ท่ามกลางการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยังทวีความรุนแรง รายงานของสื่อสหรัฐฯ อย่างแอ็กซิออส เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯกำลังพิจารณา “หมัดเด็ด” เพื่อจบศึกอย่างเบ็ดเสร็จ โดยหนึ่งในทางเลือกสำคัญคือการส่งหน่วยรบพิเศษบุกโจมตีหรือยึด “เกาะคาร์ก” ซึ่งเป็นหัวใจทางเศรษฐกิจและแหล่งรายได้หลักของอิหร่านเกาะคาร์กเป็นเกาะปะการังขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย อยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านราว 24-25 กม. แม้พื้นที่ไม่ใหญ่ แต่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมน้ำมัน เพราะน้ำมันดิบราว 90% ของการส่งออกทั้งหมดต้องผ่านที่นี่ ก่อนถูกบรรทุกลงเรือและลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังประเทศผู้ซื้อก่อนที่สหรัฐฯและอิสราเอลจะเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์พลังงาน เคปเลอร์ ระบุว่า อิหร่านเร่งเพิ่มกำลังการผลิตจากเกาะคาร์กเกือบ 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปกติราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนความพยายามเร่งส่งออกน้ำมันล่วงหน้า ก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายลงขณะที่ทางเลือก end game ของสหรัฐฯมีตั้งแต่ ส่งหน่วยรบพิเศษเข้ายึดเกาะและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไปจนถึงโจมตีทำลายท่าเรือและคลังเก็บน้ำมัน เป้าหมายคือ การตัดรายได้หลักของรัฐบาลอิหร่านเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการยึดเกาะจริงอาจต้องใช้กำลังภาคพื้นดินจำนวนมาก ขณะที่อิหร่านประกาศชัดว่าหากพื้นที่นี้ถูกโจมตี จะตอบโต้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วภูมิภาคในอดีตเกาะคาร์กเคยอยู่ในแผนยุทธ ศาสตร์มาแล้ว ตั้งแต่วิกฤติตัวประกันอิหร่านปี 2522 เมื่อ “จิมมี คาร์เตอร์” ผู้นำสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้รับคำแนะนำให้ยึดเกาะเพื่อกดดันอิหร่าน แม้ท้ายที่สุดจะไม่เกิดขึ้นจริง และในช่วงสงครามอิรัก-อิหร่าน เกาะแห่งนี้ก็เคยถูกโจมตีอย่างหนัก แต่ภายหลังอิหร่านได้ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ปัจจุบันอิหร่านส่งออกน้ำมันประมาณ 1.5-2 ล้านบาร์เรลต่อวัน รายได้จากน้ำมันคิดเป็น 40-60% ของรายได้รัฐบาล หากเกาะคาร์กไม่สามารถใช้งานได้ การส่งออกน้ำมันของประเทศอาจหยุดชะงักทันที และยังเสี่ยงดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กระทบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากอ่าวเปอร์เซียเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตพลังงานสำคัญของโลก.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม