หลังจากผ่านตา เวทีลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 81 และ คริติกส์ ช้อยส์ อวอร์ดส์ หรือรางวัลขวัญใจนักวิจารณ์ ครั้งที่ 29 การขับเคี่ยวกัน บนเวทีมอบรางวัลต่างๆ ดูจะจับจ้องไปที่ความสำเร็จของ “บาร์เบนไฮเมอร์” (Barben heimer) ซึ่งเป็นชื่อควบของหนังทำเงินปี 2566 คือ ออปเพนไฮเมอร์ (Oppenheimer) กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน และ บาร์บี้ (Barbie) ของผู้กำกับหญิง เกรตา เกอวิก ว่าจะโกยรางวัลจากเวทีต่างๆ ไปได้กี่มากน้อย แต่ดูเหมือนออปเพนไฮเมอร์จะนำหน้าอยู่ หลังซิวลูกโลกทองคำไป 5 ตัว ขณะที่บาร์บี้ได้ไป 2 ตัว ส่วนคริติกส์ ช้อยส์นั้น งานของโนแลนกวาดไปอีก 8 ส่วนบาร์บี้คว้าไปได้ 6 รางวัลแบบหายใจรดต้นคอคำถามที่ยังรอคำตอบคือ โผผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 96 ที่จะประกาศสัปดาห์หน้า หนังทั้ง 2 เรื่องนี้จะเข้าชิงกี่สาขา และใครจะหยุดออปเพนไฮเมอร์ที่ เวทีออสการ์ได้บ้าง?ความปังของออปเพนไฮเมอร์ไม่ใช่แค่ถูกนำไปล้อเป็นคำ “บาร์เบนไฮเมอร์” แต่ยังถูกนำไปอธิบายถึงสถานการณ์ของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ที่กำลังเติบโตและมีบทบาทอย่างมาก จนเรียกช่วงเวลานี้ว่า “ออปเพนไฮเมอร์ โมเมนต์” คริสโตเฟอร์ โนแลน เคยอธิบายคำ “ออปเพนไฮเมอร์ โมเมนต์” กับสื่อเอ็นบีซี ในสหรัฐฯ ว่านักพัฒนาที่ทำงานเพื่อทำให้เอไอมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องเผชิญกับคำถามทางศีลธรรมหลายประการไม่ต่างจาก เจ.โรเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งระเบิดปรมาณู” เพราะขณะที่เขาพัฒนาอาวุธอันทรงพลังนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1940 เขาเผชิญกับความไม่แน่นอนจากกองทัพสหรัฐฯ และสภาคองเกรส แบบเดียวกับที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเอไอกำลังเจออยู่ในปัจจุบัน “ตอนผมพูดคุยกับนักวิจัยชั้นนำในสาขาเอไอ พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น ‘ออปเพนไฮเมอร์ โมเมนต์’ อย่างแท้จริง”“ออปเพนไฮเมอร์ โมเมนต์” กลายเป็นคำที่ชวนตั้งคำถามว่าเอไอจะเป็นเหมือนระเบิดปรมาณูในยุคของเราหรือไม่? เนื่องจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังพยายามปรับปรุงการทำงานของเอไอ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพากันไปได้ไกลแค่ไหน หลายผู้เชี่ยวชาญก็กังวลว่าวันหนึ่งเอไออาจจะควบคุมโลกและผลักมนุษย์ไปสู่การสูญพันธุ์เพราะทุกวันนี้ หลายบริษัทใหญ่ต้องการแทนที่คนทำงานด้วยเอไอ และข้ออ้างที่ออกมาในนามของคำว่า “ประสิทธิภาพ”.ภัค เศารยะคลิกอ่านคอลัมน์ "หน้าต่างโลก" เพิ่มเติม