มะกันและยิวเปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ “นาทันซ์” ทางตอนกลางอิหร่าน ตัดเส้นเลือดใหญ่ถล่มแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ “เซาท์ พาร์ส” อิหร่านสวนกลับส่งขีปนาวุธระยะไกลเกินกว่าขีดความสามารถ เตือนคู่อริ และขู่ถล่มแหล่งท่องเที่ยวพันธมิตร พร้อมเปิดไฟเขียวเรือญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนเกาหลี ขอเจรจาเอี่ยวเดินเรือ สื่ออินเดียแจงเคเบิลใต้ทะเลเดือดถูกทำลายหวั่นการสื่อสารถูกตัดขาด ขณะที่ “ทรัมป์” พิจารณาลดระดับสงคราม เชื่อใกล้บรรลุเป้าหมายสถานการณ์โดยรวมของสงครามอิหร่านในวันที่ 21 มี.ค. ตรงกับวันขึ้นปีใหม่ของอิหร่าน (โนรูส) และวันอีฎิ้ลฟิตริ ยังคงห่างไกลจากความสงบ ชาว มุสลิมในอิหร่านนับพันคนยังคงรวมตัวประกอบพิธีละหมาดเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ท่ามกลางเสียงระเบิดจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯและ อิสราเอลที่เกิดขึ้นแทบรายวัน จุดสังเกตสำคัญในปีนี้ คือ อยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ไม่ได้ปรากฏตัวเป็นผู้นำละหมาดตามธรรมเนียม ปฏิบัติ มีเพียงประธานฝ่ายตุลาการเข้าร่วมพิธี ณ มัสยิดกลางกรุงเตหะราน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด แม้ว่าทั้งพื้นที่กรุงเตหะรานและหัวเมืองสำคัญอย่างอิสฟาฮานจะเพิ่งถูกถล่มในช่วงคืน ที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้า แต่ประชาชนยังคงออกมาปฏิบัติ ศาสนกิจเพื่อยืนหยัดในศรัทธาท่ามกลางวิกฤตการณ์โจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมความขัดแย้งทวีความรุนแรงสู่ขีดสุด เมื่อกองทัพ สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม “นาทันซ์” ในจังหวัดอิสฟาฮาน ทางตอนกลางของอิหร่านอีกระลอก มุ่งเป้าทำลายอาคารมาร์ทีร์ อะห์มาดี โรชาน เพื่อสกัดกั้นโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งทางการอิหร่านประณามว่าเป็นการละเมิด กฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง แต่ยืนยันไม่พบการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีสู่ภายนอก อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลระบุว่าไม่ทราบเกี่ยวกับการโจมตีที่นาทันซ์แต่อย่างใดถล่ม “เซาท์พาร์ส” เส้นเลือดใหญ่อิหร่านรายงานระบุว่า ฝูงบินรบและโดรนสังหารของพันธมิตรได้ยิงขีปนาวุธถล่มแหล่งก๊าซธรรมชาติ “เซาท์ พาร์ส” (South Pars) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในโลกของอิหร่าน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ รุนแรงและคาดว่าการผลิตก๊าซจะหยุดชะงักลงทันที นอกจากนี้ ในการโจมตีทางอากาศที่กรุงเตหะราน มีรายงานยืนยันว่า โฆษกระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์ ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิตจากการโจมตีแบบ เจาะจงเป้าหมาย (Targeted Killing) สร้างความโกรธแค้นให้กับผู้นำสูงสุดของอิหร่านเป็นอย่างมากโต้กลับยิงฐานทัพและขู่แหล่งท่องเที่ยวด้านอิหร่านไม่ได้นิ่งเฉย กองกำลังตัวแทน (Proxies) ในอิรักส่งโดรนและขีปนาวุธเข้าใส่ฐานทัพ วิคตอเรียของสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด จนเกิดระเบิดและเพลิงไหม้เป็นวงกว้าง ขณะเดียวกันมีรายงานการ โจมตีแท่นขุดเจาะก๊าซในน่านน้ำกาตาร์เพื่อเป็นการ ตอบโต้ ผู้นำทหารอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ผ่านสถานี โทรทัศน์แห่งชาติเตือนว่าหากสหรัฐฯยังไม่หยุดปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ อิหร่านจะขยายขอบเขตการโจมตีไปยังเป้าหมายที่เป็นพลเรือนและแหล่งท่องเที่ยวของชาติพันธมิตรทั่วโลก พร้อมขู่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกส่งสัญญาณเตือนยิงขีปนาวุธระยะไกลขณะเดียวกันอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธ วิถีโค้งพิสัยไกล 2 ลูก มุ่งเป้าถล่มฐานทัพร่วมสหรัฐฯ- อังกฤษ บนเกาะดิเอโก การ์เซีย ในมหาสมุทรอินเดีย แม้ขีปนาวุธจะพลาดเป้าจากการถูกยิงสกัดโดยเรือรบ ของสหรัฐฯ และอีกลูกขัดข้องตกลงในทะเล แต่เหตุการณ์นี้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เนื่องจากฐานทัพดังกล่าวอยู่ห่างจากอิหร่านถึง 4,000 กม. เกินกว่าขีดความสามารถ 2,000 กม. ที่อิหร่านเคยประกาศไว้ส่งสัญญาณว่าอิหร่านมีเขี้ยวเล็บซ่อนอยู่มีอานุภาพยิงไกลไปถึงยุโรปตอนใต้และมหาสมุทรอินเดียตอนล่าง ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากเปลี่ยนทิศทางสามารถยิงถึงกรุงลอนดอนของอังกฤษได้ทันที คาดว่าอิหร่านอาจมีขีปนาวุธข้าม ทวีปที่ยิงไกลถึงแผ่นดินสหรัฐฯ โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาจากโครงการอวกาศ ขณะที่สำนักข่าวเมียห์ ของอิหร่าน ระบุว่านี่คือก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ศักยภาพของอิหร่านนั้นเหนือกว่าที่ศัตรูจะจินตนาการได้สงครามขยายวงกว้างรุนแรงขึ้นสถานการณ์ความขัดแย้งขยายวงกว้างอย่างรุนแรงเมื่อกลุ่มโดรนอย่างน้อย 4 ลำบุกโจมตีใกล้ฐานทัพวิกตอรีของสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก จนเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ขณะที่กองทัพอิหร่านและกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศความสำเร็จในการส่งโดรนโจมตีคลังน้ำมันและฝูงบินเติมน้ำมัน ที่ท่าอากาศยานเบนกูเรียนในนครเทลอาวีฟ ของอิสราเอล ส่งผลให้ระบบเติมเชื้อเพลิงและเที่ยวบินทางทหารของอิสราเอลหยุดชะงักจนต้องอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากพื้นที่ อิหร่านยืนยันจะเดินหน้าโจมตีต่อไปจนกว่าภัยคุกคามต่อประเทศจะหมดสิ้นไป ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธวิถีโค้ง 3 ลูก และโดรนอีก 8 ลำที่ถูกยิงมาจากอิหร่านในวันเดียวกัน พร้อมเปิดเผยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้สกัดกั้นขีปนาวุธ 341 ลูก จรวดร่อน 15 ลูก และโดรน 1,748 ลำ ทหารเสียชีวิต 2 นาย และพลเรือนต่างชาติเสียชีวิต 6 ราย ท่ามกลางยอดผู้บาดเจ็บสะสมกว่า 160 คน จากการระดมโจมตีทางอากาศของอิหร่านที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง“ทรัมป์” จ่อลดระดับสงครามเดือดนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์สื่อระบุว่า กำลังพิจารณาลดระดับสงครามกับอิหร่าน เพราะเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายแล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลับยังมีการโจมตีทางอากาศต่อโดรนและกองกำลังทางทะเลของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายสำคัญคือการเปิดเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านใช้ทุ่นระเบิด ขีปนาวุธ และโดรน ขวางกั้นจนกระทบการขนส่งน้ำมันโลก ทรัมป์ยังย้ำว่าไม่ต้องการหยุดยิงเพราะมองว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายชนะ ขณะเดียวกันยังเสนอให้ประเทศอื่นที่พึ่งพาน้ำมันและพลังงานจากเส้นทางดังกล่าวเข้ามาดูแลเส้นทางนี้แทนประกาศผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันขณะเดียวกันอิหร่านยังโจมตีโครงสร้างพลังงานในหลายประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 50% และกระทบเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านชั่วคราวสำหรับน้ำมันที่บรรทุกอยู่ในเรืออยู่แล้ว ไปจนถึงวันที่ 19 เม.ย. คาดว่าจะเพิ่มน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกราว 140 ล้านบาร์เรลไฟเขียวเรือญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซนายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่านให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเกียวโด นิวส์ของญี่ปุ่นว่าอิหร่านพร้อมอำนวยความสะดวกให้เรือของญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยอยู่ในระหว่างการเจรจากับญี่ปุ่น และยืนยันว่าอิหร่านไม่ได้ปิดช่องแคบ เพียงแต่จำกัดเฉพาะเรือของประเทศที่โจมตีอิหร่านเท่านั้น สำหรับประเทศอื่นๆสามารถผ่านช่องแคบได้ สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือแค่ติดต่อกับอิหร่านเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่าสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องยุติอย่างถาวรไม่ใช่แค่หยุดยิง อิหร่านเป็นฝ่ายถูกโจมตีก่อนระหว่างการเจรจากับสหรัฐฯ สิ่งที่สหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีอิหร่านเป็นสงครามที่ผิดกฎหมาย การตอบโต้ของอิหร่านเป็นการป้องกันตัว และจะดำเนินต่อไปเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะมีหลักประกันว่าสถานการณ์จะไม่เกิดซ้ำอีก ขณะที่ทางการเกาหลีใต้เผยว่า กำลังเจรจาอย่างใกล้ชิดกับอิหร่านและประเทศพันธมิตร เพื่อเร่งฟื้นการใช้งานช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติกระทบสายเคเบิลสื่อสารใต้ทะเลสื่ออินเดียรายงานว่า สงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้สายเคเบิลใต้ทะเลบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซเสี่ยงถูกตัดขาด จะกระทบต่อการสื่อสารและธุรกรรมการเงินโลกอย่างรุนแรง การตัดขาดในทะเลแดง มีรายงานยืนยันว่าสายเคเบิลสำคัญอย่างน้อย 4 เส้น (SEACOM, TGN, AAE-1 และ EIG) ในทะเลแดงได้รับความเสียหาย ส่งผลให้อินเตอร์เน็ตในอินเดีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุความเสียหายผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากสมอเรือของเรือที่ถูกโจมตีแล้วลากไปตามพื้นทะเลจนตัดสายเคเบิลขาด มากกว่าจะเป็นการจงใจโจมตีสายเคเบิลโดยตรง“คาเมเนอี” ส่งสารวาระปีใหม่อิหร่านในวาระปีใหม่ของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสารถึงประชาชนโดยไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะใจความระบุว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลประเมินสถานการณ์ผิดพลาดที่เชื่อว่าการโจมตีจะทำให้ประชาชนลุกฮือโค่นล้มรัฐบาล แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการหลอมรวมความเป็นเอกภาพในชาติให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมขอบคุณคณะรัฐบาลที่ใกล้ชิดประชาชนจนช่วยลดทอนขวัญกำลังใจของฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังเตือนสื่อในประเทศให้ระวังการนำเสนอจุดอ่อนที่อาจบ่อนทำลายความมั่นคงตามแผนของศัตรู พร้อมเน้นย้ำว่าการยกระดับความเป็นอยู่และสร้างรายได้ให้ประชาชนคือหัวใจหลักในการสู้ศึกสงครามเศรษฐกิจ โดยประกาศแนวคิดประจำปี 1405 คือ “เศรษฐกิจต้านทาน ภายใต้ความสามัคคีและความมั่นคงของชาติ” ทั้งนี้ ยังปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการโจมตีในตุรกีและโอมาน ชี้ว่าเป็นปฏิบัติการสร้างสถานการณ์เท็จของศัตรูเพื่อหวังเสี้ยมให้เกิดความแตกแยกระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านนิวเคลียร์เป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนาด้านนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน ส่งสารในโอกาสเดียวกัน ยืนยันว่าอิหร่านไม่มีความประสงค์จะทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมย้ำจุดยืนว่าอิหร่านไม่ต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ปัญหาที่อิหร่านเผชิญเป็นผลจากการแทรกแซงของศัตรู ขณะเดียวกันยังส่งสัญญาณมิตรภาพไปยังประเทศรอบข้าง โดยเรียกว่าเป็น “พี่น้อง” และแสดงความพร้อมในการแก้ไขความขัดแย้งร่วมกัน นอกจากนี้ยังเสนอให้จัดตั้งโครงสร้างความมั่นคงระดับภูมิภาคนำโดยประเทศอิสลาม เพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ พร้อมย้ำว่าไม่จำเป็นต้องแทรกแซงจากมหาอำนาจภายนอก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีอิหร่านยังยืนยันคำประกาศของอยาตอลเลาะห์ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ที่ระบุว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งต้องห้ามทางศาสนา และอิหร่านไม่มีความประสงค์จะครอบครองอาวุธดังกล่าวถล่มยิว 8 ระลอกต้องงดละหมาดก่อนหน้านี้อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่อิสราเอลรวม 8 ระลอก มีรายงานการใช้หัวรบแบบคลัสเตอร์ (ระเบิดพวง) ในบางระลอก ส่งผลให้เศษซากขีปนาวุธที่ถูกยิงสกัดตกใส่ลานจอดรถในย่านชาวยิวของเขตเมืองเก่าเยรูซาเล็ม อยู่ห่างจากศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์อย่าง “เทมเพิลเมาท์” (Temple Mount) หรือ “ฮาราม อัล-ชะรีฟ” และกำแพงตะวันตกเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แม้ในพื้นที่เมืองเก่าจะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แรงระเบิดจากขีปนาวุธ ซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นผลจากการตกกระทบโดยตรง ไม่ใช่แค่เศษซากจากการสกัด ทำให้เกิดหลุมระเบิดบริเวณเนินเขาในเขตเมืองเก่า ส่งผลให้เศษหินและคอนกรีตกระเด็นไกลกว่า 15 เมตร สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์และหน้าต่างบ้านเรือนในละแวกนั้น ส่วนกลุ่มมัสยิดอัล-อักซอ ไม่มีรายงานความเสียหายทางโครงสร้างโดยตรงต่อตัวมัสยิดหรือโดมแห่งศิลา แต่เศษซากขีปนาวุธขนาดใหญ่ได้ตกลงภายในบริเวณลานมัสยิด ส่งผลให้ทางการอิสราเอลสั่งปิดพื้นที่ และงดประกอบพิธีละหมาดเนื่องในวันอีฎิ้ลฟิตริ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยวิตกต่อโบราณสถานสำคัญระดับโลกส่วนที่เมืองเรโฮโวตตอนกลางของประเทศ อิทธิพลของหัวรบแบบคลัสเตอร์ทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนและมีชิ้นส่วนขีปนาวุธตกกระจายกว่า 10 จุด ส่งผลให้คู่รักวัยชราได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงระเบิด และยังมีชิ้นส่วนของขีปนาวุธตกเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านอีกหลังหนึ่ง ท่ามกลางความหวั่นวิตกต่อความปลอดภัยของโบราณสถานสำคัญระดับโลกอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่