ได้ยินเสียง “ป๊อกๆๆ” ทีไร หวนนึกถึงวัยเด็ก ผมต้องลุกพรวดเปิดประตูบ้านตะโกนให้จอดทุกที ก่อนวิ่งเข้าบ้านหยิบชามใส่ก๋วยเตี๋ยว เสียงเคาะไม้ไผ่ดัง “ป๊อกๆๆ” ส่งสัญญาณว่าความอร่อยมาเยือนถึงหน้าบ้านแล้ว คือความสุขความทรงจำที่คิดถึงเมื่อไหร่เป็นสุขใจ “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอแนะนำร้าน “บะหมี่ป๊อกๆตาจัน” ของ “ตาจัน–ทอง มูนลิสัน” อายุ 78 ปี คุณตาสู้ชีวิตเลี้ยงลูกชายพิการผ่าตัดสมอง และหาเงินส่งหลานสาวเรียนระดับมหาวิทยาลัย ด้วยการถีบสามล้อขายบะหมี่ป๊อกๆภายในซอยหมู่บ้านสหกรณ์ ซอยเสรีไทย 57 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯผมได้ยินเรื่องราวของ “ตาจัน” จึงขับรถตะลอนตามหาร้านบะหมี่ป๊อกๆของคุณตา ตั้งแต่ต้นซอยหมู่บ้านสหกรณ์ จนถึงกลางซอยลึกเข้ามาร่วม 500 เมตร กระทั่งไปเจอสภากาแฟย่อมๆที่ “สวนพฤกษธรรม” เหล่าสมาชิกผู้สูงวัยนั่งถกสถานการณ์บ้านเมืองตั้งแต่เช้าจนสาย จึงถามไถ่ถึง “บะหมี่ป๊อกๆตาจัน” ได้ความว่าลุงจะปั่นสามล้อออกมาขายแถวสวนพฤกษธรรมตอนบ่ายสองโมง แต่ถ้าหิวก่อนสามารถเข้าไปอุดหนุนได้ที่บ้านตาจันในซอยสหกรณ์ 54 ซึ่งอยู่เกือบสุดหมู่บ้าน ผมจอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่ง เห็นชายชรากับรถสามล้อถีบดัดแปลงเป็นรถขายบะหมี่ป๊อกๆๆ มีร่มผ้าใบผืนใหญ่สีฟ้าไว้บังแดดบังฝน ในเวลาดวงตะวันใกล้ตรงศีรษะ “ตาจัน” จะใช้เวลาตระเตรียมข้าวของ เติมถ่านในเตาไฟรอน้ำเดือด พร้อมปั่นสามล้อออกตระเวนขาย“ป๊อกๆๆ” ตาจันเคาะไม้ไผ่ความยาวกว่าฝ่ามือเพื่อเรียกลูกค้า สภาพดูเก่าขลังบ่งบอกอายุการใช้งาน แต่เสียงกลับดังกังวานไม่มีตก “ขอบะหมี่เกี๊ยวครับคุณตา” ผมสั่งเมนูโปรดที่อยากกินมานาน“ตาจัน” หยิบเกี๊ยวห่อหมูสับใส่ลงหม้อก๋วยเตี๋ยวน้ำเดือดๆ แม้จะอายุเกือบ 80 ปี แต่ท่าทางของคุณตายังกระฉับกระเฉงกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่ว่าจะลวกเส้นหรือหั่นหมูแดง ก็ทำได้อย่างคล่องแคล่ว“ตาจัน” เสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวในชามโฟมเพื่อความสะดวก ทั้งเส้นทั้งเครื่องอัดแน่นเต็มชาม มาครบทั้งเส้นบะหมี่, เกี๊ยวห่อหมูสับ, หมูแดง, ลูกชิ้นปลาเส้น, ผักกวางตุ้ง, กากหมูเจียว, กระเทียมเจียว โรยต้นหอมผักชี น้ำปลาและน้ำส้มล้วนแต่ใช้ของดีมีคุณภาพ ชิมแล้วเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มได้มาตรฐาน ส่วนเกี๊ยวห่อหมูสับก็กลมกล่อมจากการหมักเข้ารสดี น้ำซุปมีความหอมจากหัวไชเท้าและกระดูกหมู ขณะที่กากหมูเจียวกรอบและหอมสดใหม่ดี กลิ่นควันจากเตาถ่านลอยมาเพิ่มบรรยากาศในการกิน เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่หาได้จากรถสามล้อขายบะหมี่ป๊อกๆๆของตาจัน ผมถือโอกาสที่ยังไม่มีลูกค้ายืนกินไปสัมภาษณ์คุณตาไปด้วย “ตาจัน” เล่าว่า “ขาย บะหมี่ป๊อกๆๆมา 44 ปีแล้ว ใช้รถซาเล้งถีบดัดแปลงเป็นรถขายบะหมี่ป๊อกๆๆ มีที่วางเตาถ่านด้านล่าง ผมเริ่มขายมาตั้งแต่ชามละ 6 บาท ปัจจุบันชามละ 40 บาท พิเศษ 50 บาท พื้นเพเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามากรุงเทพฯเป็นเชฟร้านอาหาร ได้ความรู้การทำอาหารตั้งแต่วัยรุ่น บ้านผมอยู่ในหมู่บ้านสหกรณ์ซอย 54 เริ่มขายจากท้ายซอยปั่นรถสามล้อไปจอดกลางซอยที่สวนพฤกษธรรม ตั้งแต่บ่ายสองถึงสี่โมงเย็น ทำมาหากินแบบนี้ทุกวัน”“เมื่อก่อนแข็งแรงกว่านี้ หมูแดงย่างเตาถ่าน แต่ตอนนี้ทำไม่ไหวแล้ว จึงเปลี่ยนมาใช้การต้มหมูแดงแทน ซึ่งสะดวกกว่า ทุกอย่างทำตามสูตรดั้งเดิม ทั้งน้ำซุป, หมูแดง, กากหมูเจียว ต้องรักษาคุณภาพให้ดี ร้านเราจะใช้แต่ของดีเท่านั้น ทั้งพริกทั้งถั่วก็คั่วเอง ผมไม่มีโรค ประจำตัวอะไร ทำของขายเท่าที่ร่างกายจะไหว ขายตามกำลัง วันหนึ่งใช้หมูแดงประมาณ 2–3 กิโลกรัม เอาแค่พอขายให้หมดวันต่อวัน” “ค้าขายพอไปได้ไหมครับตา” ผมถามตรงๆด้วยความสงสัยได้คำตอบจากตาจันว่า “เดี๋ยวนี้คนกิน น้อยลง เขาเปลี่ยนไปสั่งดีลิเวอรีส่งถึงบ้าน มันคงสะดวกกว่า” “ตามีลูกทั้งหมด 3 คน ตอนนี้เลี้ยงดู ลูกชาย คนกลาง อายุ 38 ปี ประสบอุบัติเหตุทำให้สมองพิการ ภรรยาของลูกชายเลิกกันไปตั้งแต่หลานสาวอายุ 2 ขวบ ตาขายก๋วยเตี๋ยว เลี้ยงลูกและส่งหลานสาวเรียน จนตอนนี้ หลานสาวเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ก็รู้สึกภูมิใจในตัวหลาน เพราะผลการเรียนเขาดี ทำให้ตามีกำลังใจทำมา หากิน ส่วนลูกสาวคนโตกับลูกสาวคนเล็กแต่งงานแยกไปมีครอบครัว ตาคิดว่าจะขายก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่มีวันเกษียณ เราเป็นนายจ้างตัวเอง ถ้าเหนื่อยวันไหนก็หยุดขายได้ พักผ่อนให้มีเรี่ยวแรงก่อน แล้วค่อยลุกขึ้นมาค้าขายต่อ เกิดเป็นคนก็ต้องทำมาหากินสู้ชีวิตกันไป” ตาจันกล่าวตามประสาคนเข้าใจชีวิต พูดคุยกันจบ “ตาจัน” ขอตัวไปขายก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆต่อ พร้อมเคาะไม้ไผ่ “ป๊อกๆๆ” เรียกลูกค้า สนนราคา ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา 40 บาท, พิเศษ 50 บาท มีเส้นให้เลือกทั้งบะหมี่, เส้นเล็ก, เส้นหมี่ และเส้นใหญ่ ร้าน “บะหมี่ป๊อกๆตาจัน” ขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. โทรศัพท์ 08–4719–4493 ใครผ่านไปแถวนั้น อย่าลืมแวะอุดหนุนเป็นกำลังใจให้คนสู้ชีวิต.คุณชายแป๊ะคลิกอ่านคอลัมน์ “คุณชายตะลอนชิม” เพิ่มเติม