หลายท่านอาจจะถามว่า อะไรคือประโยชน์ของการนำประวัติของผู้เพิ่งวายชนม์อย่างนายโคฟี อันนัน มาเล่า คำตอบของผมก็คือ ทำให้เราได้ทบทวนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เพราะนายอันนันเป็นอดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ทำงานที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับมนุษย์ทุกคน ทุกชาติรัฐบนโลกใบนี้ การทราบประวัติชีวิตของนายอันนัน ทำให้เราเข้าใจอดีตของโลกที่เพิ่งผ่านไปไม่ถึง 20 ปีได้ดีขึ้น เมื่อเข้าใจอดีต ก็สามารถเข้าใจปัจจุบันได้ด้วย20 กว่าปีที่แล้ว โซเวียตเพิ่งจะล่มสลายหายไปใหม่ๆ จีนและอินเดียก็ยังจน สหรัฐฯเป็นมหาอำนาจชาติเบอร์หนึ่งอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทุกเรื่อง สหรัฐฯชี้ไปที่ไม้ แล้วก็บอกกับคนทั้งโลกว่านก เกือบทุกประเทศก็จะตะโกนก้องร้องตรงกันว่า “ครับนก นกครับท่าน”ระยะหลัง สหรัฐฯไม่ชอบนายบูโทรส บูโทรส-กาลี เลขาธิการสหประชาชาติ และก็แสดงออกอย่างเปิดเผยว่า จะไม่หนุนให้นายบูโทรส-กาลี เป็นเลขาธิการต่อสมัยที่ 2 ในขณะที่ฝรั่งเศสและอีกหลายชาติบอกว่า นายบูโทรส-กาลี ทำงานได้ดี แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาเสนอชื่อนายอันนัน เป็นเลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 7 เมื่อ พ.ศ.2540 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นายอันนันเป็นเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติคนแรกที่เป็นเลขาธิการ และเป็นคนแรกที่มีเชื้อสายแอฟริกันผิวดำอีกด้วยทั้งที่สหรัฐฯหนุนให้ได้เป็นเลขาธิการ แต่การทำงานของนายอันนันไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ แถมยังเดินทางไปรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อขอให้รัฐบาลอเมริกันจ่ายเงินค่าบำรุงที่ค้างสหประชาชาติมากถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสัญญาว่าจะตัดทอนงบประมาณการดำเนินงานของสหประชาชาติความที่เคยทำงานในสหประชาชาติตั้งแต่ระดับล่างสุดมาจนถึงระดับบนสุด ทำให้นายอันนันมองเห็นจุดรั่วไหล รวมทั้งวิธีการคอร์รัปชัน เมื่อได้เป็นเลขาธิการปุ๊บ ท่านจึงแต่งตั้งรองเลขาธิการด้านการเงิน ทำหน้าที่ดูแลการเงิน ป้องกันคอร์รัปชัน และการใช้จ่ายเงินอย่างเปล่าประโยชน์แม้ว่าจะพยายามปฏิรูปองค์กรให้เล็กลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สหรัฐฯซึ่งเป็นขาใหญ่อันดับ 1 ของโลกในขณะนั้น ก็ยังคงไม่ยอมชำระหนี้ค่าบำรุงที่สะสมมาจนเป็นเงินก้อนโตถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐฯเอาแต่สั่งให้ทำโน่นทำนี่ แต่ไม่ควักสตางค์ ผู้อ่านท่านที่ตามเรื่องการระหว่างประเทศยังคงจำได้นะครับ ว่าวิกฤติของสหประชาชาติในสมัยนั้นคือ เรื่องการเงินที่จะนำไปใช้จ่ายนายอันนันในฐานะผู้นำเบอร์หนึ่ง จึงไปสร้างความสัมพันธ์ระหว่างยูเอ็นกับเอกชน ไปร่วมงานประจำปีของบรรษัทเอกชนที่จัดขึ้นที่เมืองดาโวส สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเสนอข้อตกลงแห่งโลก ให้ผู้นำธุรกิจเอกชนทั่วโลกนำไปปฏิบัติทางด้านสิทธิมนุษยชน มาตรฐานด้านแรงงาน และสิ่งแวดล้อม ที่นายอันนันต้องทำถึงขนาดนี้ก็เพราะสหประชาชาติขาดเงินดำเนินการ (เพราะประเทศขาใหญ่ไม่จ่ายสตางค์) ยูเอ็นในยุคของนายอันนันจึงได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทเอกชนหลายแห่ง ที่เด่นๆก็เช่นรับจากนายเทด เทอร์เนอร์ เจ้าของบริษัทซีเอ็นเอ็นนิวส์สหรัฐฯตำหนิเรื่องการรับเงินจากเอกชนว่าไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้มาตรฐานการตัดสินใจของสหประชาชาติจะตกต่ำ นายอันนันไม่โต้ตอบ แถมยังพยายามแก้ไขการทำงานตามที่สหรัฐฯประกาศความไม่พอใจต่อองค์กรนี้ ทั้งลดบุคลากร ลดขั้นตอนการทำงานและอื่นๆปัญหาที่นายอันนันแบกรับนั้นเยอะมาก ทั้งเรื่องการปฏิรูปองค์กร ทั้งปัญหาความรุนแรงในติมอร์ตะวันออก ปัญหาอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ปัญหาอิรัก นอกจากนั้น ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นมาในโลกและโลกเพิ่งตระหนัก เช่น ภาวะโลกร้อน การแพร่กระจายของยาเสพติด การระบาดของโรคเอดส์ การก่อการร้าย ฯลฯ และเรื่องที่นายอันนันในฐานะเบอร์หนึ่งของสหประชาชาติจะต้องเป็นผู้นำในการแก้ไขก็เยอะ เช่น ความยากจน การลดหนี้ให้ประเทศกำลังพัฒนา ฯลฯพ.ศ.2540-2542 มีคนวิจารณ์กันเยอะว่าอนาคตของสหประชาชาติมืดมน บางคนปากพล่อยถึงขนาดพูดว่า อาจจะมีการยุบสหประชาชาติในอนาคตอันใกล้ก็ได้.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องเด็กเมืองคูมาซี โคฟี อันนัน (1)โคฟี อันนัน ดังจากอิรักบุกคูเวต (2)ความบกพร่องของโคฟี อันนัน (3)