เมื่อวานผมเขียนอาลัยถึงนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติคนที่ 7 ที่เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561 วันนี้มารับใช้กันต่อครับที่นายอันนันสามารถไต่จากเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยสุด (ระดับพี 1) ของสหประชาชาติไปจนได้รับเลือกเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ เป็นเพราะแกมีความเป็นผู้นำสูงมาก เมื่อสืบประวัติครอบครัวที่เมืองคูมาซีของประเทศกานา พบว่าทั้งปู่ ทั้งตา ทั้งลุง เป็นหัวหน้าเผ่าทั้งหมด พ่อของนายอันนันเองก็เคยทำงานเป็นผู้จัดการแผนกส่งออกโกโก้ของบริษัทลีเวอร์บราเทอร์ส เมื่อเกษียณแล้วก็ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอาซานเตความซึมซับความเป็นผู้นำจากครอบครัว ทำให้ระหว่างที่เรียนปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์ที่เมืองคูมาซีบ้านเกิด นายอันนันทำงานการเมืองในมหาวิทยาลัยไปด้วย และประสบความสำเร็จจนได้รับเลือกให้เป็นรองประธานสหภาพนักศึกษากานาความที่พูดจาเก่ง หน่วยก้านดี มูลนิธิฟอร์ดจึงตัดสินใจปั้นเด็กแอฟริกันคนนี้ด้วยการให้ทุนไปเรียนที่วิทยาลัยแมคาเลส-เตอร์ ซึ่งเป็นวิทยาลัยเล็กๆ ที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินเนโซตา สหรัฐฯ เพชรนะครับ อยู่ที่ไหนก็เป็นเพชร นายอันนันเรียนที่วิทยาลัยแมคาเลสเตอร์เล็กๆ และเป็นนักพูดที่มีชื่อเสียงระดับรัฐและเป็นนักวิ่งของรัฐ เป็นประธานสโมสรคอสโมโพลิตัน ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมมิตรภาพระหว่างนักศึกษาสหรัฐฯกับนักศึกษาต่างชาติคนเรานะครับ ชีวิตจะไปได้ไกลก็จะต้องมีเรื่องทำให้ชีวิตผกผัน ความมุ่งหวังตั้งใจเมื่อจบจากวิทยาลัยแมคาเลสเตอร์ของนายอันนันก็คือ กลับไปทำงานที่โรงงานของบริษัทพิลส์บิวรีที่กานาบ้านเกิด แต่โรงงานแท้งก่อนเปิด ท่านจึงเคว้งอยู่พักหนึ่ง และก็ดิ้นรนไปเรียนปริญญาโททางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยอุดมศึกษานานาชาติที่สวิตเซอร์แลนด์อยู่ 1 ปีจากนั้น นายอันนันก็ได้งานทำในตำแหน่งชั้นผู้น้อยสุดขององค์การสหประชาชาติ แผนกงบประมาณและการจัดการ และก็ย้ายไปประจำที่กรุงแอดอิสอาบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปีย กลับมาเรียนปริญญาโทที่เอ็มไอทีอีก 1 ปี ก็ลาออกไปทำงานเป็นผู้อำนวยการบริษัท พัฒนาการท่องเที่ยวกานา จำกัดความมุ่งหวังตั้งใจของนายอันนันก็คือ กลับไปพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อหาเม็ดเงินเข้าประเทศบ้านเกิด แต่ระหว่างที่ทำงานในกานา พวกทหารปฏิวัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอประเทศจะขยับไปได้ ก็โดนทหารปฏิวัติ หลังจากทหารปฏิวัติและเข้ามาตักตวงผลประโยชน์จนอิ่มแปล้แล้ว ก็ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง พอประเทศเริ่มจะไปได้ เอ้า ทหารปฏิวัติอีกแล้วความตั้งใจของนายอันนันห่อเหี่ยวกับกานามาก ท่านจึงตัดสินใจกลับไปสมัครทำงานที่สหประชาชาติอีกครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2520 กลับมาคราวนี้ ท่านเลิกคิดเรื่องจะกลับไปทำงานที่ประเทศบ้านเกิดอย่างเด็ดขาด และก็หันมาทุ่มเทให้กับงานของสหประชาชาติอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู เพียง 10 ปีที่ทุ่มเทให้กับองค์การ นายอันนันได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคลากรของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวานายอันนันแต่งงานสองครั้ง ครั้งแรกแต่งกับสาวไนจีเรีย มีลูกด้วยกันสองคนแล้วก็หย่าเพื่อมาแต่งงานใหม่กับนักกฎหมายสตรีสวีเดนที่ทำงานอยู่ด้วยกัน ชีวิตของนายอันนันเริ่มพุ่งตั้งแต่ พ.ศ.2530 เมื่อได้เป็นผู้ช่วยเลขาธิการด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เป็นผู้ประสานงาน เป็นผู้ช่วยเลขาธิการด้านการวางแผนโครงการ และเป็นผู้ตรวจสอบ ตามระดับสถานการณ์สร้างคนสำคัญครับ พ.ศ.2533 อิรักบุกคูเวต สหรัฐฯต้องขอให้พันธมิตรทั้งหลายมาช่วยกันขอมติจากสหประชาชาติ เพื่อ “ปฏิบัติการพายุทะเลทราย” โจมตีอิรัก บีบให้อิรักถอนตัวจากการครอบครองคูเวตนายอันนันได้รับมอบหมายพิเศษจากเลขาธิการสหประชาชาติให้ไปเจรจากับรัฐบาลอิรักแสงเรืองรองสีทองทาบไปที่ร่างของนายอันนันแล้วละครับพรุ่งนี้มาต่อครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comเด็กเมืองคูมาซี โคฟี อันนัน (1)