มีตัวอย่างให้เห็น หลังจากที่ศาลสั่งจำคุก 2 อดีต ป.ป.ช.ฐานความผิดปกปิดข้อมูล ก็มีเรื่องเก่าที่กำลังจะครึกโครมขึ้นมาอีก คือการที่ ป.ป.ช.ไม่รับคำร้อง “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรัฐมนตรี “ซุกหุ้น” แต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเพียงแต่บอกว่าคนละประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า “ศักดิ์สยาม” มีความผิดจริงจนต้องพ้นจากตำแหน่งเท่ากับ ป.ป.ช.มีความเห็นแย้งกับศาลพรรคประชาชนได้ทำคำร้องขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลว่าทำไมถึงไม่รับคำร้อง ทั้งๆที่ศาลได้ชี้ชัดแล้วว่าผิดจริงนาฬิกาหรูกับซุกหุ้นจึงไม่ต่างกันความจริงแล้ว ป.ป.ช.นั้นคือองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทุจริตโดยตรง จึงต้องโปร่งใสและมีความกระจ่างชัดอย่างหนึ่งคือการเปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอนกรณี “ซุกหุ้น” นี้จึงถูกตั้งคำถามมากมายว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นอยู่ในร่องในรอยหรือเปล่าเพราะเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสียหายไปทั้งระบบปกติปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้นเมืองไทยอยู่อันดับต้นๆ ของโลก และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาไปทั้งระบบการที่มีองค์กรอิสระปราบโกงก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังแต่ถ้าเป็นเสียเองมันก็หนักเข้าไปอีกขนาดว่าองค์กรภาคเอกชนนำข้อมูลการเรียกเก็บเงินสินบนของหน่วยราชการทั้งระบบ จนทำให้หน่วยงานรัฐบาลบางหน่วยไม่พอใจรวมถึงรัฐมนตรีบางกระทรวงด้วยนั่นแสดงว่ามันกินรากลึกไปทุกวงการที่แก้ไขได้ยาก แต่ถ้าไม่แก้ไขประเทศก็ล่มจมแน่ ดังนั้นพรรคประชาชนต้องทำหน้าที่ต่อไปอย่างเข้มข้นเพื่อหาความจริงให้ได้!พูดง่ายๆ สวมวิญญาณ “วีระ สมความคิด” ที่เกาะติดมาหลายปีจนกระทั่งเล่นงานผู้กระทำผิดได้ประเด็นคือพรรคประชาชนนั้นตามเรื่องนี้มาตลอดย่อมมีข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว จึงต้องเน้นย้ำเพื่อให้ประชาชนร่วมผลักดันด้วยแม้จะเป็นคนในของรัฐบาลแต่มิอาจหนีความจริงไปได้ไม่ต้องแปลกใจที่ “ภูมิใจไทย” จะไม่ค่อยตอบโต้ในประเด็นนี้เท่าใด แต่หันไปเรื่องระบอบสีน้ำเงินมากกว่าก็เพราะข้อมูลมันค่อนข้างชัดเถียงไปก็เข้าตัวเปล่าๆอดีตที่ผ่านมา ป.ป.ช.หลายคนก็เข้าคุกมาแล้วนี่ก็เพิ่งสดๆร้อนๆเรื่องนาฬิกาหรูจะมีเรื่องซุกหุ้นอีกสักเรื่องไม่ได้หรือ?ที่สำคัญก็คือมีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลด้วย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม