นับถอยหลังอีกแค่วันเดียว คิกออฟ “ไทยช่วยไทยพลัส” 1 มิ.ย.2569 ได้เวลาช็อปมันมือ ภายหลังปิดจ๊อบลงทะเบียนสดๆร้อนๆ วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา คนไทยแห่ร่วมโครงการคับคั่ง ขณะที่บรรดาร้านค้าก็แห่ร่วมลงทะเบียน 6 แสนกว่าร้านค้า คนซื้อคนขายคึกคัก ตั้งหน้าตั้งตารอการใช้สิทธิวันแรกวินวินได้ประโยชน์ทั้งผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้า ฝ่ายหนึ่งได้เซฟเงินในกระเป๋า ลดภาระค่าครองชีพช่วงวิกฤติพลังงานเรื้อรัง อีกฝ่ายได้เพิ่มยอดขาย มีเงินไหลเข้าเป๋าตุงและเป็นตัวช่วยสำคัญของ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในยามที่รัฐบาลภูมิตก เผชิญมรสุมแรงกดดันทั่วสารทิศจำเป็นต้องงัดไม้ตาย นโยบายมหาประชานิยมมาชุบชีวิต ฟื้นความนิยมเร่งด่วน ใช้การแก้ปัญหาปากท้องกลบวิกฤติความเชื่อมั่น แลกแต้มเฉพาะหน้า ดึงมวลชนกลับมาไฟต์บังคับให้ต้องเสี่ยงลุยไฟ กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มาแจกเงิน ลดพายุอารมณ์ประชาชน ต่อลมหายใจรัฐบาลในภาวะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาไปหมดแม้แต่กลไกองค์กรอิสระที่เคยมีส่วนช่วยประคองอำนาจรัฐบาล ยังตกที่นั่งลำบาก เผชิญวิกฤติศรัทธาขั้นรุนแรง ประชาชนตั้งข้อกังขาความเป็นอิสระในการทำงานถูกจับตามองการทำงานอย่างหนัก ไม่กล้าออกตัวแรงเหมือนเก่า สะเทือนเสถียรภาพรัฐบาล หลังเกราะกำบังทางกฎหมายที่เคยมีแต้มต่อเหนือคู่แข่งการเมือง ลดทอนประสิทธิภาพอย่างที่เห็นอาการบอบช้ำหนักของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังถูกรุกไล่ เรื่องความโปร่งใสการพิจารณาคดีการเมืองขยันเป็นข่าวมัวหมองไม่หยุด มีคดีระดับบิ๊กเนม 2 อดีตกรรมการ ป.ป.ช.ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 สั่งจำคุก 3 ปี ข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้เปิดเผยข้อมูลสำนวนสอบสวนคดีนาฬิกาหรูของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีต้องประกันตัวไปสู้คดีต่อในชั้นศาลอุทธรณ์ ซ้ำเติมความเชื่อมั่นประชาชน ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่การทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันก็มีจุดค้านสายตาสังคมหลายครั้งล่าสุดแม้กระทั่งระดับ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ก็ตกเป็นข่าวฉาว เมาแล้วขับชนไรเดอร์ตาย ปลุกพายุอารมณ์สังคมเดือดดาลไม่สิ้นสุดภาพลักษณ์ ป.ป.ช.มัวหมองตั้งแต่เรื่องสากกะเบือยันเรือรบ รุมขยี้ความเชื่อมั่นองค์กรป่นปี้ไปกันใหญ่ โดนปรามาสเป็นหน่วยงานที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองให้รัฐบาลมากกว่าการทำหน้าที่องค์กรปราบโกงสถานการณ์องค์กรอิสระ ฐานอำนาจสำคัญของรัฐบาลสั่นคลอนต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น เพราะกลไกที่ใช้ตัดตอนคู่แข่งเสียความศักดิ์สิทธิ์คดีสำคัญทางการเมืองของรัฐบาลที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. จะกล้าอุ้มต่อไปหรือไม่ ขืนยังใจกล้า แบกต่อจนสุดทาง อาจมีจุดจบซ้ำรอย 2 อดีตกรรมการ ป.ป.ช.รัฐบาลสูญเสียอำนาจการควบคุมทิศทางคดี พฤติกรรมกินรวบหรือนโยบายใดที่สุ่มเสี่ยงข้อกฎหมาย อาจต้องลดความระห่ำ คลายแรงเหิม เพราะไม่มีใครกล้าออกตัวอุ้มสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนเดิมโอกาสคนในรัฐบาลเสี่ยงโดนสอยตกเก้าอี้ง่ายขึ้นภูมิต้านทานรัฐบาลลดฮวบ จากที่เคยเส้นใหญ่ มั่นใจในตัวช่วยที่เป็นกลไกพิเศษ ต้องเพิ่มความรัดกุม เจียมตัว และรับฟังกระแสสังคมมากขึ้นไปลุ้นผลสัมฤทธิ์โครงการไทยช่วยไทย จะสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจช่วง 4 เดือน ให้เม็ดเงินสะพัดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แล้วนำไปต่อยอดสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจระยะยาวได้หรือไม่จะได้ผลเต็มร้อย แก้เกมดึงความเชื่อมั่นประชาชนกลับมาได้แค่ไหนไม่ใช่แค่จ่ายเงินเยียวยาซื้อความพอใจชาวบ้านได้แค่ชั่วคราว แต่กอบกู้ความนิยมกลับมาไม่ได้ ซ้ำร้ายความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมกลับติดลบมากขึ้นเปิดช่องฝ่ายค้านกลับมารุกคืบหนัก เพิ่มความเข้มข้นการตรวจสอบ ลากรัฐบาลเข้าโซนอันตรายหากจะเลือกซื้อใจประชาชน ต่ออายุไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ก็ติดปัญหาถังแตก จนปัญญาหาเงินมาแจกเพิ่มอาจจำใจต้องเดินเกมประนีประนอม ยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเงื่อนไขที่ฝ่ายค้านร้องขอมากขึ้น แลกการรามือ ลดทอนความเข้มข้นการถูกรุกไล่สละกลไกกุมอำนาจรัฐ รักษาเสถียรภาพแลกความอยู่รอดรัฐบาล!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม