ทุกอย่างเป็นดาบสองคม มีทั้งคุณประโยชน์และอาจบาดมือผู้ใช้ การ Live หรือถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ได้ระบาดเป็นไฟลามทุ่งมีคนแสดงความคิดเห็นว่า การนำเสนอแบบนี้เกิดขึ้นมามากมาย นั่นเป็นสิทธิเสรีภาพที่พวกเขาอ้าง แต่การถือโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องอันเดียวเข้าไปก้าวก่ายยุ่มย่าม ละเมิดต่อสิทธิส่วนตัวของผู้อื่น เข้าไปตรวจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานอ้างว่าเป็นการถ่ายทอดสดได้รับอนุญาตตามกฎหมายจากใคร มีอำนาจหน้าที่ใดๆในการเข้าไปตรวจสอบ นั้นๆเราไม่คัดค้านการตีแผ่เปิดโปงต่อสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำผิดกฎเสียเอง แต่กาลเทศะและหน้าที่ต้องมีด้วยเชื่อว่า...ทุกหน่วยงานมีผู้ตรวจสอบการทำงานภายในกรมกองต่างๆมีสำนักผู้ตรวจ ส่วนตำรวจก็มี “สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ” เป็นแม่บ้าน คอยตรวจสอบกันอยู่คนที่ร้องมาเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ที่ทำถูกต้อง น่าจะมากกว่าข้าราชการนอกรีตนอกรอย ไม่งั้นองค์กรต่างๆเหล่านั้นคงจะดำรงอยู่ไม่ได้การตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางครั้งย่อมสร้างความลำบากสับสนต่อประชาชน และมีตำรวจไม่ดีบางคนแอบอ้าง แต่นั่นเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลที่ต้องแก้กันไปแต่การให้บุคคลบางคน และกำลังเป็นลัทธิเอาอย่าง ถือโทรศัพท์อันเดียวเข้าไปก้าวก่าย ขอตรวจสอบวันเวลาการตั้งด่าน เส้นทางไหน ตั้งด่านเวลาใด เส้นนั้นมีด่านหรือไม่ จะตั้งจากเวลาเท่าไหร่-เท่าใด และจากจุดนี้ต่อไปมีด่านอีกหรือไม่ แล้วก็อ้างว่าถ่ายทอดสดเหมาะสมหรือไม่ครับ ท่าน ผบ.ตร.เพราะการถ่ายทอดสดแบบง่ายๆอย่างนั้น ใครก็อ้างได้ครับ มันต้องมีที่มาที่ไป มาจากสื่อที่น่าเชื่อถือหรือเป็นสถาบันตามสมควร การเปิดเผยความลับถึงเส้นทางในการตั้งด่านนั้น เหมาะควรหรือไม่ ท่านลองตรองดูเกิดทุจริตชนเขาติดตามการถ่ายทอดสดที่อ้างมา และเอาความลับนั้นไปใช้ประโยชน์ในการหลบหลีกหลบเลี่ยงขนสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ที่อ้างว่ากำลังถ่ายทอดสดจากมือถือนั้นจะรับผิดชอบไหวไหมเพราะเห็นนำลงคลิปกันให้ว่อน ถ้ามีเจตนาบริสุทธิ์จริงก็ทำต่อไป ไม่คัดค้านและปรบมือให้แต่ควรยุบเลิกสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติทิ้งเสียเถิดเพราะทำงานสู้นักถ่ายทอดสดเหล่านี้มิได้เลย.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th