การเมืองภายใต้ขีดจำกัดของ คำว่าประชาธิปไตย วันแรกการลงสมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เมืองหลวงของประเทศไทยซึ่งจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งวันที่ 28 มิ.ย. พร้อมกับการเลือกสก. สมาชิกสภา กทม. จำนวน 50 เขต แบบฟรีสไตล์ทั้งสังกัดพรรคการเมืองกับแบบอิสระ การรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2569 มีผู้ประสงค์ที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.อยู่ 3 พรรคการเมืองคือ พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง อนุชา บูรพชัยศรี ลงสมัคร พรรคประชาชนส่ง ชัยวัฒน์สถาวรวิจิตร ลงสมัคร และพรรคเศรษฐกิจใหม่ส่ง พล.ต.ท.ชาญเทพเสสะเวช อดีต ผบช.น. ลงสมัคร นอกนั้นลงสมัครแบบอิสระ รวมทั้งอดีตผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่คุ้นหน้าคุ้นตา มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือหน้าใหม่ คมสัน พันธุ์วิชาติกุล, พิศาล กิตติเยาวมาลย์, ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์, พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์, ประยูร ครองยศ, ประทีป วัชรโชคเกษม, วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล, สมัย ละเลิศ รวม 14 รายด้วยกันมีคำถามมากมาย พรรคการเมืองขนาดใหญ่ เช่น เพื่อไทย ภูมิใจไทย ทำไมไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.โดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทย ที่เคยเป็นพรรคของคน กทม.ในสมัยหนึ่ง ทำไมยอมทิ้งพื้นที่ ส่งแต่ผู้สมัคร สก. และมีคำถามถึง ชัชชาติ ที่ ณ จุดนี้ แทบจะนอนมาทำไมไม่มีทีม สก.ของตัวเอง เพื่อให้การบริหารงานของ กทม.มีเอกภาพและเสถียรภาพมากขึ้น ในที่สุดก็มีคำถามสุดท้ายตามมา การเมืองประเทศไทย มีการจัดตั้งหรือฮั้ว กันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับชาติ โดยที่ไม่มีทางเลือกหลากหลายให้กับประชาชนอย่างแท้จริงการที่ อดีตผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่มีทีมผู้สมัคร สก.อาจเป็นเพราะเพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมือง ทั้งจากพรรคการเมืองและประชาชน ที่จะเป็นจุดอ่อนให้การเมือง สามารถต่อรองในกรณีที่จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สก. ในขณะที่พรรคการเมืองที่เสร็จศึกสนามเลือกตั้งใหญ่กันมาสดๆร้อนๆ คงไม่อยากลงทุนปัจจัยที่มีความเสี่ยงกับอารมณ์ของคน กทม. และคะแนนนิยมของชัชชาติที่ยังคงเส้นคงวา เพื่อเป็นการไม่ให้เสียหน้า เพราะคาดการณ์แล้วว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เที่ยวนี้ไม่มีทางสู้อดีตผู้ว่าฯชัชชาติได้แน่นอนกลายเป็นการฮั้วทางการเมืองกันโดยปริยาย เป็นรูปแบบของการผูกขาดทางการเมือง ที่ประชาชนไม่มีทางเลือกใหม่ๆ จะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องเลือกชัชชาติ เพราะไม่มีตัวเลือกอื่น ไม่ว่ารถจะติด น้ำจะท่วม กทม.หนักขนาดไหนก็ไม่โทษชัชชาติ ถึงพรรคประชาชน จะมี สส.กทม.พรรคเดียว ม้วนเดียวจบ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะสู้ความนิยมของชัชชาติได้หรือไม่ ทั้งที่คะแนนพรรคและคะแนน สส.กทม. ของพรรคประชาชนที่ทิ้งพรรคการเมืองอื่นชนิดไม่เห็นฝุ่นพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นเจ้าสนาม กทม.ถึงจะไม่อยากส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ถ้าทิ้งสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ก็ไม่มีทางอื่นที่จะชิงพื้นที่ กทม.กลับมาได้ เหมือนเป็นภาคบังคับให้พรรคประชาธิปัตย์จะต้องส่งผู้สมัครโดยปริยาย ฉายภาพให้เห็นการเมืองแบบจัดตั้ง ที่ทั้งภาคการเมืองและภาคประชาชนไม่มีทางเลือกใหม่ๆการเมืองไทยยังติดหล่มจมปลักวันยังค่ำ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม