พลังงานโลกส่อวิกฤติเพิ่ม “อิหร่าน” บ้าคลั่งหนัก ฟาดงวง ฟาดงาอาละวาดใส่เพื่อนบ้าน ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริษัท คูเวตปิโตรเลียม ขณะจอดเทียบท่าในยูเออี เพลิงไหม้ เรือเสียหาย น้ำมันดิบเต็มลำกว่า 2 ล้านบาร์เรล มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หวิดพินาศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นทันที “ทรัมป์” ส่งสัญญาณยุติปฏิบัติการทางทหาร หลังประเมินเปิด น่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซซับซ้อนไม่คุ้มค่า “จีน” ไชโยลั่น ยักษ์เปอร์เซียยอมให้เดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบมรณะสำเร็จสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกองทัพสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ทวีความรุนแรงต่อเนื่องในวันที่ 32 และยังไม่มีทีท่าจะลดระดับลง เมื่อวันที่ 31 มี.ค. กองทัพอิสราเอลยกระดับการโจมตีทางอากาศมุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเตหะรานและเมืองอิสฟาฮาน ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ยังมีรายงานการโจมตีศาสนสถานในเมืองซันจาน มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ขณะที่แนวรบด้านใต้ของเลบานอนยังคงดุเดือด หลังทหารอิสราเอลเสียชีวิตเพิ่ม 4 นาย ในพื้นที่เดียวกับที่เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพ UN ชาวอินโดนีเซียเสียชีวิตก่อนหน้านี้ ด้านกลุ่มฮูตีในเยเมนและกองทัพอิหร่านยังคงเดินหน้ายิงขีปนาวุธตอบโต้ ขณะที่ตุรกีรายงานว่าสามารถสกัดขีปนาวุธจากอิหร่านได้ก่อนล่วงล้ำน่านฟ้าแรงสั่นสะเทือนจากสงคราม ลามสู่เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ เมื่อบริษัทคูเวตปิโตรเลียม (KPC) เปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันอัล-ซัลมี ถูกกองกำลังอิหร่านโจมตี ขณะจอดทอดสมออยู่ที่ท่าเรือในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตัวเรือได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ บนเรือลำดังกล่าวบรรทุกน้ำมันดิบมาเต็มลำกว่า 2 ล้านบาร์เรล มูลค่ารวมสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามราคาตลาดปัจจุบัน ด้านทางการดูไบยืนยันว่าทีมกู้ภัยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สำเร็จ ไม่มีรายงานการรั่วไหลของน้ำมันหรือลูกเรือได้รับบาดเจ็บ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียทวีความรุนแรงขึ้นจากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในหลายพื้นที่ของภูมิภาค ทั้งซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และบาห์เรน ภายหลังเรือบรรทุกน้ำมันอัล-ซัลมี ถูกโจมตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันที ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้นถึง 56% ภายในเดือนเดียว สู่ระดับกว่า 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บางช่วงของวันแตะระดับ 115 ดอลลาร์ ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 102-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ ทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี สร้างความกังวลอย่างมากต่อภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชน และอาจสั่นคลอนคะแนนนิยมของนายโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.นี้ด้านท่าทีของทำเนียบขาว หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลและนิวยอร์กไทม์ส รายงานตรงกันว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนท่าทีในสงครามตะวันออกกลาง และแจ้งต่อคนสนิทว่าพร้อมจะยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกจะยังคงถูกปิดอยู่เกือบทั้งหมดก็ตาม เนื่องจากทำเนียบขาวประเมินว่าภารกิจการเปิดน่านน้ำที่ซับซ้อนนี้ อาจต้องใช้เวลานานเกินกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ที่วางไว้ ทรัมป์ตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่การบดขยี้แสนยานุภาพทางเรือและคลังขีปนาวุธของอิหร่านให้สิ้นซากก่อน แล้วจะใช้มาตรการกดดันทางการทูตบีบให้เปิดช่องแคบในภายหลัง เพื่อพยายามหาทางลงจากสงครามท่ามกลางวิกฤติราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และคะแนนนิยมของตนอย่างรุนแรงขณะเดียวกัน นายมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวอัลจาซีรา ของกาตาร์ ระบุว่า สหรัฐฯติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลอิหร่านอย่างต่อเนื่องผ่านตัวกลางเป็นหลัก พร้อมยืนยันอย่างมั่นใจว่าเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯในสงครามครั้งนี้จะบรรลุผลสำเร็จในกรอบเวลาสัปดาห์ ไม่ใช่เป็นเดือน สอดคล้องกับเป้าหมายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ต้องการปิดฉากปฏิบัติการทหารอย่างรวดเร็ว นายรูบิโอยังได้ย้ำถึงคำเตือนอันแข็งกร้าวว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯพร้อมยกระดับการโจมตีเพื่อทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านให้หมดสิ้น เพื่อบีบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในระยะเวลาอันสั้นที่สุดส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดในช่องแคบฮอร์มุซ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์แสดงความซาบซึ้ง หลังจากเรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันจำนวน 3 ลำที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของจีน สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย หลังจากมีการประสานงานทางการทูตอย่างใกล้ชิดระหว่างจีนและอิหร่าน จีนเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือและการปกป้องห่วงโซ่อุปทานโลก รายงานก่อนหน้านี้ของสื่ออิหร่านระบุว่า คณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านได้อนุมัติร่างกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมกับเรือทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่