท้ายเขาจะปลอดภัยดี ภารกิจครั้งปาฏิหาริย์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเราไปรับ นักบินมาก่อนหน้า 1 นาย จากดินแดนของอิหร่าน สิ่งนี้ถือเป็นครั้งแรกในความทรงจำของกองทัพที่นักบิน 2 นายถูกช่วยเหลือมาจากดินแดนของข้าศึกแบบแยกกัน รัฐบาลขอประกาศว่าเราจะไม่ทิ้งนักรบ ของเราไว้เบื้องหลัง ภารกิจครั้งนี้เราไม่สูญเสียกำลังพล แม้แต่นายเดียว แสดงให้เห็นว่าเราครองน่านฟ้าอิหร่าน และทำลายระบบต่อต้านของอิหร่านไปหมดแล้ว ทุกคนควรภาคภูมิใจและแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว มีกองทัพที่เข้มแข็งที่สุดในโลก ขอพระเจ้าคุ้มครองอเมริกา คุ้มครองทหารของเราก่อนหน้าการช่วยเหลือ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังประกาศข่มขู่รัฐบาลอิหร่านอีกครั้งในเรื่องเส้นตายวันที่ 6 เม.ย. ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิฉะนั้น กองทัพสหรัฐฯจะเปิดประตูนรก ดำเนินการถล่ม ครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างพลังงานของอิหร่าน อย่างไร ก็ตาม ทางกองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์ว่าคำเตือน ของผู้นำสหรัฐฯถือเป็นคำพูดของคนที่กำลังประหม่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โลเลและมักตัดสินใจทำสิ่งที่โง่เขลา หากกองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลดำเนินการ คุกคามต่ออิหร่านตามที่ขู่ เราก็จะดำเนินการปลดล็อก ข้อจำกัดการโจมตี โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง กับสหรัฐฯและอิสราเอล คือเป้าหมายของเราวันเดียวกัน สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า กองทัพอิหร่านยังคงปฏิบัติการโจมตีต่อเป้าหมายต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่คูเวตมีรายงานโดรน พิฆาตโจมตีสำนักงานใหญ่ของบริษัทพลังงานคูเวต ปิโตรเลียม คอร์เปอเรชั่น โจมตีอาคารของกระทรวงการคลัง และโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมินา อัล-อาห์หมัด จนเกิดไฟลุกท่วม ส่วนที่บาห์เรนมีรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท BEPCO และการโจมตีต่อฐานเรดาร์จาบาล อัล-ดูคาน เช่นเดียวกับที่สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ มีรายงานการโจมตีโรงผลิตก๊าซธรรมชาติฮับชาน จนได้รับความเสียหาย ส่วนรัฐบาลอิหร่านระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีมหาวิทยาลัยของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว กว่า 30 แห่งอัลจาซีรายังระบุด้วยว่า กองทัพอิสราเอลกำลัง รอสัญญาณไฟเขียวจากรัฐบาลสหรัฐฯให้เริ่มการทิ้งระเบิดโจมตีโครงสร้างพลังงานของประเทศอิหร่าน และการโจมตีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงงาน อุตสาหกรรมเหล็กของอิหร่านถูกทำลายไปแล้วกว่า 70% นอกจากนี้ อัลจาซีรายังมีการปรับยอดผู้เสียชีวิต ในสงครามครั้งนี้ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่ม เป็นมากกว่า 2,076 ศพ บาดเจ็บกว่า 26,500 คน เลบานอน 1,345 ศพ บาดเจ็บกว่า 4,040 คน อิสราเอล 24 ศพ บาดเจ็บกว่า 6,594 คน อิรัก 109 ศพ บาดเจ็บไม่ทราบจำนวน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 12 ศพ บาดเจ็บ 190 คน ซาอุดีอาระเบีย 2 ศพ บาดเจ็บ 22 คน ทหารอเมริกัน 13 ศพ บาดเจ็บกว่า 380 นายขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ว่า จำนวนอาวุธของ กองทัพสหรัฐฯลดลงอย่างต่อเนื่องหลังสงครามเข้าสู่ สัปดาห์ที่ 5 สิ่งที่น่าวิตกกังวลในขณะนี้คือจำนวนจรวด ร่อนรุ่น JASSM-ER เป็นจรวดโจมตีพิสัยไกลปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิด และมีขีดความสามารถในการ พรางเรดาร์ลดการตรวจจับจากระบบป้องกันของข้าศึก ถูกใช้ไปเป็นจำนวนมากในสงครามครั้งนี้ การคำนวณ เบื้องต้นเชื่อว่ากองทัพสหรัฐฯเหลือจรวดประเภทนี้ เพียง 425 ลูก จากเดิมก่อนสงคราม 2,300 ลูกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่