“สหรัฐฯ-อิสราเอล” โหมไฟสงครามลุกโชน ส่งเครื่องบินรบร่วมร้อยลำถล่มกรุงเตหะราน และหัวเมืองสำคัญพินาศ ทิ้งบอมบ์สนามบิน เมห์ราบัดเละ แถมส่งหน่วยรบพิเศษลุยรังเฮซบอลเลาะห์ถึงดินแดนเลบานอน ด้าน “ยูเออี” โดนลากเข้าร่วมวงเต็มตัว หลังอิหร่านส่งโดรนพิฆาตโจมตีสนามบินดูไบ “ทรัมป์” ย้ำอิหร่าน ต้องยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข หากทำตามคำสั่งจะช่วยฟื้นฟูประเทศ ปธน.อิหร่านโต้เดือด เป็นแค่แนวคิด ในหลุมศพ “พญาอินทรี” เร่งเสริมกำลังรบเพิ่ม ส่งเรือ บรรทุกเครื่องบินยึด 3 น่านน้ำสำคัญ หวังล้อมกรอบยักษ์เปอร์เซีย จ่อส่งกองกำลังลุยภาคพื้นดินแบบ “เวเนซุเอลา โมเดล” กาตาร์เตือนให้ระวังวิกฤติพลังงาน รอบใหม่ ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลล่วงเข้าวันที่ 8 อย่างเป็นทางการ สหรัฐฯ-อิสราเอล ยังระดมใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดทิ้งบอมบ์ถล่มกรุงเตหะราน และหัวเมืองสำคัญๆของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านไม่ยอมจำนน ยิงขีปนาวุธและใช้โดรนพิฆาตตอบโต้ใส่อิสราเอล และฐานทัพอเมริกาที่ตั้งอยู่ในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย ขยายผลไฟสงครามลามทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางสองฝ่ายปะทะเดือดแต่เช้าตรู่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองฝ่ายยังปะทะดุเดือดต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดตามเวลาท้องถิ่น มีเหตุระเบิดหลายระลอกทั่วกรุงเตหะราน วิดีโอจากสำนักข่าวต่างประเทศเผยให้เห็นแสงสว่างวาบจากระเบิดและควันไฟดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นเหนือฝั่งตะวันตกของเมืองหลวงแห่งนี้ ทางการอิสราเอลกล่าวว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเป็นวงกว้างแล้วบินรบร่วมร้อยถล่มเตหะรานกองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงยืนยันการเสร็จสิ้นภารกิจโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ใส่เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน หลังระดมฝูงบินมากกว่า 80 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินรบ F-35, F-15 และ F-16 ปูพรมถล่มเป้าหมายหลายจุดในกรุงเตหะราน และเมืองอิสฟาฮาน ทางภาคกลาง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ปฏิบัติการครั้งนี้เน้นทำลายโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถในการบริหารประเทศและสั่งการรบ มีเป้าหมายหลักคือ มหาวิทยาลัยอิหม่ามฮุสเซน เป็นโรงเรียนนายร้อยและศูนย์วิจัยหลักของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมถึงการโจมตีฐานลับใต้ดิน จุดรวมพลของเจ้าหน้าที่รัฐบาลและหน่วยปฏิบัติการขีปนาวุธหลายร้อยนายขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้เสียงระเบิดดังกึกก้องทั่วกรุงเตหะราน จนได้ยินแทรกเข้ามาในการประชุมออนไลน์ของภาคประชาชนบอมบ์สนามบินเมห์ราบัดเละขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังโจมตีสนามบินนานาชาติเมห์ราบัด ในกรุงเตหะราน ที่เป็นศูนย์กลางการบินหลักภายในประเทศ สนามบินแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กเก่าแก่และพลุกพล่านที่สุดของประเทศ พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเป็นที่ตั้งของโรงเก็บเครื่องบินทหารและอุตสาหกรรมการบินของกระทรวงกลาโหม พยานในพื้นที่ระบุว่าเห็นเครื่องบินพาณิชย์บนลานจอด ถูกไฟไหม้ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่องเขย่าขวัญคนทั้งเมือง ขณะที่ภาพจากสื่ออิหร่านเผยให้เห็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นจากทิศทางสนามบิน สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากอาคารสูงทางตอนเหนือของเมือง ส่งผลให้รันเวย์และอาคารผู้โดยสารพังยับรบพิเศษปะทะเฮซบอลเลาะห์กองทัพอิสราเอลยังได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ทหาร 4 ลำ ลัดเลาะผ่านหุบเขาเบกา ทางตะวันออกของเลบานอน เพื่อส่งหน่วยรบพิเศษจู่โจมใกล้เมืองนาบี ชิต ฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์และบ้านเกิดของอดีตผู้นำกลุ่มหลายคน ทันทีที่หน่วยรบพิเศษลงสู่พื้นดินได้เกิดการปะทะเดือดกับชาวเมืองและนักรบเฮซบอลเลาะห์ที่ซุ่มรออยู่ เครื่องบินรบอิสราเอลต้องกระหน่ำยิงสนับสนุนและทิ้งระเบิดอย่างหนักจนบ้านเรือนสั่นสะเทือน ชาวบ้านบรรยายว่าเป็นคืนแห่งนรก ก่อนที่หน่วยรบพิเศษจะถอนตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับไปในช่วงก่อนรุ่งสางโดรนพิฆาตโจมตีสนามบินดูไบด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าใส่อิสราเอล ส่งผลให้มีเสียงระเบิดดังสนั่นในกรุงเยรูซาเลม และประชาชนวิ่งแตกตื่นไปยังพื้นที่หลบภัย ส่วนที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกิดเหตุโดรนจากอิหร่านพุ่งชนพื้นที่สนามบินนานาชาติดูไบถึง 3 ลูก เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายรุนแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมงหลังจากนายมัซซูด เพเชชกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน แถลงขอโทษประเทศเพื่อนบ้านและยืนยันว่าไม่มีเจตนาเป็นศัตรู ระบุว่าสภาผู้นำชั่วคราวอนุมัติให้ระงับการโจมตีประเทศในภูมิภาค เว้นแต่ประเทศเหล่านั้นจะยอมให้ใช้เป็นฐานที่ตั้งในการโจมตีอิหร่าน หากมีต้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน อิหร่านจำเป็นต้องตอบโต้กลับตามเงื่อนไขทรัมป์ย้ำอิหร่านต้องยอมจำนนด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ประกาศกร้าวว่าจะไม่ทำข้อตกลงใดๆกับอิหร่าน เว้นแต่อิหร่านจะยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น ย้ำว่าหลังจากนั้นจะต้องเลือกผู้นำใหม่ที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ สหรัฐฯและพันธมิตรพร้อมเข้าช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านให้กลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม พร้อมทิ้งท้ายด้วยสโลแกน Make Iran Great Again (MIGA) หรือ “ทำให้อิหร่านกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”ไม่สนเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับช่องข่าวซีเอ็นเอ็นว่าไม่ได้กังวลว่าอิหร่านจะต้องเป็นรัฐประชาธิปไตยหรือไม่ เนื่องจากอิหร่านในขณะนี้อ่อนแอลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน สิ่งสำคัญคือต้องมีผู้นำที่ยุติธรรมและบริหารประเทศได้ดี พร้อมเปิดรับแนวคิดที่อิหร่านจะยังมีผู้นำศาสนาต่อไป หากผู้นำคนนั้นสามารถบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และปฏิบัติต่อสหรัฐฯ อิสราเอล รวมถึงประเทศในตะวันออกกลางอย่างเหมาะสมปธน.อิหร่านโต้แค่ฝันในหลุมศพด้านนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดต่อข้อเรียกร้องให้ยอมจำนนโดยไร้เงื่อนไขของทรัมป์ ว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นเพียง“ความฝันที่ควรเก็บเอาไว้ในหลุมศพ”เท่านั้น ก่อนหน้านี้ผู้นำอิหร่าน ยังแถลงผ่านทางโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่าน ขอโทษประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกโจมตี ยืนยันไม่มีเจตนารุกรานและเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างสันติภาพและความสงบ ขณะนี้ได้ออกคำสั่งไปยังกองทัพแล้วว่านับจากนี้ไปห้ามโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน ส่วนนายอามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่าอิหร่านจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องตนเอง พร้อมประณามถ้อยแถลงของนายทรัมป์ ย้ำว่าอิหร่านไม่ยอมรับและไม่ยอมให้มหาอำนาจต่างชาติใดๆเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในสั่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาเพิ่มวันเดียวกันมีรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐฯเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี “ยูเอสเอสจอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช” (USS George H.W. Bush) มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางในเร็วๆนี้ เพื่อประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก หลังเพิ่งเสร็จการซ้อมรบขั้นสูงสุด (COMPTUEX) เมื่อวันที่ 5 มี.ค. และเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรับรองความพร้อมปฏิบัติภารกิจจริงระดับชาติ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งผลให้สหรัฐฯมีเรือบรรทุกเครื่องบินถึง 3 ลำเข้าคุมเชิงในพื้นที่สงครามภูมิภาคตะวันออกกลางยึดน่านน้ำล้อมกรอบอิหร่านปัจจุบันสหรัฐฯมีกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกประจำการในทะเลแดง และเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) ปักหลักอยู่ในทะเลอาหรับเพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านโดยเฉพาะ ถือเป็นการวางกำลังควบคุมน่านน้ำสำคัญทั้ง 3 จุด เพื่อล้อมกรอบอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาคจากทุกทิศทางเครียดระบบเรดาร์ถูกทำลายก่อนหน้านี้มีรายงานความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของอิหร่าน ในการทำลายระบบเรดาร์ AN/TPY-2 มูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 11,000 ล้านบาท) ณ ฐานทัพอากาศมูวาฟฟัก อัล-ซอลติ ในประเทศจอร์แดน ที่เป็นหัวใจหลักของระบบป้องกันขีปนาวุธระดับสูง THAAD ของสหรัฐฯ ภาพถ่ายดาวเทียมยืนยันความเสียหายยับจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนพิฆาต ความสูญเสียครั้งนี้ส่งผลกระทบใหญ่หลวง เนื่องจากเรดาร์รุ่นนี้มีความสามารถพิเศษในการตรวจจับและชี้เป้าขีปนาวุธนำวิถีในระยะไกลและเพดานบินสูง เมื่อระบบถูกทำลาย ภาระการป้องกันภัยตกไปอยู่ที่ระบบแพทริออต (Patriot) แทนให้เอกชนเร่งผลิตอาวุธเพิ่มรายงานระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐฯกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างหนัก อีกทั้งยังมีราคาสูงถึงลูกละ 13 ล้านดอลลาร์ สถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้บีบให้ทำเนียบขาวต้องเรียกประชุมด่วนกับยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาวุธอย่างล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) และอาร์ทีเอ็กซ์ (RTX) เพื่อเร่งสายการผลิตให้ทันต่อการโจมตีแบบระดมยิงของอิหร่าน ที่มุ่งเป้าทำให้ระบบป้องกันของสหรัฐฯ รับมือไม่ไหวจนเกิดช่องโหว่บนน่านฟ้าในที่สุดแฉ “หมีขาว” แอบส่งข้อมูลลับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเปิดเผยข้อมูลสำคัญระบุว่า นับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา รัสเซียได้ให้การสนับสนุนด้านข่าวกรองแก่อิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งภาพถ่ายดาวเทียมแบบเรียลไทม์ เพื่อระบุพิกัดเรือรบและฐานที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ หวังให้อิหร่านกำหนดเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น ด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่าประสิทธิภาพการโจมตีของอิหร่านยังคงจำกัด เนื่องจากเทคโนโลยีขีปนาวุธยังล้าหลังรัสเซียมาก ทำให้ยังไม่สามารถโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่อย่างเรือรบได้สำเร็จ แม้ก่อนหน้านี้จะสามารถโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในคูเวต จนทำให้ทหารเสียชีวิต 6 นาย และสร้างความเสียหายในบาห์เรนก็ตาม ขณะเดียวกัน นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ต่อสายตรงถึงนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน เพื่อยืนยันความร่วมมือและแสดงความเสียใจต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดจ่อส่งกองกำลังลุยภาคพื้นดินสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี นิวส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ และผู้ใกล้ชิดนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า นายทรัมป์แสดงความสนใจจริงจังในที่ประชุมส่วนตัว ถึงความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังสหรัฐฯเข้าสู่แผ่นดินอิหร่าน แม้ก่อนหน้านี้จะเคยระบุว่าการส่งทหารราบเป็นเรื่อง “เสียเวลา” ก็ตาม รูปแบบที่ทรัมป์วางไว้ไม่ใช่การ บุกโจมตีเต็มรูปแบบ แต่เป็น “กองกำลังชุดเล็ก” เพื่อภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การเข้าควบคุมแหล่งยูเรเนียม และการดูแลความเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจ ทรัมป์วาดภาพอนาคตของอิหร่านให้คล้ายคลึงกับ“เวเนซุเอลา โมเดล” หลังหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯบุกจับกุมตัวนายนิโคลัส มาดูโร ได้สำเร็จเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาอิหร่านขู่เข้ามาจริงหายนะแน่ด้านนางคาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็นเพียงการคาดเดา แต่ยืนยันว่าทรัมป์เปิดกว้างสำหรับทุกทางเลือกเสมอ ขณะที่นายอับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้อย่างดุดันว่าอิหร่านเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว และหากสหรัฐฯส่งทหารเข้ามาจริง จะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ของกองทัพอเมริกันอย่างแน่นอน ขณะที่กลุ่มมุสลิมชีอะห์ในแคว้นแคชเมียร์ของอินเดียรวมตัวประท้วงจุดไฟเผาหุ่นผู้นำสหรัฐฯและอิสราเอลกาตาร์ชี้วิกฤติพลังงานรอบใหม่วันเดียวกัน นายซาอัด อัล-กาบี รมว.พลังงานของกาตาร์ ออกมาเตือนถึงวิกฤติพลังงานครั้งใหม่ ระบุสงครามในตะวันออกกลางอาจทำให้เกิดวิกฤติพลังงานครั้งใหม่ ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือถดถอย ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 7% หรือมากกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลอดสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นเกือบ 30% นอกจากนี้ เหตุโดรนอิหร่านโจมตีโรงงาน LNG ที่ใหญ่ที่สุดในกาตาร์ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์จนอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงทั่วโลก บีบให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยและอาจทำให้โรงงานหลายแห่งทั่วโลกต้องหยุดการผลิตในที่สุดทรัมป์ฮึ่มทำลายล้างจนสิ้นซากวันเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล อีกรอบ ระบุอิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงขีดสุด ในวันนี้ทรัมป์มองว่าการที่นายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน และสภาผู้นำชั่วคราวอิหร่านออกมาประกาศหยุดโจมตีประเทศเพื่อนบ้านนั้น ไม่ใช่เจตนาดี แต่เป็นเพราะการยอมจำนนต่อแรงกดดันจากการโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อนของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทรัมป์ใช้คำขู่ที่รุนแรงกว่าทุกครั้งว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึง “การทำลายล้าง อย่างสิ้นซาก” และ “ความตายที่แน่นอนต่อพื้นที่และบุคคลที่ไม่เคยตกเป็นเป้าหมายมาก่อนจนถึงวินาทีนี้” เพื่อตอบโต้พฤติกรรมอันเลวร้ายของอิหร่าน คำประกาศดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณการ โจมตีเป้าหมายระดับสูงหรือพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่สหรัฐฯเคยละเว้นในอดีต“ไออาร์จีซี” ขู่ตอบโต้กลับรุนแรงด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที ย้ำว่าหากสหรัฐฯและอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีดินแดนอิหร่าน ต่อไป ฐานทัพและผลประโยชน์ทั้งหมดของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค จะเป็นเป้าหมายหลักในการ ทำลายล้างเช่นกัน“เยอรมัน” กลับลำไม่ร่วมวงรบนายลาร์ส คลิงไบล์ รองนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประกาศยืนยันอย่างชัดเจนว่า เยอรมนีจะไม่เข้าร่วมในการทำสงครามของสหรัฐฯและอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่าน ขัดแย้งกับแนวทางของนายฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่เคยประกาศก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลเยอรมนีมีเป้าหมายเดียวกับสหรัฐฯและอิสราเอล ในการจัดการโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงการต่อต้านการสนับสนุนการก่อการร้าย ของรัฐบาลอิหร่าน นายคลิงไบล์ระบุว่ามีความสงสัยอย่างยิ่งว่าสงครามครั้งนี้มีความชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่ สงครามของเรา และเราจะไม่ขอมีส่วนร่วม ขณะเดียวกัน ยังเตือนว่าโลกกำลังถลำลึกเข้าสู่ภาวะที่ไร้กฎเกณฑ์ และไม่อยากอยู่ในโลกที่ใช้เพียงกฎของผู้ที่แข็งแกร่งกว่ามาเป็นตัวตัดสินเร่งคัดเลือกผู้นำสูงสุดอิหร่านส่วนความเคลื่อนไหวในการเลือกผู้นำสูงสุดของอิหร่านนั้น สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า แกรนด์ อยาตอลเลาะห์ นอเซอร์ มาคาเรม ชิราซี และแกรนด์ อยาตอลเลาะห์ ฮอสเซน นูรี ฮาเมดานี สองผู้นำศาสนาผู้ทรงอิทธิพล ได้เรียกร้องให้สภาผู้เชี่ยวชาญเร่งกระบวนการคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดอย่างเร่งด่วน เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นและจัดระเบียบกิจการของประเทศให้ดีขึ้นในยามสงคราม ที่ผ่านมาผู้นำศาสนาอาวุโสหลายท่านได้ออก“ฟัตวา” หรือคำวินิจฉัย เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกผนึกกำลังแก้แค้นให้แก่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยย้ำว่าเป็นหน้าที่ทางศาสนาที่ต้องปฏิบัติ จนกว่าความชั่วร้ายของอาชญากรจะถูกกำจัดให้สิ้นซาก แต่ในภาวะท่ามกลางสถานการณ์สงครามรุนแรง ทำให้การรวมตัวของสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญทั้ง 88 คน เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ส่งผลให้ขณะนี้ เริ่มมีการเปลี่ยนรูปแบบการหารือผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อคัดเลือกผู้นำที่จะมากุมบังเหียนประเทศในช่วงวิกฤติอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่