นายกฯ “อนุทิน” เรียกประชุมถกแก้ไขน้ำท่วมรายวัน สั่งทุกหน่วยเฝ้าระวังฝนหนัก 4-10 ต.ค. ก่อนยกทีมลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยเมืองปากน้ำโพ เตือนกาญจน์-เพชรบุรีฝนหนัก ห่วงเขื่อนแก่งกระจานน้ำล้นเกินพิกัด ส่วนจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังหนัก น้ำเพิ่มสูง อ่างทองคันกั้นน้ำพัง น้ำไหลท่วมทั้งหมู่บ้าน ขณะที่คลองชัยนาท-ป่าสักน้ำทะลัก เจ้าหน้าที่ชักธงแดงเตือนพื้นที่ริมน้ำ ส่วนชาวเคหะร่มเกล้ายังไม่พ้นวิกฤติ หลัง กทม.นำท่อซิ่งมาสูบน้ำออก เจอปัญหาน้ำย้อนลดช้า กู้ไม่สำเร็จหลายจังหวัดยังคงประสบอุทกภัยและมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนฝนตกหนักอีกระลอกช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้ จ่อซ้ำเติมสถานการณ์ในหลายพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่แล้ว ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปรับ เพิ่มการระบายน้ำสูงสุด 2,500 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนริมน้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพ มหานครและปริมณฑลได้รับผลกระทบโดยตรงนายกฯถกรับฝนหนัก 4-10 ต.ค.ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 09.00 น. วันที่ 3 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถาน การณ์และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความกังวลช่วงฝนตกหนักว่า ปริมาณฝนชุกและตกมากขึ้นในช่วงวันที่ 4-10 ต.ค. เป็นการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา เราเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่างๆ ส่วนน้ำเดิมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่กทม.จะต้องเร่งระบายออกไป การระบายน้ำจะต้องดูปัจจัยทุกด้านว่า เมื่อระบายออกไปแล้ว น้ำจะไหลไปจุดที่ยังรับน้ำได้หรือไม่ ไม่ใช่ระบายไปในพื้นที่ที่น้ำทะเลยังหนุนสูงอยู่ ถ้าทำอย่างนั้นน้ำก็จะไหลกลับเข้ามาอยู่ดี กรมชลประทานมีการวางแผนการระบายน้ำตลอดเวลาอยู่แล้ว“อนุทิน” เยี่ยมพี่น้องปากน้ำโพต่อมาเวลา 12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดบ้านแก่ง ต.บ้านแก่ง อ.เมืองนครสวรรค์ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มีนายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผวจ.นครสวรรค์ นำหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ต้อนรับ นายกรัฐมนตรีพบปะชาวบ้านภายในศูนย์พักพิง ศูนย์แห่งนี้มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมบ้านใน ต.บ้านแก่ง และ ต.วัดไทรย์ อ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและกลุ่มเปราะบางจำนวน 400 ชุด“ชัชชาติ” ลุยฟื้นแฟลตคลองจั่นที่เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.เวลา 08.00 น. วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อมว่า การเก็บกู้เคหะคลองจั่นเรียบร้อยหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำความสะอาดใหญ่ มีหน่วยงานของ กทม. สำนักสิ่งแวดล้อม และอีกหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกันกว่า 250 คน มีรถน้ำ รถดัมพ์ รถอัดขยะรวมกว่า 20 คัน ต้องทยอยทำไป เพราะที่นี่มี 30 แฟลต ทั้งนี้ได้มีการแจ้งให้พี่น้องชาวแฟลตคลองจั่นขนขยะออกมาไว้บริเวณริมถนนก้างปลาและรถจะทยอยจัดเก็บ เริ่มจากรถขยะก่อนและตามด้วยรถฉีดน้ำ การดำเนินการจะใช้วิธีการ 2+1 ใช้เขตที่ไม่ท่วมมาช่วยเขตที่น้ำท่วม 2 เขตต่อ 1 เขต ขอให้สำนักสิ่งแวดล้อมดูแลเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ระดมคน–เครื่องจักรตั้งเป้า 7 วันผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า สำหรับเขตบางกะปิยังมีพื้นที่น้ำขังบริเวณชุมชนร่วมกันสร้าง ซอยลาดพร้าว 101 แยก 4 เจ้าหน้าที่เข้ามาเคลียร์พื้นที่บางส่วนแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นๆน้ำก็ลดแล้ว ได้สั่งการให้สำนักสิ่งแวดล้อมทำแผนการดำเนินงานเป็นก้างปลาว่าทำอะไรตามลำดับ ทำเป็นบทเรียนสำหรับเคสอื่นด้วยว่า ปัญหาอุปสรรคคืออะไร เพราะส่วนนี้เป็นปัญหาขนาดใหญ่ให้จดว่าอะไรเข้าก่อนเข้าหลัง มีวิธีการประชาสัมพันธ์อย่างไร รวมถึงเคลื่อนย้ายรถที่จอดค้างถนนไว้ด้วย เพื่อให้เป็นบทเรียนที่จะต้องทำอีกหลายที่ ส่วนการล้างถนนดินเลน ถ้ารถเกรดไม่พอให้ไปขอที่สำนักงานโยธามาเพิ่ม คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตามถ้าใครว่างอยากมาช่วยทำความสะอาดก็มาได้ มาออกแรงออกกำลังกาย แทนที่จะไปวิ่งออกมาช่วยคลีนนิ่งแทนกู้เคหะร่มเกล้าไม่คืบ–น้ำลดช้า“ขณะนี้มีขยะมากองตามถนนเป็นจำนวนมาก และใน Traffy Fondue มีเมนูเรื่องขยะโดยเฉพาะ สามารถเข้าไปแจ้งหรือดูการเก็บขยะได้ ทั้งนี้จะต้องดำเนินการให้กลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด” นายชัชชาติกล่าวและว่า ส่วนการนำท่อซิ่งเข้าสูบน้ำเคหะร่มเกล้าและลาดกระบัง น้ำลดเพียงเล็กน้อยประมาณ 1 เซนติเมตร อาจเป็นเพราะจะต้องเบาเครื่องสูบน้ำในช่วงดึก เพราะมีเสียงดังชาวบ้านนอนไม่ได้ น้ำลงคลองประเวศยังช้าอยู่ เพราะระดับน้ำในคลองยังเต็ม แต่ก็จะเร่งสูบออกมีปัญหาน้ำย้อน–เสริมกระสอบนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯว่า กทม.ยังคงเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง คลองแสนแสบมีสถานการณ์ดีขึ้น สามารถระบายน้ำได้มากขึ้น ขณะที่คลองประเวศบุรีรมย์ โดยเฉพาะช่วงลาดกระบังระดับน้ำยังสูง มีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ บริเวณเคหะร่มเกล้า ยังพบปัญหาน้ำย้อนบางจุด จะเร่งเสริมแนวกระสอบทรายและเพิ่มเครื่องสูบน้ำ เพื่อเร่งลดระดับน้ำในพื้นที่ ภารกิจสำคัญคือการเร่งสูบน้ำออกจากหมู่บ้านและชุมชนที่ยังมีน้ำท่วมขัง จะลงพื้นที่หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง เคหะธานี นวธานีและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมพิจารณาจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำและทางระบายน้ำให้เหมาะสม ไม่ให้กระทบพื้นที่ข้างเคียงสูบน้ำช่วยหมู่บ้านพฤกษา 12ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษา 12 หมู่ 2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายไพโรจน์ ประจักษ์แจ้ง รองนายก อบต.คลองสาม นำเจ้าหน้าที่และเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งหน้าหมู่บ้าน เพื่อสูบน้ำที่ท่วมขังภายในหมู่บ้านไปลงคลองชลประทาน หลังน้ำท่วมขังมาหลายวัน เริ่มส่งกลิ่นเหม็นมานานหลายวันแล้ว ปรากฏว่าชาวบ้านที่อยู่ติดริมคลองไม่พอใจเกิดโต้เถียงกับรองนายก อบต.คลองสาม นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม ต้องมาไกล่เกลี่ย จนเหตุการณ์ยุติลง นายวิระศักดิ์กล่าวว่า เหตุชาวบ้านไม่พอใจเห็นว่าน้ำในคลองสูงกว่าถนน เมื่อสูบออกก็จะดันเข้ามาเหมือนเดิม แต่ได้อธิบายทำความเข้าใจ พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ลงไปดูท่อที่เป็นช่องให้น้ำในคลองไหลเข้าพื้นที่ก่อนนำกระสอบทรายไปปิดจนสามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอุ้มลูกลุยน้ำขอเงินคลอดบุตรส่วนที่ซอยรังสิต-นครนายก 37 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านสัญจรลำบาก น.ส.กัลยา แดงสะอาด อายุ 27 ปี พร้อมสามีอุ้มลูกสาววัยเพียง 7 วันเดินลุยน้ำทางด้านหลังหมู่บ้านช้างทอง ระยะทางประมาณ 1 กม.ออกมาอย่างทุลักทุเล จะเดินทางไปสำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี เพื่อยื่นเรื่องขอรับเงินสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร น.ส.กัลยา เผยว่า ตอนนี้ครอบครัวไม่มีเงินซื้ออาหารและของใช้จำเป็นสำหรับลูกน้อย ต้องไปขอรับเงินค่าคลอดบุตรจากประกันสังคม เนื่องจากในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมยังไม่มีหน่วยงานเข้าไปให้ความช่วยเหลือเลย ชาวบ้านต้องดิ้นรนช่วยตัวเองน้ำเหนือลด–เขื่อนปล่อยคงที่สำหรับปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 3 ต.ค.น้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,236 ลบ.ม./วินาที ลดลงต่อเนื่อง บริเวณสถานีวัดน้ำ C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนทรงตัวอยู่ที่ 17.82 เมตร/รทก. เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาทีเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.93 เมตร/รทก. ระดับน้ำห่างตลิ่งอยู่ที่ 0.41 ม.รทก.สรรพยาอ่วมน้ำสูงถึง 2 เมตรอย่างไรก็ตาม การระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที ยังคงส่งผลกระทบต่อท้ายเขื่อนในพื้นที่ลุ่มตำ อ.สรรพยา ประกอบด้วย ต.ตลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 50 ซม.ไปถึง 2 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนของอพยพมานอนในเต็นท์ริมถนนสายคันคลองมหาราชเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร ขณะที่การสัญจรเข้าออกบ้านต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว ชาวบ้านอีกหลายคนเจอปัญหาเรือรั่ว ต้องขนเรือออกมาอุดซ่อมยารอยรั่วกันริมถนน เอาไว้เป็นพาหนะเดินทางในช่วงวิกฤติน้ำท่วมคันกั้นน้ำพัง–ท่วมเต็มหมู่บ้านส่วน จ.อ่างทอง แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง น้ำสูง 9.11 เมตร เลยจุดวิกฤติ 8 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านหมู่ 5 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก พากันอพยพขึ้นมาตั้งเต็นท์นอนริมถนนที่ อบต.โผงเผงจัดไว้เป็นที่พักพิงชั่วคราว หลังจากน้ำในคลองโผงเผง ลำน้ำสาขาแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นไหลเซาะกระสอบทรายกั้นน้ำพังทลาย น้ำไหลทะลักเต็มหมู่บ้าน นายประวิทย์ อินทร์ใจดี วัย 49 ปี ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ เผยว่า เปิดร้านขายของ ต้องย้ายร้านมาวางขายในเต็นท์ ปกติพื้นที่หมู่ 5 เป็นแอ่งกระทะจะถูกน้ำท่วมทุกปี ปีนี้มีการนำกระสอบทรายมาวางป้องกันไว้แน่นหนา แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ ยังดีที่น้ำไหลมาช้าๆ ชาวบ้านพอมีเวลาเก็บสิ่งของได้ทันเวลากรุงเก่าน้ำขึ้นพุ่งพรวด 70 ซม.จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงพื้นที่ท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำลงแม่น้ำป่าสัก 616 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองสาขาต่างๆในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอีก 50-70 ซม. โดยเฉพาะบริเวณชุมชนหมู่ 1 และหมู่ 2 ต.สนามชัย อ.บางไทร พื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาพบว่าล่าสุดน้ำท่วมสูงถึง 1.80 เมตร ถนนและซอยทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมทั้งหมด ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออก ทั้งไปทำงานและส่งลูกหลานไปโรงเรียนชักธงแดงคลองชัยนาท–ป่าสักจ.ลพบุรี สถานการณ์น้ำในคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ที่รับน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ จ.ชัยนาท ไหลผ่าน อ.บ้านหมี่ และ อ.เมืองลพบุรี ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังกรม ชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำ 200 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนริมคลองชัยนาท-ป่าสัก น้ำเพิ่มขึ้น 20-50 ซม. และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ก่อนหน้าแล้วจากทุ่งบ้านหมี่ไม่สามารถระบายลงสูงคลองชัยนาท-ป่าสักได้ เริ่มเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ วัด โรงเรียนใน อ.บ้านหมี่ ขณะที่ประตูระบายน้ำกว่า 10 แห่งตลอดคลองชัยนาท-ป่าสักตั้งแต่ อ.บ้านหมี่ ถึง อ.เมืองลพบุรี พร้อมกันยกธงแดงและเตือนให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง มีกำลังพลทหารรบพิเศษจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านบ้านสร้างระทม–น้ำเน่าเหม็นส่วนสถานการณ์น้ำท่วมตลาดบ้านสร้าง ต.บ้านสร้าง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ไหลมาจาก อ.เมืองปราจีนบุรี เทศบาลตำบลบ้านสร้างวางแนวกระสอบทรายรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีไหลท่วม แต่เอาไม่อยู่ น้ำไหลเข้าผิวถนนเขตเทศบาล รพ.บ้านสร้าง ถูกน้ำท่วมสูงต้องย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอื่น ขณะที่ชาวบ้านนำกระสอบทรายมาวางกั้นไม่ให้น้ำเข้าบ้านและร้านค้าไม่ให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ประสบภัยต่างประสบปัญหาน้ำท่วมขังนานและเริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ชาวบ้านต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าบ้านสร้างเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ ทำให้น้ำท่วมขังนาน แต่กลับไม่ค่อยมีหน่วยงานไหนลงมาดูแลระดมเรือผลักดันน้ำบางปะกงด้านเจ้าหน้าที่กรมชลประทานจังหวัดฉะเชิงเทรา ประสานกองทัพเรือขอสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ มาช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง 2 แห่ง จุดแรกตรงใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติ อ.เมืองฉะเชิงเทรา 10 ลำ ส่วนอีก 10 ลำ นำไปติดตั้งบริเวณสะพานเขื่อนทดน้ำบางปะกง ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำในแม่น้ำบางปะกงให้ไหลลงสู่ทะเล นายปรัชญา สุวรรณจิตร เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เผยว่า เรือผลักดันน้ำ 1 ลำ จะผลักดัน น้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เรือ 20 ลำสามารถผลักดันน้ำได้ประมาณวันละ 2,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าจะช่วยให้น้ำที่ท่วมสูงในพื้นที่ไหลลงสู่ทะเลเร็วขึ้น ช่วยลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทางขึ้นเขื่อนขุนด่านฯทรุดที่ จ.นครนายก นายพิเชษฐ ภัคพยัต ผู้อำนวยการ โครงการชลประทานนครนายก รักษาการผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบถนนเส้นทางขึ้นสันเขื่อน หลังได้รับผลกระทบจากฝนตกสะสม เกิดการกัดเซาะผิวจราจรและไหล่ทางทรุดระยะประมาณ 30 เมตร เบื้องต้นในทางวิศวกรรมจำเป็นต้องรอให้สภาพอากาศ ความชื้นในดิน และสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมก่อนนำเครื่องจักรเข้าดำเนินการ เพื่อป้องกันเกิดดินสไลด์ซ้ำระหว่างปฏิบัติงานจนอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม บริเวณดังกล่าวเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณผิวถนนทางขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลักของตัวเขื่อน เขื่อนขุนด่านปราการชลได้ปิดทางขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อความปลอดภัยชาวองครักษ์ร้องเปิดประตูน้ำส่วนที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ชาวบ้านกว่า 30 คน รวมตัวบริเวณสามแยกองครักษ์ เรียกร้องกรม ชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 คลอง 13 คลอง 9 และคลอง 8 เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมานายนวัต บุญธรักษา นายอำเภอองครักษ์ และนายวิรวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ สำนักงานชลประทานที่ 11 มาเจรจากับแกนนำชาวบ้าน ก่อนทำบันทึกข้อตกลงเปิดประตูระบายน้ำในพื้นที่คลอง 12 และคลอง 13 เพื่อเร่งระบายน้ำออกแบบขั้นบันได ไม่ให้มีผลกระทบพื้นที่อื่น ส่วนจุดที่ยังไม่เปิดระบายน้ำไปทางคลอง 8 และคลอง 9 เพราะมีการก่อสร้าง แต่ถ้าน้ำยังไม่ลด จะร่วมกันหาทางออกอีกครั้ง ทำให้ชาวบ้านต่างพอใจแยกย้ายกลับบ้านเตือนกาญจน์-เพชรบุรีฝนหนักที่ทำเนียบรัฐบาล สายวันเดียวกัน นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า สถานการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. ประเทศไทยจะเริ่มมีฝนอีกครั้ง เป็นฝนเปลี่ยนฤดูฝนจะตกหนักในภาคตะวันตก คือ จ.กาญจนบุรี และเพชรบุรี ในส่วนภาคตะวันออกเฝ้าระวังในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะวันที่ 5 ต.ค. ขอให้เตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะเพิ่มขึ้น ส่วนภาคใต้และภาคเหนือจะมีฝนตกในปริมาณที่มากพอสมควร ขอให้เฝ้าระวัง เพราะอาจเจอน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ส่วนภาวะน้ำท่วมในปัจจุบันข้อมูลจากดาวเทียมและพื้นที่ ปริมาณน้ำที่ท่วมภาคกลางตั้งแต่ จ.อุทัยธานี ลงมาทรงตัวและเริ่มลดลงในหลายพื้นที่เขื่อนแก่งกระจานน้ำล้น-ฝนซ้ำขณะที่นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด ว่า สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจาน มีความจุอยู่ที่ 102% น้ำผ่านทางระบายน้ำล้นหรือสปิลเวย์แล้ว อัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 120 ลบ.ม./วินาที จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาอาจจะมีฝนตกหนักเกินกว่า 100 มิลลิเมตร ที่ จ.เพชรบุรี รัฐบาลประสาน ผวจ.เพชรบุรี จัดเตรียมฉากทัศน์กรณีฝนตกหนักเหนือเขื่อนแก่งกระจาน และจำเป็นต้องระบายน้ำในอัตราที่สูงสุดวันละ 500 ลบ.ม./วินาที ขณะนี้สถานการณ์อาจมีความเสี่ยง เนื่องจากน้ำล้นเขื่อนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่