ในยุคที่ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ จะมาแย่งงานมนุษย์ คนทำงานจำนวนมากตั้งการ์ดสูงด้วยความกลัว ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังได้เปรียบอย่างเงียบๆจากการใช้ AI เป็นอาวุธทรงพลังนี่คือจุดเปลี่ยนของเกมแรงงานยุคใหม่ AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มาแทนงานที่เปลืองเวลาในชีวิต ความจริงที่เจ็บคือ AI ไม่ได้แย่งงานจากคนเก่ง แต่ AI แย่งงานจากคนที่ทำงานซ้ำๆโดยไม่ใช้สมอง ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะไม่ขยับเอาแต่พึ่งคนอื่นร่ำไป ชอบพูดติดปากว่าทำไม่เป็น!!คำถามจึงไม่ใช่ว่า “เราจะสู้กับ AI ยังไง” แต่คือ “เราจะใช้ AI ให้ทำงานแทนเราได้แค่ไหน” คนทำงานที่ฉลาดในยุคนี้ เริ่มคิดใหม่ทำใหม่ โดยสมมติบทบาทตัวเองเป็น “เจ้านาย” ไม่ใช่ “ลูกจ้าง” แล้วให้ AI เป็นลูกน้อง หรือผู้ช่วยส่วนตัว แบ่งเบางานหนักงานน่าเบื่อทั้งหลาย เพื่อให้เราใช้สมองไปกับสิ่งที่มีคุณค่าจริงๆ และทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้ดีเท่ามนุษย์ เช่น การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์, การเชื่อมโยงภาพใหญ่, การอ่านเกมคน, การอ่านอารมณ์ และการตั้งคำถามใหม่ๆเชิงสร้างสรรค์บอกเลยว่าคนที่กลัว AI และไม่รู้จักปรับตัว จะถูกทิ้งไว้ ข้างหลัง ถึงจะมีตำแหน่งสูงขนาดไหน ก็อาจถูกจัดเป็นกลุ่มแรงงานไร้ประโยชน์ ที่พร้อมถูกจิ้มออกได้ทุกเมื่อ เพราะยังยึดติดกับการทำงานรูปแบบเดิมๆ โลกของการทำงานไม่เคยใจดี แต่มันยุติธรรมเสมอ ใครมองเกมออกก่อน คนนั้นได้เปรียบก่อนถามว่าคนแบบไหนไม่ได้ไปต่อในยุค AI อันดับหนึ่งคือ “คนที่ทำงานซ้ำๆ แล้วคิดว่านั่นคือคุณค่า” ถ้างานหลักของคุณคือการคีย์ข้อมูล, สรุปรายงานตามสูตรเดิม, ทำสไลด์แบบเปลี่ยนตัวเลขแล้วส่ง, ทำตามขั้นตอนโดยไม่ตั้งคำถาม งานรูทีนเหล่านี้ AI ทำได้เร็วกว่า, ถูกกว่า และไม่บ่นไม่งอแง งานพวกนี้ไม่ได้ไร้คุณค่า แต่มันเป็นงานที่ไม่ต้องใช้มนุษย์อีกต่อไปแล้ว“คนที่กลัว AI จนไม่ยอมแตะไม่ยอมเรียนรู้”คนกลุ่มนี้มักจะกลัวพลาด, กลัวดูโง่, กลัวตามเด็กไม่ทัน ถ้าไม่ คลำผิดคลำถูกตั้งแต่วันนี้ แล้วเมื่อไหร่จะใช้ AI ได้คล่อง“คนที่คิดว่า AI เป็นเรื่องของเทคโนโลยีไกลตัว” นี่คือกับดักสุดคลาสสิกของคนทำงานยุคเก่า ทั้งๆที่ AI เข้าไป เกี่ยวข้องกับทุกสายงาน และมันเลือกเจาะทุกงานที่สามารถแทนที่มนุษย์ได้“คนที่อ่านข้อมูลไม่ออก แต่มั่นใจในสัญชาตญาณล้วนๆ” สัญชาตญาณสำคัญก็จริง แต่ในยุคที่ข้อมูลอยู่ตรงหน้า การอ่านข้อมูลไม่ออกถือเป็นความเสี่ยง คนที่คิดว่าจะอยู่รอดได้ด้วยประสบการณ์ความเก๋า กำลังจะแพ้คนที่อ่านข้อมูลขาด แล้วนำมาประกอบการตัดสินใจ การป้อนข้อมูลที่ได้จาก AI จะยิ่ง ขยายช่องว่างนี้ให้กว้างขึ้น“คนที่ไม่อัปสกิล เพราะคิดว่าใกล้เกษียณแล้ว” นี่คือความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก ยุค AI ไม่ได้กีดกันคนอายุมาก แต่มันกีดกันคนที่หยุดเรียนรู้ ยิ่งอายุมากยิ่งต้องรู้วิธีใช้ AI ไม่ใช่เพื่อแข่งกับเด็ก แต่เพื่อใช้ประสบการณ์คุมเกมให้เฉียบขาดกว่าเดิม เลิกอ้างว่าแก่แล้ว“คนที่ทำงานเก่ง แต่สื่อสารไม่เป็น” ยุคนี้ไม่ขาดคนทำงานเก่ง แต่ขาดคนที่อธิบายคุณค่าให้คนอื่นเข้าใจ ถ้าคุณวิเคราะห์เก่ง แต่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาไม่ได้ ถ้าคุณเห็นปัญหา แต่พูดไม่เป็นระบบ AI จะเป็นคนสื่อสารแทน และคุณอาจถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆจนไม่เหลือที่ยืน“คนที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองต้องเปลี่ยน” นี่คือกลุ่มอันตรายที่สุด ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หรือพยายามทำอะไรใหม่ๆ ยังอยู่ในคอมฟอร์ตโซนซื้อความสบายใจไปวันๆสรุปแล้วคนที่ไม่ได้ไปต่อในยุค AI ไม่ใช่คนที่ไม่เก่ง แต่คือคนที่ไม่ยอมปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในทุกวัน.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม