ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่นกลองรบกันไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานซืนยัง...ยังเหลืออีก 2 วันก่อนปิดรับสมัครสี่โมงเย็นวันที่ 1 มิถุนายน ถ้า 2 วันสุดท้ายยังไม่มี “คนดังระดับร่างทอง” เปิดตัวลงสมัครให้เกิดกระแสเปรี้ยงปังไปทั้ง กทม. น่าจะฟันธงล่วงหน้าได้ว่า ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครเบอร์ 9 จะเข้าป้ายม้วนเดียวจบสบายๆ เพราะยังไม่มีผู้สมัครคนใดที่จะเป็นคู่แข่งขันที่สูสีคู่คี่กับแชมป์เก่าซักคนเดียว!!แม้แต่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” ผู้สมัครเบอร์ 10 จากพรรคประชาชน ซึ่งถูกวางเป็นเต็ง 2หรือแม้แต่ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครเบอร์ 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกวางเป็นเต็ง 3ยังตามหลังอดีตผู้ว่าฯคนเก่าหน้าเดิม อยู่หลายช่วงตัว!!แม้ยังมีเวลาลุยหาเสียงขอคะแนนชาว กทม. อีกหนึ่งเดือน แต่โอกาสจะแซงโค้งสุดท้ายเป็นไปได้ยากมาก หรือเป็นไปไม่ได้เลยส่วนผู้สมัครที่เหลือก็ไม่มีใครจะเป็น “ม้ามืด” โค่นแชมป์เก่าแบบหักปากกาเซียน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า การที่ “ดร.ชัชชาติ” นำโด่งอยู่คนเดียวทำให้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ ลุ้นไม่มันส์เหมือนศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ผ่านมาข้อสำคัญ การเดาล่วงหน้าได้ว่าใครจะเข้าวินอาจทำให้ชาว กทม.ไปใช้สิทธิ เลือกตั้งครั้งนี้น้อยลงน้อยกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 ที่ชาว กทม.ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 60.73 เปอร์เซ็นต์และยังส่งผลให้จำนวนผู้เปิดตัวลงเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพอสมควรสถิติการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งก่อน (22 พ.ค.2565) มีผู้ลงสมัครเลือกตั้งถึง 31 คนแต่ครั้งนี้ มีผู้สมัครเปิดตัวลงสมัครวันแรกเพียง 14 คนมีเสียงวิจารณ์ว่า สาเหตุที่จำนวนผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ลดลง เพราะค่าสมัครเลือกตั้ง “ห้าหมื่นบาท” แพงเกินไปแต่ความจริงค่าสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่แล้วกับครั้งนี้ “ห้าหมื่นบาท” เท่าเดิม“แม่ลูกจันทร์” ขอชื่นชมหัวใจนักสู้ของผู้สมัครอิสระ 2 คน คือ “นายพิศาล กิตติเยาวมาลย์” เบอร์ 6 และ “นายประยูร ครองยศ” เบอร์ 11 ซึ่งศึกเลือกตั้งครั้งก่อน ก็ลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.โดยนายประยูร กวาดไปได้ 2,219 คะแนนและนายพิศาล กวาดไปได้ 868 คะแนนแม้ศึกเลือกตั้งครั้งก่อนจะพ่ายยับเยินแต่ครั้งนี้ทั้งคู่ยังไม่ถอดใจ ยังลง สมัครเลือกตั้งล้างตา“แม่ลูกจันทร์” ขออวยพรให้ผู้สมัครทั้ง 2 เบอร์ ได้คะแนนเลือกตั้งมากกว่าเดิม!!อนึ่ง ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่แล้ว ปรากฏว่า มีผู้สมัคร 14 คน ได้คะแนนเลือกตั้งไม่ถึงหนึ่งพันคะแนนและมีผู้ได้คะแนนต่ำสุดเพียง 342 คะแนนสรุปว่า ลงทุนจ่ายค่าสมัครเลือกตั้ง 50,000 บาท แต่ได้คะแนนกลับมาเพียง 342 คะแนนหรือเฉลี่ย 146 บาทต่อหนึ่งคะแนนถือว่าแพงเอาเรื่องเหมือนกันนะโยม."แม่ลูกจันทร์"คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม