ชุดสืบสวนตำรวจเพชรเกษมโชว์ปิดคดีวางเพลิงบริษัทขายถังบำบัดย่านบางแคใช้เวลาแค่ 4 วัน ตามรวบสาวแสบหัวหน้าฝ่ายขายแอบยักยอกเงิน 10 ล้าน จ้างอดีตแฟนหนุ่มชาวตุรกี 1 หมื่นบาท ลอบเข้าไปเผาตู้เอกสารหลักฐานกระทำผิดที่บริษัทรวบรวมเตรียมเล่นงาน แต่เกิดลามวอดทั้งบริษัท หลังถูกจับสารภาพหมดเปลือกนำเงินทำศัลยกรรมทั่วทั้งตัว หวังเตะตาหนุ่มๆสาวแสบจ้างแฟนเก่าเผาบริษัททำลายหลักฐานยักยอกเงิน 10 ล้านบาท เปิดเผยเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์ รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม นำกำลังฝ่ายสืบสวนจับกุมนายเอมเรส บาดาส อายุ 31 ปี ชาวตุรกี ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 26 ก.ย.69 ข้อหาผู้ต้องหาคดี “วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” จับได้ที่ห้องเลขที่ 416 ลุมพินี สวีท ดินแดง-ราชปรารภ ถ.อโศก-ดินแดง แขวงและเขตดินแดง กทม. และ น.ส.ชนกนันท์ หรือหวาน อุปถัมภ์ อายุ 40 ปี ชาว กทม. ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีลงวันที่ 28 ก.ย.69 ข้อหา “เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” จับได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 234ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงและเขตหนองแขม กรุงเทพฯสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.49 น. วันที่ 25 ก.ย. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.เพชรเกษม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สน.เพชรเกษม มีเหตุเพลิงไหม้ บริษัท แซน เทค เซ็นเตอร์ จำกัด เลขที่ 82/358-359 โครงการสำเพ็ง 2 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 3 ชั้นครึ่ง ชั้น 1-3 เป็นออฟฟิศ เพลิงลุกไหม้จากชั้นล่างลุกลามขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวัสดุภายในเป็นเเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะทำงานและเอกสาร เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 30 นาที ควบคุมเพลิงไว้ได้ พื้นที่ลุกไหม้เสียหายประมาณ 90% ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลังเพลิงสงบ พ.ต.อ.ปราโมทย์ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาจุดต้นเพลิง พบว่าอยู่ที่ตู้ใส่เอกสารชั้น 1 จำนวน 2 จุด บริเวณดังกล่าวไม่มีปลั๊กหรือสวิตช์ไฟที่อาจจะลัดวงจร และได้กลิ่นน้ำมันเบนซิน มั่นใจได้ว่าเป็นการวางเพลิง ประกอบกับนายสัญญา แก้วนิรัตน์ ผู้บริหารบริษัท ให้รายละเอียดว่า ออฟฟิศนี้มีพนักงานประมาณ 50 คน ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับถังบำบัด มีโรงงานผลิตอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร สำหรับตู้เก็บเอกสารที่เป็นต้นเพลิงได้เก็บเอกสารที่บริษัทสั่งฟ้อง น.ส.ชนกนันท์ หัวหน้าฝ่ายขาย ที่แอบยื่นยอดขายปลอมให้บริษัท กระทั่งปี 69 จับได้ว่า น.ส.ชนกนันท์ โกงเงินบริษัทเป็นเงินกว่า 6 แสนบาท แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.เพชรเกษม น.ส.ชนกนันท์ไกล่เกลี่ยคืนเงินให้ 6 แสนบาท แต่เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไป 10 ปี พบความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท บริษัทได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเก็บไว้ในตู้เอกสารนี้ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดด้านหน้าบริษัท ทำให้ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีชายชาวต่างชาติสวมหมวกกันน็อกเต็มใบใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าขี่ จยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู ขาว ทะเบียน 7กต 1781 กรุงเทพมหานคร มาจอดหน้าบริษัท ใช้คีมตัดกุญแจสายยูเข้าไปก่อเหตุ พบชื่อผู้ครอบครองรถเป็นบริษัทรถเช่าอยู่ย่านทองหล่อ ผู้เช่าคือนายเอมเรส เช่าตั้งแต่วันที่ 22-24 ก.ย.วันละ 200 บาท รวมยอดจ่าย 600 บาท และนำรถไปส่งคืนวันที่ 25 ก.ย. หลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตามไปที่พักและจับกุมไว้ได้สอบสวนนายเอมเรสให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจาก น.ส.ชนกนันท์ อดีตแฟนสาวที่ตนรักมาก แต่เพิ่งเลิกกันได้ 2 เดือน อดีตแฟนสาวโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังอ้างว่า ถูกบริษัทฟ้องเรียกเงินกว่า 10 ล้านบาท ชดใช้ไปแล้ว 6 แสน แต่บริษัทไม่ยอม และรวบรวมเอกสารย้อนหลังจำนวนมากเพื่อใช้เป็นหลักฐาน โดย น.ส.ชนกนันท์จ้างตน 1 หมื่นบาท ให้เข้าไปช่วยเผาบริษัททั้งหมด โอนเงินให้ครั้งแรก 1 พันบาท ครั้งที่ 2 ให้อีกแค่ 5 พันบาท จากนั้นได้เหมารถแท็กซี่มาดูลาดเลา 2 วัน และ น.ส.ชนกนันท์นำกุญแจสำรองมาให้ที่ห้างเทอร์มินอล 21 อโศก กำชับให้ซื้อคีมตัดเหล็กไปด้วยเพราะไม่แน่ใจเจ้าของจะเปลี่ยนกุญแจหรือเปล่านายเอมเรสให้การต่อว่า หลังซื้อคีมตัดเหล็กตามคำสั่งอดีตแฟนสาว ไปเช่ารถ จยย. เติมน้ำมัน เบนซินจนเต็มถัง แล้วดูดออกใส่ขวดน้ำโพลาลิสขนาด 1.5 ลิตรได้ 2 ขวด ก่อนไปที่บริษัทผู้เสียหาย ใช้กุญแจสำรองไขไม่ได้จึงใช้คีมตัดเข้าไปก่อเหตุ แต่คิดว่าอาจมีคนพักจึงเผาแค่ตู้เก็บเอกสาร ไม่คิดว่าจะลุกลามไหม้หมดทั้งอาคารหลังคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ขยายผลตามไปรวบตัว น.ส.ชนกนันท์ได้ที่บ้าน สอบสวนรับสารภาพ นำเงินทั้งหมดที่ยักยอกมาไปใช้ส่วนตัว และทำศัลยกรรมทั้งร่าง เพื่อให้หนุ่มๆสนใจ จากนั้นนำตัวทั้งคู่ส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ดำเนินคดีตามกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่