เมื่อ 24 ต.ค. สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยืนยันว่า มีประเทศที่ลงนามให้สัตยาบันในสนธิสัญญาห้ามอาวุธนิวเคลียร์ (TPNW) ครบ 50 ประเทศแล้ว คาดจะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 90 วัน หรือในเดือน ม.ค.ปีหน้า หลังฮอนดูรัสเป็นประเทศสุดท้ายที่เข้าร่วม โดยเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปีระเบิดนิวเคลียร์ถล่มเมืองฮิโรชิมากับเมืองนางาซากิ ของญี่ปุ่น เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ มีหลายประเทศลงสัตยาบัน รวมประเทศไทย ทำให้หลายหน่วยงาน ทั้งนายปีเตอร์ มอเรอร์ ประธานคณะกรรมการสภากาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) กับองค์กรรณรงค์เพื่อยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศ (ICAN) ซึ่งคว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพเมื่อปี 2560 ต่างแสดงความชื่นชมขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในนามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประเทศมหาอำนาจที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ยักษ์ใหญ่ ทั้งรัสเซีย จีน อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมลงสัตยาบันฉบับนี้ กลับมองว่าเป็น “กลยุทธ์ที่ผิดพลาด” และเรียกร้องให้ยกเลิก โดยอ้างว่าขัดกับสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) แต่ทาง ICAN แย้งว่าสนธิสัญญา TPNW เป็นเรื่องห้ามใช้ พัฒนา ผลิต ทดสอบ ติดตั้ง เก็บสะสม และเป็นภัยคุกคาม ส่วน NPT เป็นเรื่องการไม่แพร่ขยาย การกำจัด แต่ไม่ได้ห้ามอาวุธนิวเคลียร์.