การประชุมสุดยอดสันนิบาตอาหรับครั้งที่ 32 เริ่มขึ้นที่เมืองเจดดาห์ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. พร้อมด้วยการกลับเข้าร่วมสันนิบาตอาหรับของนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรกนับแต่ถูกชาติสมาชิก 22 ชาติ มีฉันทมติระงับเข้าร่วมตั้งแต่ปี 2554 เป็นผลจากการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงกระทั่งเข้าสู่สงครามกลางเมือง คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 500,000 รายและอีกเกือบ 14 ล้านคน หรือราวกึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศต้องพลัดถิ่นฐาน การกลับมาของอัสซาดถือเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญสำหรับซีเรียในการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศต่างๆในภูมิภาคให้เป็นปกติอีกครั้งด้านเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ตรัสว่า พระองค์หวังว่าการกลับคืนสู่สันนิบาตอาหรับของซีเรียจะนำไปสู่การยุติวิกฤติต่างๆในประเทศ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาซาอุดีอาระเบียมีบทบาทเป็นผู้นำด้านการทูตอย่างต่อเนื่อง ทั้งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิหร่าน ต้อนรับซีเรีย และไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในซูดาน ขณะที่ในการประชุมครั้งนี้ยังรับหน้าที่เป็นประธานหมุนเวียนของกลุ่มต่อจากแอลจีเรีย อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ และเยอรมนีกลับแสดงท่าทีต่อต้านการดำเนินการใดๆของชาติพันธมิตรในการปรับความสัมพันธ์กับซีเรียกลับสู่สภาพปกติ ระบุว่าต้องมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก่อน.