หมอหนุ่มป้ายแดงขับเก๋งคัมรี่พาแฟนสาวพยาบาลศิริราช พร้อมมารดาฝ่ายหญิงกลับจากไปเยี่ยมบ้านเกิดและเลี้ยงฉลองสำเร็จการศึกษา ก่อนประสบอุบัติเหตุรถพุ่งชนการ์ดเรลกั้นเกาะกลางสายบายพาสชะอำ-ปราณบุรี เหล็กเสียบห้องเครื่องเสยทะลุกระจกหลัง หมอหนุ่มพยาบาลสาวดับคาที่ 2 ศพ แม่แฟนเจ็บสาหัส ตำรวจเช็กกล้องหน้ารถพบนาทีชีวิต รถถูกตั้งระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติ คาดคนขับหลับในจากความอ่อนเพลียวงการแพทย์ต้องสูญเสียบุคลากรทรงคุณค่าจากอุบัติเหตุพร้อมกันถึง 2 รายซ้อน เปิดเผยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 พ.ค. ร.ต.ท.จิรเจษฎ์ พานแสง สว.รอง (สอบสวน) สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับเหล็กกั้นขอบทางเกาะกลาง (การ์ดเรล) ถนนสายบายพาส ชะอำ-ปราณบุรี ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วง กม.ที่ 18+100 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสรรเพชญฯ ชะอำ กู้ภัยทางหลวงชะอำ พร้อมด้วยรถกู้ชีพ รพ.ชะอำ ไปให้การช่วยเหลือจุดเกิดเหตุอยู่ก่อนถึงจุดยูเทิร์นกลับรถแยกช้างแทงกระจาด ต.สามพระยา อ.ชะอำ พบรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีขาว ทะเบียน 6 ขณ 9828 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนเข้ากับราวเหล็กกั้นขอบทางเกาะกลางถนน เหล็กเสียบเข้าห้องเครื่องเสยทะลุไปถึงกระจกหลัง รถพังยับ ในซากรถมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นชายคนขับ และหญิงสาวนั่งเบาะหน้าคู่กันมา ส่วนที่เบาะหลังพบหญิงวัยกลางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 คน กู้ภัยเข้าช่วยเหลือ ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดซากรถนำตัวผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ชะอำ อย่างเร่งด่วน ในรถยังพบเสื้อกาวน์แพทย์มีตราสัญลักษณ์กระทรวงสาธารณสุข ระบุชื่อ นพ.ไพทยา สืบสิงห์ 1 ตัว คาดเป็นของคนขับที่เสียชีวิตต่อมาพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ตรวจสอบข้อมูลจนทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพผู้ขับคือ นพ.ไพทยา สืบสิงห์ อายุ 24 ปี หรือหมอซีซ่า ชาว อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ น.ส.นันทนภัส จันทร อายุ 24 ปี ชาว จ.สระแก้ว พยาบาลวิชาชีพ รพ.ศิริราช กรุงเทพ เป็นแฟนสาวของ นพ.ไพทยา ขณะที่ผู้บาดเจ็บทราบชื่อนางลอองทิพย์ พรานพนัส อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 245 หมู่ 2 ต.ศาลาลำดวน อ.เมืองสระแก้ว เป็นมารดาของ น.ส.นันทนภัส ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์สอบสวนทราบว่า นพ.ไพทยาเพิ่งสำเร็จการศึกษาและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา เมื่อต้นปี 69 เตรียมบรรจุเป็นแพทย์ที่ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนเกิดเหตุ นพ.ไพทยาพร้อม น.ส.นันทนภัส แฟนสาว พร้อมมารดาของฝ่ายหญิง ขับรถเก๋งคันเกิดเหตุไปเยี่ยมบ้านเกิดในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทำพิธีแก้บน และเลี้ยงฉลองสำเร็จการศึกษา จากนั้นเวลา 05.00 น.วันที่ 29 พ.ค. นพ.ไพทยาขับรถเก๋ง มีแฟนสาวนั่งหน้าคู่กันมา ส่วนมารดาแฟนสาวนั่งเบาะหลัง มุ่งหน้าไป จ.ราชบุรี กระทั่งมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เบื้องต้นตำรวจส่งศพชันสูตรที่ รพ.หัวหิน ก่อนมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาจากการตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถที่บันทึกเหตุการณ์ไว้พบว่าก่อนถึงจุดเกิดเหตุ รถวิ่งอยู่ช่องจราจรขวามือ ความเร็ว 104 กม./ชม. ความเร็วคงที่นานกว่า 1 นาที คาดว่าคนขับอาจตั้งระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติ หรือระบบ “ครูซ คอนโทรล” (Cruise Control) เพื่อควบคุมความเร็วรถให้คงที่ เนื่องจากความเร็วไม่เพิ่มหรือลดลง จากนั้นรถค่อยๆเบี่ยงออกนอกเลนไปทางขวา และมีเสียงสัญญาณเตือนรถออกนอกเลน (Lane Departure Warning-LDW) ดังขึ้น ก่อนภาพจะตัดไป ประกอบกับผิวถนนก่อนถึงจุดเกิดเหตุไม่มีรอยเบรก คาดว่า นพ.ไพทยา คนขับ อาจหลับในจากความอ่อนเพลียเพราะขับรถเป็นระยะทางไกล ประกอบกับเป็นทางตรงระยะยาว ทำให้เกิดอุบัติเหตุสลดใจขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่