วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง “สงครามสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน” กันต่อนะครับ นสพ.วอลล์สตรีท เจอร์นัล ไปเจาะลึกมาว่า สงครามสหรัฐฯกับอิหร่านกองทัพสหรัฐฯได้ใช้ Claude AI ของบริษัท Anthropic ที่กำลังมีปัญหากับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯในเรื่อง “มโนธรรม” ในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยทำสงคราม โดยกองทัพสหรัฐฯได้ใช้ Claude AI สร้างแบบจำลองการโจมตีอิหร่าน จนสามารถปลิดชีวิต อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ได้สำเร็จ และโจมตีหน่วยงานสำคัญของอิหร่านอีกเกือบพันแห่งก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้ใช้ Claude AI ในปฏิบัติการจับตัว นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ถึงที่พักกลางเมืองหลวงได้อย่างละม่อมมาแล้ววันนี้ผมจะพาไปดูกันครับว่า ทรัมป์ใช้ AI ของ Anthropic ในสงครามอิหร่านอย่างไร ทั้งที่ ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งจะมีคำสั่งแบน Anthropic เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. ห้ามกองทัพสหรัฐฯและหน่วยงานกลางรัฐบาลทุกแห่งใช้ AI ของ Anthropic แต่วันรุ่งขึ้นเสาร์ที่ 28 ก.พ. ทรัมป์กลับใช้ AI ของ Anthropic เป็นเครื่องมือหลักในการโจมตีอิหร่าน นสพ.วอลล์สตรีท เจอร์นัล อ้างแหล่งข่าวจาก เพนตากอน ยืนยันว่า แม้ผู้นำสหรัฐฯจะสั่งแบนเอไอของแอนโทรปิก แต่กองทัพสหรัฐฯก็ยังใช้ระบบเอไอที่รับบน Claude ของแอนโทรปิกในการโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ.ภารกิจหลักของ Claude AI ในการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ มีดังนี้1.การประเมินข่าวกรอง (Intelligence Assessment) ประมวลข้อมูลมหาศาลจากโดรนและการดักฟังทางโทรคมนาคมเพื่อระบุตำแหน่ง2.การเลือกเป้าหมาย (Target Identification) ช่วยจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายทางการทหารกว่า 500 แห่งในอิหร่าน เพื่อให้การโจมตีแม่นยำและรวดเร็ว3.การจำลองสถานการณ์รบ (Battle Simulations) รันแบบจำลองการตอบโต้ของอิหร่าน เพื่อวางแผนการโจมตีให้สูญเสียน้อยที่สุด4.ช่วยลดเวลาในการตัดสินใจ (Decision Compression) นักวิเคราะห์ระบุว่า AI ช่วยลดระยะเวลาจาก “การระบุเป้าหมาย” ไปจนถึง “การอนุมัติโจมตี” ให้เหลือเพียงไม่กี่นาที หรือวินาที (Shortening the Kill Chain)นี่คือ ศักยภาพสุดยอดของ Claude AI ทำให้สหรัฐฯสามารถครองน่านฟ้าอิหร่านได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อิหร่านหมดศักยภาพต่อต้านการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอล ผมขอชื่นชมในมโนธรรมอันกล้าหาญของ Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่กล้าปฏิเสธทรัมป์ ไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐฯใช้ความอัจฉริยะสุดยอดของ Claude AI ไปใช้ในอาวุธสังหารอัตโนมัติที่ไม่มีมนุษย์ควบคุม (Fully Autonomous Weapons) โดย AI สามารถตัดสินใจโจมตีเป้าหมายด้วยตัวเองได้ และไม่ยอมให้ใช้สอดแนมชาวอเมริกันแบบวงกว้าง (Mass Domestic Surveillance) โดย ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอแอนโทรปิก ยืนยันหนักแน่นว่า นี่คือ “หลักมโนธรรม” ของ Anthropic ที่กำหนดกับคู่สัญญาทุกรายการปฏิเสธของ Amodei ทำให้ทรัมป์โกรธมาก 27 ก.พ. ทรัมป์มีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งหมดยุติการใช้งานเทคโนโลยีของ Anthropic ทันที ทรัมป์ยังโพสต์โจมตีแอนโทรปิกว่า เป็นบริษัทเอไอซ้ายจัดที่ไม่เข้าใจโลกความจริง รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯก็โจมตีว่า หยิ่งยโสและทรยศต่อกองทัพ แล้วทรัมป์ก็ให้กระทรวงกลาโหมไปลงนามสัญญากับ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ที่เข้ามาเสียบแทน โดย Altman ยินยอมให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯใช้เทคโนโลยีของ OpenAI ในสงครามได้ทุกรูปแบบวันรุ่งขึ้น ผู้ใช้ ChatGPT แห่ถอนการติดตั้งแอปมากถึง 295% เกิดกระแส Review Bombing สูงถึง 775% วิจารณ์จริยธรรมและ การเป็นเครื่องมือสงครามของ ChatGPT เพียง 3 วันมีผู้เลิกใช้ ChatGPT เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 ล้านคน ขณะที่ Claude พึ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ใน App Store จากอันดับที่ 42 กรณีนี้เห็นชัดเจนว่า Amodei ซีอีโอ Anthropic มีมโนธรรมคุณธรรมสูงกว่า Altman ซีอีโอ OpenAI อย่างเทียบกันไม่ได้ “เราจะใช้ AI แบบไหน” วันนี้คงตัดสินใจได้ไม่ยากแล้ว Claude หรือ ChatGPT."ลม เปลี่ยนทิศ"คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม