“โรม” อุบไต๋โชว์หลักฐานครหาสามี สส.ชัยภูมิ ค่าย ภท.เอี่ยวสแกมเมอร์ เดินเกมรุกร่อนหนังสือเชิญ “ไอเดียร์ สุชาดา” พร้อมสามี เข้าชี้แจง กมธ.กฎหมายฯ 7 ต.ค. เคลียร์ปมทรัพย์สิน “ไท่ หยาง” 1.9 พันล้านบาท แจ้ง ป.ป.ช.ปล่อยกู้บริษัทหรือกองทุนล้มละลาย ส่อโยงคดีฉ้อโกงสั่นสะเทือนโลกคริปโตเคอร์เรนซี กระตุก ปปง.-ป.ป.ช.-ก.ล.ต.ตรวจสอบ ไล่เส้นเงินก่อนเอาผิดทางกฎหมายและทางการเมือง “สุชาดา” บุก บก.ปอท.แจ้งความเอาผิด “รังสิมันต์” หมิ่นประมาทฯ พาดพิงสามีพันแก๊งสแกมเมอร์ ยันบริสุทธิ์ใจ มั่นใจข้อต่อสู้ ลั่นแม้เพื่อนสามีโดนจับหมด แต่สามีไม่เกี่ยว ถ้าไม่ใช่คนดีคงไม่แต่งงานด้วย สว.สีน้ำเงินเลื่อนชงสอย “สิทธิโชติ” สัปดาห์หน้า เพิ่มเนื้อหาเปิดโปงสำนวนลับคดีฮั้ว สว.นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯทำหนังสือเชิญ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายไท่หยาง ซาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลีย มาชี้แจงต่อ กมธ.พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 7 ต.ค. เพื่อขยายผลตรวจสอบเส้นเงินที่ส่อเกี่ยวพันคดีฉ้อโกงในธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซี โยงขบวนการสแกมเมอร์“โรม” จ่อเชิญ “ไอเดียร์” กับสามีแจง กมธ. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภายหลังการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 1 ต.ค. มีการพาดพิง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และนายไท่หยาง ซาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลียของ น.ส.สุชาดา ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ว่า วันที่ 7 ต.ค.จะออกหนังสือเชิญ น.ส.สุชาดาและนายไท่หยาง รวมถึงผู้แทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาด้วย เพราะขณะนี้ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี และเกี่ยวข้องกับการลงทุน น่ากังวลว่าจะมีการฉ้อโกงกันครั้งใหญ่ แต่ยังไม่ขอสรุปฟันธง เพราะต้องถือหลักว่าต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน แต่ต้องตรวจสอบและไล่เส้นเงิน แหล่งที่มารายได้ทั้งหมดและดำเนินการต่อ เอาผิดทางกฎหมายและทางการเมืองคาใจ 1.9 พันล้านปล่อยกู้ บ. ล้มละลายเมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐาน นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังไม่สามารถพูดทั้งหมดได้ เพราะต้องใช้ในวาระอื่น แต่ยืนยันว่าไม่ช้า ทุกคนจะได้รับรู้และรับทราบกัน ขอตั้งข้อสังเกตทรัพย์สินของนายไท่หยางที่มีราว 1.9 พันล้านบาท และปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือกองทุนแห่งหนึ่งถึง 80% ต่อมาบริษัทหรือกองทุนดังกล่าวล้มละลาย จนนำไปสู่แรงสั่นสะเทือนในโลกคริปโตเคอร์เรนซี บุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนถูกจับและถูกดำเนินคดี ทั้งที่สิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา หลายคนให้การเชื่อมโยงมาถึงนายไท่หยาง นอกจากนี้ขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเหตุใดนายไท่หยางที่มาพำนักในไทย และยังมีทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงยังมีการปล่อยสินเชื่อให้บริษัทหรือกองทุนที่ล้มละลายไปแล้ว แต่ในบัญชีทรัพย์สินของน.ส.สุชาดากลับยังระบุถึงผลต่างของตัวเลขเงินที่แตกต่างไป ข้อมูลเหล่านี้จึงทำให้เกิดสมมติฐาน และต้องตรวจสอบว่าเส้นทางทางการเงินที่เชื่อมโยงจะถูกนำไปใช้ เพื่อเอาผิดได้มากน้อยเพียงใด“สุชาดา” บุก บก.ปอท. แจ้ง “โรม” หมิ่นเมื่อเวลา 16.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรค ภท. เดินทางมาพร้อมทนายความเข้าพบ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. และพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรค ปชน.ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังได้มีการพูดในสภาฯในลักษณะว่า สามีของ สส.หญิง จ.ชัยภูมิ เกี่ยวข้องกับกระบวนการสแกมเมอร์หรือไม่ เนื่องจากมีทรัพย์สินมากเกือบ 2 พันล้านบาท โดยแจ้งข้อหานี้เนื่องจากการอภิปรายในที่ประชุมสภาฯวันดังกล่าวมีการถ่ายทอดสด น.ส.สุชาดาให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการรักษาสิทธิของตนเองและขั้นตอนอยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย ที่พูดออกมาต้องได้รับผลของการกระทำ และมองว่าคนที่ผิดก็ว่าไปตามผิด และการที่มาแจ้งความวันนี้แสดงถึงความมั่นใจว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ ครอบครัวของตนเป็นผู้บริสุทธิ์ และเมื่อมาแล้วก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ตนพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ยืนยันว่าสามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ อาชีพเป็นนักธุรกิจที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน เนื่องจากมีความสามารถหลากหลายด้านการลงทุนลั่นพร้อมอยู่แล้วแจง กมธ.กฎหมายเมื่อถามว่า กรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ เรียกไปชี้แจงในวันที่ 7 ต.ค. น.ส.สุชาดากล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือเชิญ แต่หากมีเอกสารมาถูกต้องตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกอย่างก็พร้อมไปอยู่แล้ว เมื่อถามว่ากรณีนายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาโพสต์ลักษณะตั้งข้อสังเกต เรื่องที่มาของเงิน 2 พันล้านบาท อีกทั้งยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินกับบริษัทที่ล้มละลายถึง 1,400 ล้านบาท น.ส.สุชาดากล่าวว่า นายศิริโชคเป็นอดีต สส.ควรจะมีความรู้ในเรื่องการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะส่วนตัวได้นำเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างชี้แจงต่อ ป.ป.ช. หากไม่ถูกต้องคงไม่กล้าชี้แจง หรือยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไป แต่เอกสารที่นายศิริโชค นำมาเปิดเผย ส่วนตัวไม่ทราบว่าเป็นเอกสารที่เอามาจากไหน และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากตรวจสอบได้ภายหลังว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตนจะดำเนินการฟ้องร้องกลับเผย “อนุทิน” ให้กำลังใจถ้าไม่ผิดอย่ากลัวเมื่อถามว่าเรื่องนี้ได้มีการชี้แจงต่อพรรค ภท.หรือไม่ อย่างไร น.ส.สุชาดากล่าวว่า ตอนนี้เป็นเรื่องความเสียหายส่วนตัว ยังไม่เกี่ยวกับพรรค ภท. แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว. มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ได้ให้กำลังใจและให้คำแนะนำว่าหากไม่ผิดก็ไม่ต้องกลัวอะไร ส่วนตัวมั่นใจในตัวสามีว่าเป็นคนดี เพราะถ้าไม่ใช่คนดี คงไม่แต่งงานด้วย แม้ที่ผ่านมาเพื่อนสามีจะถูกดำเนินคดีทั้งหมด แต่ตัวสามีก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องสร้อยของไอซ์ รักชนก รู้หรือยังว่าใครซื้อให้ น.ส.สุชาดาตอบว่า “ไม่รู้ ให้ไปถามเองสิคะ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเดินทางกลับ น.ส.สุชาดาลดกระจกรถลง กล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า “มั่นใจในข้อต่อสู้” รายงานข่าวแจ้งว่า การที่ น.ส.สุชาดาเดินทางมาแจ้งความที่ บก.ปอท.ครั้งนี้ เป็นเพราะได้รับมอบอำนาจจากนายไท่หยาง ซาง สามี น.ส.สุชาดา ที่ถูกนายโรมกล่าวพาดพิงในสภาฯให้มาแจ้งความแทน“อนุทิน” ขอสื่ออย่าถามโต้ฝ่ายค้านเมื่อเวลา 10.00 น.ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้าน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้าไป ชี้แจงเรื่องน้ำท่วมในสภาฯ เพียงสั้นๆว่า “ทำงานตรงนี้ครับ อย่าถามเป็นคำถามแบบนี้เลย เดี๋ยวพอถามผมตอบไปที ก็ไปถามฝ่ายค้านอีก กลายเป็นความขัดแย้ง วันนี้เน้นเรื่องของการทำงานและทำพื้นที่ให้เรียบร้อย ให้พี่น้องประชาชนได้พ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ให้เร็วที่สุด”เมื่อถามถึงกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อภิปรายพาดพิงไปถึงพรรครัฐบาล ขอให้ตรวจสอบข้อมูลสามีของ สส.หญิง จ.ชัยภูมิ ที่มีทรัพย์สินจำนวนมากแต่ไม่รู้อาชีพ และอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ จน น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นมาโต้เถียง แต่นายอนุทินไม่ตอบคำถามได้แต่ยิ้มพยักหน้าและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที“เนวิน” เบิร์ธเดย์ 68 ปี งดดอกไม้ของขวัญวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก “ลุงเนวิน” เฟซบุ๊กส่วนตัวนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความว่า วันเกิดนายเนวิน ครบรอบ 68 ปี วันที่ 4 ต.ค.นายเนวินและครอบครัวขอเวลาส่วนตัวทำบุญที่ Buriram Castle พร้อมเชิญทำบุญร่วมกัน อยู่ที่ไหนก็ร่วมกันทำบุญได้ เพราะหัวใจเราผูกพันกัน ขอให้ผลบุญที่เราทำร่วมกัน ส่งผลกลับคืนไปยังทุกคน ให้มีสุขภาพแข็งแรง ปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ พ้นจากอุบัติภัยทั้งปวง ให้มีพละกำลังทำงาน ดูแลครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป ผู้ที่ประสงค์ร่วมทำบุญ บริจาคได้ที่ รพ.บุรีรัมย์ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 308-0-70047-3 โดยงดรับดอกไม้และของขวัญทุกชนิด ก่อนหน้านี้พรรค ภท.แจ้งยกเลิกกำหนดการเดินทางไปร่วมงานวันเกิดนายเนวินของสื่อมวลชน วันที่ 3-4 ต.ค. พร้อมมีรายงานว่างานวันเกิดนายเนวินปีนี้จัดขึ้นเป็นการภายใน เนื่องจากยังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด“ศุภชัย” แจงแก้ ก.ม.ภาษีบาปให้ทุกองค์กรวันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท. โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีเสนอร่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS หลังมีการตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องแก้กฎหมายทั้ง 4 ฉบับว่า เจตนารมณ์ไม่ใช่การยุบกองทุน ไม่ใช่การปฏิเสธความสำคัญของภารกิจของทั้ง 4 องค์กร สิ่งที่เสนอแก้คือวิธีการได้มาซึ่งเงิน กฎหมายเดิมกำหนดให้นำเงินที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ ส่งตรงเป็นเงินบำรุงให้แก่องค์กรหรือกองทุน ไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ร่างที่เสนอจะยกเลิกกลไกดังกล่าวและเปลี่ยนแหล่งรายได้เป็นงบฯรายจ่ายประจำปี สิ่งที่ประเทศจะได้จากหลักการนี้คือความเป็นเอกภาพของระบบการคลัง เมื่อรัฐเห็นว่าภารกิจด้านส่งเสริมสุขภาพ ผู้สูงอายุ กีฬา หรือสื่อสาธารณะมีความสำคัญ ก็จัดสรรงบฯเพื่อภารกิจเหล่านั้นได้ จากเดิมที่จำนวนเงินบางส่วนเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามฐานภาษี จะเปลี่ยนเป็นการพิจารณาผ่านกระบวนการงบฯ ทำให้ฝ่ายบริหารต้องอธิบายว่าจะใช้เงินเท่าใดใช้ทำอะไรชี้ออกแบบประกันอิสระ Thai PBS ได้“ข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระ โดยเฉพาะกรณี Thai PBS ต้องแยกความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรกับการจัดเก็บ และจัดสรรเงินออกจากกัน หากสังคมเห็นว่าต้องมีหลักประกัน ไม่ให้การจัดสรรงบฯถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกแซงองค์กร สามารถออกแบบหลักประกันในกระบวนการพิจารณากฎหมายได้ หลักการที่เสนอเรียบง่ายมาก คือภารกิจที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน แต่การจัดสรรเงินของรัฐก็ควรอยู่ภายใต้มาตรฐานวินัยการเงินการคลังที่เป็นระบบโปร่งใส และตรวจสอบได้” นายศุภชัยระบุสว.สีน้ำเงินเลื่อนยื่นสอย “สิทธิโชติ”อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากที่กลุ่ม สว.สีน้ำเงิน 5 คน เตรียมยื่นเรื่องต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 2 ต.ค.ให้พิจารณาไต่สวนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อยในคดีฮั้ว สว. กระทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และ 235 เกี่ยวกับความผิดจริยธรรม และการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีการนำความลับในสำนวนคดีฮั้ว สว.มาเปิดเผย ล่าสุดกลุ่ม สว.สีน้ำเงินได้ชะลอการยื่นคำร้องดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.ในวันที่ 2 ต.ค.ออกไปก่อน เนื่องจากต้องการปรับเนื้อหาเพิ่มเติมในคำร้อง เนื้อหาที่จะเพิ่มเติมคือกรณีนายสิทธิโชติ ไปพูดในเวทีเสวนาเรื่อง “คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมาชงสัปดาห์หน้าใส่เนื้อหาปูดสำนวนลับ“บางช่วงนายสิทธิโชติมีการพูดถึงเนื้อหาในสำนวนคดีฮั้ว สว.ของ กกต. เพื่อแสดงให้เห็นว่านายสิทธิโชตินำข้อมูลในสำนวนคดี กกต.ที่ต้องเป็นความลับ มาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือของข้อมูล ให้ ป.ป.ช.เห็นชัดเจนว่านายสิทธิโชติทำผิดจริยธรรมและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235 คาดว่าจะยื่นต่อ ป.ป.ช.ได้ในสัปดาห์หน้า” รายงานข่าวระบุปชป.ยึดแนวราชบัณฑิตลุยคดีฮั้ว สว.เมื่อเวลา 10.00 น.ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค ที่ชั้น 2 อาคารควง อภัยวงศ์ พร้อม สว.สำรองและผู้สมัคร สว.กว่า 10 คนร่วมหารือแนวทางส่งฟ้องร้องคดีฮั้ว สว. นานร่วม 2 ชั่วโมง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ปชป.เปิดเผยว่า ได้หารือรับฟังแนวทางข้อเสนอแนะหลายฝ่าย โดยเฉพาะที่นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรุณาแนะนำ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรควางไทม์ไลน์คร่าวๆ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งรับคำร้องไว้แล้ว 3 สำนวนที่อดีตผู้สมัคร สว. ยื่นร้องคำสั่งหรือแนวปฏิบัติของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะตรวจพยานหลักฐานปลายเดือน ต.ค. ถ้าศาลรับวินิจฉัย เชื่อว่าคงไม่วินิจฉัยเฉพาะคุณสมบัติผู้สมัคร เมื่อเราจะร้องขอเรียกสำนวนของอนุ กกต. ชุดที่ 26 และสำนวนของดีเอสไอที่สอบไว้แล้ว กกต.ไม่พิจารณา ศาลท่านจะพิจารณาและเห็นภาพช้างได้ชัดเจน และจะวินิจฉัยภาพรวมทั้งหมด หวังว่าศาลท่านจะวินิจฉัยเลยว่าการเลือก สว.ครั้งนี้มิชอบ ถ้าพิสูจน์เลยไปถึงจุดนั้นได้ เรื่องอื่นๆจะตามเข้ามาอีกมากยื่นศาลฎีกา–ผู้ตรวจการ–ศาลอาญาทุจริตนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า เปรียบเทียบกับคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พอนายทักษิณกลับเข้าเรือนจำ ฝ่ายกฎหมายพรรคติดตามเรื่องคิดว่าไม่จบ เพราะศาลฎีกานักการเมืองมีคำวินิจฉัยแล้วว่าไม่ได้ป่วยจริง ขบวนการส่งตัวเข้าพักใน รพ.มีทั้งอธิบดี แพทย์ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จึงมีภาค 2 คนที่เกี่ยวข้องจะโดนดำเนินคดีอาญาทั้งหมดตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา ผูกพันด้วยคำวินิจฉัยศาลฎีกา วันที่ 7 ต.ค.นายราเมศ รัตนเชวง ฝ่ายกฎหมายพรรค ปชป.จะไปยื่นคำร้องเพิ่มเติมให้ศาลฎีกาคดีเลือกตั้งให้สำนวนหนักแน่นขึ้น ขอให้ศาลฎีกาเรียกสำนวนไต่สวนของคณะอนุ กกต.ชุดที่ 26 และดีเอสไอมาประกอบการพิจารณา พร้อมจะไปยื่นขอคำวินิจฉัยกลาง กกต.สัปดาห์หน้า วันที่ 19 ต.ค.เราจะไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งสำนวนคำฟ้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ศาลได้พิจารณาไต่สวน เมื่อได้คำวินิจฉัยกลาง กกต.แล้ว จะเริ่มฟ้อง กกต.และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตกลาง ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา จะทำควบคู่กับการยื่นคำร้องต่อกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวน กกต.ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่คู่ขนานกัน จะชี้ให้เห็นว่าขบวนการทั้งหมดของการเลือก สว.ครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.ขึงขังผิดฮั้วจริงโยงล้มล้างฯ จ่อร้องยุบ ภท. นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า การยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำวินิจฉัยว่าการเลือก สว. ลักษณะเดียวกับที่อาจารย์จรัญแนะนำไว้ ถ้าไปถึงจุดนั้นจริงจะถือเป็นการล้มล้างการปกครอง เป็นการได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่มิชอบด้วยกฎหมาย หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปในทางบวกต่อคดีทั้งนักการเมืองและพรรคใดที่เกี่ยวข้อง เราจะยื่นยุบพรรคนั้นต่อไป เตือนแล้วว่าทั้งนักการเมืองและพรรคอย่าพยายามหาอำนาจด้วยวิธีการเช่นนี้ หากใครเกี่ยวข้องหรือถึงกรรมการบริหารพรรคไหนต้องยุบเท่านั้น ฝ่ายกฎหมายมีหลักฐานค่อนข้างมาก ทั้งชั้นการสมัคร เช่น ผู้สมัคร สว.ไม่ได้ลงชื่อตัวเอง แต่ผู้อื่นลงชื่อแทน หรือเส้นทางการเงินที่โยงไขว้กันไปมาหลายคนซ้ำๆ กัน สำคัญที่สุดโพยลงคะแนน หรือเอกสารการฮั้วเลือกตามคำสั่ง มีหลักฐานการสอบสวนที่ดีเอสไอแล้ว ตัวบุคคลส่วนหนึ่งเข้าไปอยู่ในกระบวนการฮั้วด้วย หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจที่สั่งการฮั้ว สั่งให้เลือกใคร คนไหน สว.บางคนเกี่ยวข้อง มีทั้ง สว.สำรอง และอดีตผู้สมัคร สว.มาให้ข้อมูลหลักฐานค่อนข้างชัด จะพิสูจน์ว่าขบวนการเลือก สว.มีการฮั้ว เป็นขบวนการใหญ่ที่ตั้งใจยึดอำนาจการปกครองของประเทศโดยพลเรือน ไม่ใช่การยึดอำนาจโดยทหารแบบในอดีต ยึดแล้วกำหนดให้ใครมาเป็นกรรมการในองค์กรอิสระก็ได้ ทำให้มันบิดเบี้ยวไปหมดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่