ไทยกับเวียดนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อ 6 สิงหาคม ค.ศ.1976 และครบรอบ 25 ปี เมื่อ ค.ศ.2001 มีการจัดฉลองความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามที่บ้านของผมที่กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนเวียดนามนั่งรถโค้ชมาจากเมืองต่างๆของเวียดนามเมื่อผมอายุครบ 13 ปี พ่อก็พานั่งรถจากไทยไปนครพนมข้ามไปลาวและเข้าไปเยือนเมืองต่างๆของเวียดนามเหตุการณ์นั้นผ่านมา 23 ปี ตอนนั้น พ่อผมได้รับเชิญไปบรรยาย และไปเยือนเวียดนามบ่อยมาก บางครั้งก็ไปนอนตามจวนผู้ว่าฯ ผู้ที่มาต้อนรับขับสู้ก็มักจะเป็นผู้บริหารจังหวัดและอำเภอของเวียดนาม ความที่เพิ่งพ้นจากสงครามได้ไม่นาน เวียดนามจึงยังไม่พร้อมในทุกเรื่อง ผู้นำระดับจังหวัดและอำเภอพูดถึงแต่เรื่องข้าว กาแฟ และสินค้าเกษตรอื่นๆเมื่อพ่อผมนำมาเขียนลงไทยรัฐและทำสารคดีเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาการเกษตรของเวียดนาม ผู้อ่านและผู้ชมบางท่านถึงขนาดหัวเราะจนฟันกระเด็นออกมานอกปาก บอกว่า โอย ให้อีกร้อยปีเวียดนามก็ไม่มีทางตามไทยทัน พื้นที่เวียดนามมีน้อยกว่าเรา แถมครึ่งหนึ่งยังเป็นภูเขาเลากาทำการเกษตรไม่ได้ มีทั้งวาตภัยใหญ่ อุทกภัยใหญ่ทุกปีสมัยนั้น รายการเปิดเลนส์ส่องโลกทางช่อง 3 ถ่ายทำตั้งแต่ภาคใต้ยันภาคเหนือของเวียดนาม บางครั้งนั่งรถไฟจากโฮจิมินห์ซิตี้ขึ้นไปกรุงฮานอย ตื่นขึ้นมาตี 4 ตี 5 เห็นคนเต็มท้องนาแล้ว แม้แต่พื้นที่ที่ใกล้กับรางรถไฟคนยังมาปลูกข้าวไม่ให้เหลือพื้นที่ว่างทุกครั้งที่พูดถึงเวียดนามในแง่ของการพัฒนา จะต้องมีคนออกมาต่อต้านว่าเว่อร์ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เวียดนามเริ่มปลูกทุเรียน ทุกครั้งที่เปิดฟ้าส่องโลกเขียนถึงทุเรียนเวียดนามว่าทุเรียนเวียดนามมีโอกาสที่จะขายได้ดีในตลาดจีน มีคนเอาคอลัมน์ของเราไปโจมตีว่าเขียนในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ บางคนปลอบใจกันเองว่ารสชาติทุเรียนเวียดนามไม่อร่อย กินไม่ได้ แต่ความเป็นจริงคนจีนไม่ได้แยกแยะว่าทุเรียนมาจากไหน รสชาติต่างกันอย่างไร ขอให้ได้กินทุเรียนก็พอแล้ว7 มกราคม 2024 สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานข้อมูลจากสมาคมผลไม้และผักแห่งเวียดนามว่า ค.ศ.2023 มูลค่าการส่งออก ทุเรียนของเวียดนามอยู่ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (7.59 หมื่นล้านบาท) คาดว่าใน ค.ศ.2024 เวียดนามจะมีรายได้จากการขายทุเรียน 3.5 พันล้านดอลลาร์ (1.2 แสนล้านบาท) เนื่องจากแนวโน้มผลผลิตทุเรียนภายในประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้น แผ่นดินเวียดนามอยู่ติดกับแผ่นดินจีน ทำให้สะดวกต่อการขนส่งและสามารถตัดทุเรียนในความแก่ที่สูงกว่าทุเรียนที่ปลูกในประเทศอื่น ทุเรียนแก่อร่อยกว่าทุเรียนที่ตัดด้วยความสุกน้อยกว่า ความนิยมกินทุเรียนเวียดนามของคนจีนมีมากขึ้นการเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อปลาย ค.ศ.2023 ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นขึ้น มีการลงนามในข้อตกลงมากถึง 36 ฉบับ กำลังจะมีการลงนามพิธีสารการส่งออกทุเรียนแช่แข็งกับจีน ค.ศ.2024 การส่งทุเรียนแช่แข็งไปจีนจะเพิ่มขึ้นอีกมาก พ่อค้าจีนที่ผมรู้จักหลายคนปัจจุบันพุ่งเป้า ไปที่ทุเรียนเวียดนามกันแล้ว9 มกราคม 2024 กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามรายงานปริมาณและราคาข้าวส่งออก ค.ศ. 2023 สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 663 ดอลลาร์ (2.32 หมื่นบาท) กำลังการผลิตข้าวเวียดนามใน ค.ศ.2023 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 ผลิตได้มากถึง 43.5 ล้านตัน ส่งออกถึง 8.3 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 4.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (1.67 แสนล้านบาท)ค.ศ.2024 กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามเชื่อว่า การผลิตข้าวของเวียดนามจะเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมารัฐบาลส่งเสริมให้มีการขยายพื้นที่เพาะปลูกและมีการสนับสนุนช่วยเหลือให้มีผลิตภาพสูงขึ้น ทั้งจีนและฟิลิปปินส์แสดงความสนใจในการซื้อข้าวเวียดนามเพิ่ม ไม่ใช่แค่เรื่องปริมาณ คุณภาพข้าวที่ชนะการประกวดก็ทำให้คนอยากซื้อข้าวเวียดนามเพิ่มขึ้นส่วนเรื่องกาแฟไม่ต้องพูดถึง เวียดนามส่งออกกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล แต่เฉพาะกาแฟโรบัสต้าเวียดนามครอง อันดับ 1 ของโลกไปแล้ว.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ "เปิดฟ้าส่องโลก" เพิ่มเติม