บริหารจัดการล้มเหลว คงเห็นภาพการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกันแล้ว ปรากฏว่าแทนที่จะดีกลับกลายเป็นปัญหาซ้ำเติมปัญหา ก็เพราะจัดการไม่ดีพอ ไม่มีแผนการรองรับต่างคนต่างทำ ความจริงแล้วเบื้องต้นมันต้องมีวอร์รูมซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน อีกทั้งการรวมศูนย์ข้อมูลเพื่อรับรู้ปัญหาอยู่ตรงไหน หน่วยไหนรับผิดชอบที่สำคัญคือไม่มีผู้สั่งการ!ไม่มีผู้ชำนาญการทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างคนต่างทำต่างคนต่างแก้จึงไม่เกิดการประสานงานนี่ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่รีบกลับจากต่างประเทศก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นเนื่องจากรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องน้ำก็ไม่มีความรู้โดยตรง ไม่มีอำนาจสั่งการและประสานงาน ไม่มีที่ปรึกษาที่จะให้คำแนะนำหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็ว่าไปตามหน้างานเท่านั้นอย่างปัญหาที่แฟลตคลองจั่น ซึ่งน้ำท่วมขังหนักจนชาวบ้านไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนต้องติดอยู่บนห้องพักข้าว น้ำ ก็ไม่มีจะกินจะดื่มเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมจึงสั่งการให้หน่วยงานต่างๆระดมทีมงานเข้าไปช่วยเหลือ ทำโรงครัวเคลื่อนที่นี่เพียงแค่ตัวอย่างจุดหนึ่งก็เลยไม่ต้องแปลกใจ เมื่อนายกรัฐมนตรีจึงถูกด่าไปจมหู เนื่องจากไม่พอใจที่ทางราชการไม่มีใครช่วยดูแลพวกเขาดีที่ว่าฝนไม่ตกลงมาอีกทำให้น้ำลดทุกอย่างจึงคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นนี่ก็เพราะรัฐบาลชะล่าใจไม่คิดว่าจะหนักถึงเพียงนี้เล่นเอานายกรัฐมนตรีจ๋อยไปถนัดใจในความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้สภาพัฒน์ก็เสนอโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคกลางด้วยงบประมาณฯ 1.6 แสนล้านบาทก็เลยดูดีขึ้นมาหน่อยเพราะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริง เอาจังในการแก้ปัญหา เพราะกว่าจะดำเนินการได้ก็ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นเพราะสภาพอากาศของโลกเปลี่ยนไปมาก ฝนจะตกมากขึ้น น้ำก็คงท่วมมากขึ้น จากนี้ไปไม่ต่างไปจากเรื่องไฟป่าที่ลุกลามไปทั่วโลกแล้วดังนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำจึงต้องบรรจุอยู่ในวาระแห่งชาติทุกรัฐบาลจะต้องมีนโยบายนี้ถ้าลึกลงไปอีกก็คือน้ำท่วมโลกแต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเอาแค่แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบจึงเป็นเรื่องด่วนที่จะละเลยไม่ได้เป็นอันขาดเพราะถ้าปล่อยไปอย่างนี้ก็จะเดือดร้อนกันทุกปีเป็นแบบซ้ำซากที่จะต้องเสียเงิน เสียชีวิต เสียทรัพย์สินแบบไม่จบสิ้นสำคัญก็คือเสียความรู้สึก!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม