15-25 กุมภาพันธ์ 2026 มีงานแสดงกองเรือและกิจกรรมทางทะเลนานาชาติ (International Fleet Review) 2026 และการฝึกเรือซึ่งเป็นการฝึกซ้อมร่วมของกองทัพเรือหลายประเทศในอ่าวเบงกอล (MILAN 2026) จัดที่เมืองท่าวิสาขปัตนัม โดยกองทัพเรืออินเดีย มีกองทัพเรือจาก 74 ประเทศเข้าร่วม เพื่อฝึกความร่วมมือทางทะเล การกู้ภัย และการปฏิบัติการร่วมกันอิหร่านส่งเรือไปร่วมงานตามคำเชิญของอินเดีย 2 ลำ คือ IRIS Dena ซึ่งเป็นเรือฟริเกต ระวางขับน้ำ 1,500 ตัน มีลูกเรือประมาณ 130-140 นาย และ IRIS Booshehr ซึ่งเป็นเรือสนับสนุนและส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรืออิหร่าน ลูกเรือ 208 นาย4 มีนาคม 2026 เรือดำน้ำของสหรัฐฯยิงเรือ IRIS Dena ของอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากเมืองท่ากัลเลทางตอนใต้ของศรีลังกา ทำให้มีลูกเรือเสียชีวิตอย่างน้อย 80-87 นาย สูญหายอีกกว่า 60 นาย5 มีนาคม 2026 ศรีลังกาลำเลียงลูกเรือ 208 นาย จากเรือ IRIS Booshehr ซึ่งติดอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของศรีลังกาเรือทั้ง 2 ลำไม่ได้เกี่ยวข้องกับสงคราม และไม่อยู่ในอ่าวเปอร์เซีย แต่มาปฏิบัติภารกิจตามคำเชิญของกองทัพเรืออินเดีย นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ออกมาให้สัมภาษณ์เยาะเย้ย ถากถางการฆ่าลูกเรือของอิหร่านในครั้งนี้ว่า “นี่เป็นความตายอย่างเงียบๆ” “...และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขึ้นของความขัดแย้งกับอิหร่าน”คำพูดของนายเฮกเซธเป็นการเตือนและขู่ชาติต่างๆว่า เรือดำน้ำของสหรัฐฯสามารถส่งความตายอย่างเงียบเชียบไปให้แก่เรือทุกลำ โดยที่เรือเหล่านั้นไม่มีโอกาสที่จะโต้ตอบอนุรา กุมารา ดิสซานายาเก ประธานาธิบดีศรีลังกา ออกมาประกาศว่า ศรีลังกามีความรับผิดชอบด้านมนุษยธรรม ที่ต้องช่วยเหลือและรับลูกเรือเหล่านี้ไว้ แต่เจย์น ฮาวเวลล์ รักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำกรุงโคลัมโบของศรีลังกากลับแจ้งว่า ศรีลังกาต้องไม่ส่งลูกเรือ IRIS Booshehr 208 นาย และลูกเรือ 32 นาย ที่รอดชีวิตจากเรือ IRIS Dena กลับไปยังอิหร่านรัฐบาลอิหร่านติดต่อกับรัฐบาลศรีลังกาเพื่อขอให้ส่งร่างของลูกเรือ IRIS Dena ที่เสียชีวิตกลับไปยังอิหร่าน แต่ทางรัฐบาลสหรัฐฯส่งสัญญาณว่าไม่ให้ส่งร่างลูกเรือเหล่านี้กลับไปมีเอกสารทางการทูตที่เปิดเผยรายละเอียดว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯและอิสราเอลเดินทางเข้าไปศรีลังกา เพื่อเจรจากับลูกเรือที่ยังรอดชีวิตให้แปรพักตร์เพื่อจะนำลูกเรือเหล่านี้ไปปฏิบัติการจิตวิทยาศรีลังกาอยู่ในสถานะที่อึดอัดคัดใจอย่างมาก เพราะศรีลังกาเป็นประเทศเล็กที่ขณะนี้ยืนอยู่ระหว่างธรรมะและอธรรม ธรรมะคือควรส่งร่างของลูกเรือที่เสียชีวิต รวมทั้งลูกเรือที่รอดชีวิตกลับสู่แผ่นดินเกิด อธรรมก็คือการไม่ส่งลูกเรืออิหร่านทั้งมีชีวิตและเสียชีวิตกลับไปตามคำขอของสหรัฐฯและอิสราเอลศรีลังกาเป็นประเทศที่สำคัญสำหรับการเดินเรือตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของมหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าสำคัญของโลก การยิงตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของสหรัฐฯถล่มเรือรบอิหร่านทำให้พื้นที่สงครามขยายมาสู่มหาสมุทรอินเดียการกระทำของสหรัฐฯในครั้งนี้ไม่ได้ท้าทายเฉพาะอิหร่าน แต่เป็นการส่งสัญญาณไปถึงจีน รัสเซีย อินเดีย และประเทศอื่นๆว่าตนเป็นเจ้าทะเล จะทำอะไรก็ได้ เรื่องผิดถูกไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับการบริหารอำนาจของสหรัฐฯบนโลกใบนี้ได้ฟังเรื่องในลักษณะนี้แล้วก็นึกถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และหน่วยงานโลกอื่นๆว่าเป็นพวกเสือกระดาษ ไม่มีอำนาจอันแท้จริง ไม่สามารถควบคุมความขัดแย้งได้ ไม่สามารถจัดการกับประเทศมหาอำนาจเกเร โลกเข้าสู่ภาวะไร้ระเบียบอย่างเต็มรูปแบบเหตุการณ์การโจมตีเรือ IRIS Dena และการกักตัวลูกเรือในศรีลังกาไม่ใช่เพียงความขัดแย้งแค่สหรัฐฯกับอิหร่านเท่านั้น แต่นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำว่ากฎหมายสากลกำลังถูกแทนที่ด้วยกฎแห่งกำลังอย่างสมบูรณ์การที่สหรัฐฯใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อเรือที่ปฏิบัติภารกิจสันติภาพตามคำเชิญนานาชาติ แถมยังกล่าวเยาะเย้ยถึงความตายที่เงียบเชียบ เป็นการประกาศว่าพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างมหาสมุทรอินเดียได้กลายเป็นสมรภูมิที่ไร้ขอบเขต แสดงถึงการสิ้นสุดของระเบียบโลกเก่าที่ล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม