นาวาอากาศเอก ลินด์ซี โอลิน เกรแฮม ลูกชายเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ ที่เมืองเซ็นทรัล รัฐเซาท์แคโรไลนา สหรัฐฯ อดีต อัยการทหาร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนรัฐเซาท์แคโรไลนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ มาอย่างยาวนานตั้งแต่ ค.ศ.2003 จนถึงปัจจุบันคนมักจะฟังสิ่งที่ สว.เกรแฮมพูด เพราะแกเป็นทั้งคณะกรรมาธิการงบประมาณ คณะกรรมาธิการกองทัพ และคณะกรรมาธิการตุลาการ เป็นคนที่สนับสนุนการใช้อำนาจทางทหารของสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรอย่างแข็งแรง และเป็นผู้สนับสนุนให้รัฐบาลทำสงครามอิรักและอัฟกานิสถานสว.เกรแฮมเดินสายพูดสนับสนุนให้สหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่าน รวมทั้งอธิบายความจำเป็นที่ต้องทำสงครามต่อไปนี้คือประโยคจากการปาฐกถาของ สว.เกรแฮม “การสร้างความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นการลงทุนที่ดี” “สหรัฐฯจะได้เงินมากมายมหาศาลจากการทำสงครามกับอิหร่าน” เกรแฮมมองการทำสงครามในศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องของเศรษฐศาสตร์พลังงาน8 มีนาคม 2026 สว.เกรแฮมให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า “เมื่อสหรัฐฯโค่นล้มรัฐบาลของอิหร่านได้เรียบร้อยแล้ว โลกจะเข้าสู่โครงสร้างภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ โดยสหรัฐฯและพันธมิตรจะสามารถควบคุมแหล่งพลังงานจำนวนมหาศาล”“Venezuela and Iran together hold about 31 percent of the world oil reserves. If we have governments there that work with us, that’s a huge strategic advantage for the United States.”เกรแฮมพูดถึงตัวเลขสำคัญของความจำเป็นต้องสร้างสงครามคือ ร้อยละ 31 ของปริมาณสำรองน้ำมันของโลก ซึ่งอยู่ในเวเนซุเอลาและอิหร่าน เมื่อควบคุมพลังงานได้แล้ว สหรัฐฯจะสามารถจัดระเบียบโลกได้ เพราะพลังงานเป็นปัจจัยหลักของเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และความมั่นคงของประเทศต่างๆสหรัฐฯประสบความสำเร็จในการล่าทรัพยากรตั้งแต่สงครามอ่าวเปอร์เซีย ค.ศ.1991 และการล้มรัฐบาลของซัดดัม ฮุสเซน ค.ศ.2003 ไปจนถึงการแข่งขันเข้าไปมีอิทธิพลในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในปัจจุบันสมาชิกสภาคองเกรสหลายคนมองว่า การที่เข้าไปครอบครองปริมาณสำรองน้ำมันของโลกร้อยละ 31 เป็นเรื่องจำเป็น เกรแฮมถึงขนาดพูดประโยคว่า “This is China’s nightmare.” นี่คือ ‘ฝันร้าย’ ของจีน และ “This is a good investment.” (การตีอิหร่าน) เป็นการลงทุนที่ดี“เมื่อระบอบนี้ (การปกครองของอิหร่าน) ล่มสลาย เราจะได้ตะวันออกกลางแบบใหม่” “We are going to make a ton of money.” แปลว่า เราจะได้เงินเป็นตัน ซึ่งหมายถึงสหรัฐฯจะทำเงินได้มหาศาลการฆ่าเด็กโรงเรียนประถมหญิงชะญาเราะห์ ตัยยิเบะห์ เมืองมินาบ จังหวัดฮอร์โมซแกนของอิหร่าน ในวันแรกที่มีการโจมตีเป็นหนึ่งในแผนการที่จะสร้างความกลัว ทำลายขวัญและกำลังใจประชาชนอิหร่านตอนที่จะปล้นอิรักก็เหมือนกัน สหรัฐฯวางแผนไว้หลายปี หาก ท่านเข้าไปในดูในยูทูบช่อง Nitiphumthanat Ming-rujiralai โดยเข้าไปดูในโพสต์หรือกดลิงก์ https://youtu.be/A4nW2ft7ycs ก็จะพบคลิปความยาว 3.22 นาที ที่พูดถึงการโรยสารพิษไปตามหมู่บ้านต่างๆในอิรักทำให้เด็กป่วย และผมตระเวนไปเยี่ยมเด็กเหล่านั้นในโรงพยาบาล เมื่อเดือนเมษายน 2001 (ก่อนเหตุการณ์ 9/11)หลังจากสร้างความกลัวให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองแล้ว สหรัฐฯและอังกฤษก็บุกอิรักเมื่อ 20 เมษายน 2003 ซึ่งผมอยู่ในเหตุการณ์ในห้วงที่สหรัฐฯบุกอิรัก และอยู่จนกระทั่งถึงวันแรกที่ทหารอเมริกันลงมาที่สนามบินกรุงแบกแดดหลังจากนั้น น้ำมันของอิรักก็ถูกสหรัฐฯนำไปใช้ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งเป็น war reparations หรือค่าปฏิกรรมสงครามสหรัฐฯ นำน้ำมันของอิรักไปจ่ายให้กับตัวเองและพันธมิตร เป็นค่าเสียหายจากการทำสงคราม (ที่ตัวเองเข้าไปก่อเอง)อีกคลิปหนึ่งซึ่งยืนยันเรื่องนี้ได้ดีคือ https://youtu.be/MaMyvIDkj_k (ความยาว 4.59 นาที) ซึ่งทหารสหรัฐฯใช้ระเบิด 2 ลูกหย่อนลงไปในหลุมหลบภัยอัล-อะมีริยะห์ในกรุงแบกแดดของอิรัก ทำให้มีคนในหลุมหลบภัยตาย 408 คน ทั้งหมดเป็นเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ซึ่งผมมีโอกาสลงไปในหลุมหลบภัยแห่งนี้ด้วยตัวเอง และได้สนทนากับญาติผู้เสียชีวิตหลายคนอ้างว่าสหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่านครั้งนี้ เพราะต้องการเข้าไปสถาปนาระบอบประชาธิปไตยให้อิหร่าน ต้องการเข้าไปดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะรัฐบาลอิหร่านฆ่าผู้ประท้วงตายเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้เป็นเพียงข้ออ้างที่จะปล้นทรัพยากรเท่านั้น.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม