ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสำเร็จของ “เน็ตฟลิกซ์” ผู้นำตลาดวิดีโอสตรีมมิง ที่ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 203 ล้านคนทั่วโลกนั้น มาจาก “คอนเทนต์” ที่มีให้เลือกชมหลากหลาย ทั้งที่ซื้อสิทธิจากสตูดิโอต่างๆ รวมทั้งลงทุนพัฒนาผลิตซีรีส์ หรือภาพยนตร์ของตัวเอง (Netflix Originals) ซึ่งไปไกลถึงขั้นคว้ารางวัลมาครองมากมายรวมถึงรางวัลออสการ์ จนสตูดิโอใหญ่ยังต้องกลอกตาใส่รัวๆในไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ซีรีส์ใหม่ของเน็ตฟลิกซ์อย่าง “The Queen’s Gambit” และ “Emily in Paris” ก็สร้างฐานแฟนคลับได้อย่างล้นหลามในแทบจะทันทีที่ออกฉาย และล่าสุด “Bridgerton” ซีรีส์โรแมนติกแนวย้อนยุคสุดฮอตเรื่องใหม่ที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 63 ล้านครัวเรือน ภายใน 4 สัปดาห์แรก นอกจากนี้ ซีรีส์ยอดนิยมเรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษ “The Crown” ก็ยังเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้เน็ตฟลิกซ์ เป็นตัวเลือกหลักของผู้ชม แม้จะอยู่ในสมรภูมิการแข่งขันของวิดีโอสตรีมมิงอันดุเดือดก็ตามและก้าวสำคัญเพื่อรั้งตำแหน่งผู้นำ เมื่อสัปดาห์ก่อน เน็ตฟลิกซ์ได้ลงนามในข้อตกลงกับ “โซนี่ พิคเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์” อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ด้านสื่อบันเทิงของโลก เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งจะทำให้เน็ตฟลิกซ์ได้สิทธิสตรีมมิงภาพยนตร์ของโซนี่ พิคเจอร์ส ในสหรัฐฯ เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียว หลังออกจากโรงภาพยนตร์และบริการการรับชมวิดีโอตามต้องการแล้ว ตั้งแต่ปีหน้า ภาพยนตร์ใหม่จากโซนี่ พิคเจอร์ส อย่าง “Morbius” ที่มีนักแสดงหนุ่ม/ร็อกสตาร์ จาเร็ด เลโต รับบทเป็นแวมไพร์ตัวร้ายคู่ปรับของไอ้แมงมุม Spider Man และ “Uncharted” ที่ดัดแปลงมาจากเกมเพลย์สเตชันสุดมันส์ นำแสดงโดย ทอม ฮอลแลนด์ จะมีให้บริการสตรีมมิงที่เน็ตฟลิกซ์เท่านั้น นอกจากนี้ โซนี่ พิคเจอร์ส ยังจะสร้างภาพยนตร์ 2-3 เรื่องต่อปีให้เน็ตฟลิกซ์อีกด้วยด้านโซนี่ พิคเจอร์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอภาพยนตร์ใหญ่เพียงค่ายเดียวที่ไม่มีบริการสตรีมมิง ของตัวเอง แต่จัดสรรปันลิขสิทธิ์ให้กับผู้ให้บริการสตรีมมิงต่างๆและเปิดตัวบริการสตรีมมิง “บราเวีย คอร์” (Bravia Core) เฉพาะบนสมาร์ททีวีรุ่นใหม่อย่าง Bravia XR 5 รุ่นที่ออกในปีนี้เท่านั้น ซึ่งสามารถสตรีมหนังค่ายโซนี่ได้ในความละเอียดคมชัดระดับ 4K HDR เทียบเท่าแผ่นบลูเรย์ โดยขณะนี้มีให้บริการ 50 ประเทศในโซนอเมริกาเหนือและยุโรป.อมรดา พงศ์อุทัย