“ดีดีการบินไทย” แถลงขอโทษผู้โดยสาร รับน้ำท่วมทำกระทบแรงงานที่มีทักษะและใบอนุญาตเฉพาะขาดแคลนหนัก ทำเที่ยวบินดีเลย์ 100% เหยียบพันไฟลท์ ขอเวลา 72 ชั่วโมงเร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้างกว่า 5,600 ใบ เปิดแผนแก้ไขเฉพาะหน้า ลดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ 30-40% หรือยกเลิกเที่ยวบินโอนผู้โดยสารไปยังเที่ยวบินอื่นให้สอดคล้องกับขีดความสามารถและกำลังคน รวมทั้งดึงกำลังทหารและผู้ประกอบการภายนอกช่วยเร่งระบายสัมภาระถึงมือเจ้าของโดยเร็วที่สุด คค.จี้การบินไทยเร่งสางวิกฤติสัมภาระตกค้าง จ่อชงเปิดประชุมบอร์ดแก้ปัญหาด่วน ชี้ต้องรับผิดชอบชดเชย ด้าน “สุรศักดิ์” รมว.การท่องเที่ยวฯ อัดยับ การบินไทยบริหารจัดการล้มเหลว หวั่นกระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย หากผู้บริหารไร้ใจเหตุใกล้หมดวาระ ควรพิจารณาตัวเองลาออกจากเหตุชุลมุนวุ่นวายที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา กระเป๋าเดินทางผู้โดยสารมากกว่า 3,000 ใบตกค้าง มีผู้โดยสารกว่า 500 คน มารอติดตาม สาเหตุปัญหาเนื่องจากน้ำท่วม ทำให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้น (การบินไทย) มาทำงานไม่ได้รถ ลำเลียงสัมภาระขัดข้อง ขณะที่ รมว.กลาโหม พร้อมเสนาธิการทหารอากาศ ลงพื้นที่ส่งกำลังพลทหาร 131 นาย จาก ทบ. และ ทอ. เข้าช่วยขนย้ายสัมภาระและอำนวยความสะดวก ร่วมกับผู้บริหาร ทอท. และ AOT เพื่อเร่งเคลียร์กระเป๋าคืนผู้โดยสารโดยเร็วความคืบหน้าเรื่องขายหน้าชาวโลกที่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. บรรยากาศที่สนามบิน สุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 ประตู 1 ยังเต็มไปด้วยความโกลาหล มีผู้โดยสารจำนวนมากเดินทางเข้ามารอรับกระเป๋า เข้าแถวรอติดต่อเจ้าหน้าที่ ของการบินไทย เพื่อสอบถามถึงกระเป๋าสัมภาระของตน ที่ต้องรอมารับตั้งแต่ 2 วันก่อน จนบัดนี้ยัง ไม่มีวี่แววที่จะได้รับ พอเข้าไปตรวจสอบหากระเป๋าของตัวเองก็ยังอยู่ด้านล่างเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เสียเวลา เดินทางมารับกระเป๋า บางคนเดือดร้อนหนักเนื่องจากในกระเป๋ามียาและของใช้จำเป็นของผู้สูงอายุที่ต้องใช้ ส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาและผู้โดยสารที่โดนยกเลิกเที่ยวบิน มีนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมผู้บริหาร ลงมาดูแลและอำนวยความสะดวกน.ส.นวรัตน์ หนึ่งในผู้โดยสารที่มารอรับกระเป๋า เล่าว่า จะเดินทางไปญี่ปุ่นกับสายการบินไทยไฟลท์ 1 ทุ่ม วันที่ 28 ก.ย. มารอตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืน ได้รับแจ้งว่าเที่ยวบินถูกยกเลิก จึงเดินทางไปหาที่พัก และกลับมาอีกครั้งว่าจะได้บินไฟลท์ไหน ปรากฏว่า โดนยกเลิกอีก ตัดสินใจจะไปสายการบินอื่น แต่มี ติดอยู่นิดนึงระหว่างที่รอรู้ว่ากระเป๋าน้องชายติดค้าง อยู่ที่สนามบินที่เดินทางมาจากภูเก็ตมากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 3 วันแล้วยังไม่ได้กระเป๋า จึงพากัน มารอหากระเป๋าให้น้องชาย ส่วนน้องชายต้องไปทำงาน กลัวจะหาย เพราะมีของสำคัญอยู่ในกระเป๋า ส่วนสายการบินนั้นยังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าน้องชาย จะได้กระเป๋าเมื่อใดต่อมา เวลา 12.45 น. ที่อาคารปฏิบัติการบิน การบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวถึงปัญหาการบริหารจัดการสัมภาระ ผู้โดยสารที่ตกค้าง และการให้บริการเที่ยวบินที่ล่าช้า ว่า บริษัทการบินไทยขอรับผิดชอบ กราบขอโทษผู้โดยสารทุกคน ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา เที่ยวบิน ที่ออกจากกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ทำให้เที่ยวบินการบิน ไทยล่าช้า เกือบทั้งหมด 100% รวมกว่า 1,000 เที่ยวบิน มีเที่ยวบิน ตรงเวลา 3% กระเป๋าตกค้างในสนามบินรวมกว่า 5,600 ใบ สะท้อนว่ากำลังการผลิตในปัจจุบันไม่สามารถ รองรับตารางบินเดิมได้ ตัดสินใจลด หรือยกเลิกเที่ยวบิน โอนผู้โดยสารไปเที่ยวบินอื่น เช่นเดียวกับการให้บริการภาคพื้นที่การบินไทยเป็นผู้ดำเนินการ ได้ประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หรือ AOT จ้างบริษัทลูก ทอท. คือบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด เข้ามาจัดการขนกระเป๋าแทนการบินไทยเพื่อให้เที่ยวบินยังดำเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเวลามากขึ้นดีดีการบินไทยกล่าวต่อว่า ปัญหาหลักที่เกิดขึ้น เนื่องจากแรงงานทั่วไปและแรงงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ หรือมีใบอนุญาตในการปฏิบัติงานจำนวนมาก พักอยู่รอบสนามบินได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ โดยเฉพาะแรงงานที่มี ทักษะและใบอนุญาตเฉพาะ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญต่อการ ปฏิบัติการภาคพื้น สำหรับแรงงานทั่วไปที่ต้องใช้ในระบบ มีประมาณ 500 คน แต่ขาดไปมากกว่า 200 คน แม้จะ ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่แรงงานทักษะและใบอนุญาตเฉพาะ โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องปฏิบัติงานบริเวณเครื่องบิน เดิมควรมีประมาณ 45 คน แต่ขณะนี้มีประมาณ 20 คน การบินไทยได้รับการสนับสนุนรถจากกองทัพเข้าไปรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบถึงบ้านออกมาปฏิบัติงาน บางรายยังกังวลเกี่ยวกับบ้านและครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็มจำนวน ขณะที่แรงงานทั่วไปได้รับการสนับสนุนจากกองทัพระดมกำลังเข้ามาช่วยในพื้นที่ 100 ราย อีกทั้งปัญหาเหล่านี้ยังเกิดขึ้นกับการบริหารจัดการคาร์โก้สะสมและล้นคลัง ได้เร่งประสานผู้ประกอบการและลูกค้าให้เข้ามา รับคาร์โก้ออกไปเพื่อเปิดพื้นที่ในคลังนายชายกล่าวอีกว่า ได้พยายามแก้ปัญหาด้วยการจัดสรรค่าตอบแทนเพิ่มเติม หรืออินเซนทีฟให้แก่แรงงาน รวมถึงให้ฝ่ายบริหารติดต่อพนักงานเป็นรายบุคคลและลงพื้นที่ถึงบ้าน เนื่องจากงานบางประเภทไม่สามารถใช้บุคลากรทั่วไปทดแทนได้ทันที ส่วนระยะเวลาลดเที่ยวบิน อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อดึงแรงงานที่มีทักษะกลับเข้าสู่ระบบและ ปรับสมดุลการปฏิบัติการ บริษัทตั้งเป้าหมายบริหารจัดการสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 72 ชั่วโมง พร้อมเร่งเคลียร์สัมภาระที่ค้างอยู่ในอาคารผู้โดยสารให้ได้มากที่สุดภายในวันนี้ ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมสายการบินอื่นไม่กระทบ เพราะการบินไทยมีกรุงเทพฯเป็นฐานการผลิต สายการบินอื่นไม่ต้องใช้กระบวนการโหลดของ แต่การบินไทยทำมากกว่า เพราะมีหลายกระบวนการที่ต้องใช้ฐานกรุงเทพฯ ทั้งโหลดอาหารและคาร์โก้ ดังนั้นตอนนี้ต้องลดกำลังการผลิตลง 30% เพื่อให้การดำเนินงานกลับมาให้ได้นายชายกล่าวต่อด้วยว่า ปัญหาจัดการสัมภาระตกค้าง ปัจจุบันมีประมาณ 5,600 ใบ จะเร่งนำกระเป๋าที่ตกค้างจากพื้นที่ภายในออกมาไว้ในพื้นที่ที่ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้โดยสารติดต่อเข้ามารับสัมภาระ ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและเว็บไซต์การบินไทย ส่วนสัมภาระผู้โดยสารที่เดินทางในวันที่ 26—27 ก.ย. พร้อมรับคืน ได้จัดพื้นที่บริเวณอาคาร ผู้โดยสารหลัก ประตู 1 บริเวณขาเข้า เพื่อให้บริการผู้โดยสารในการติดต่อรับกระเป๋า ส่วนกระเป๋าที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ผู้โดยสารยังไม่สามารถมารับเอง บริษัทจะจัดส่งให้ถึงปลายทาง ได้จัดหาผู้ประกอบการ มาช่วยแล้ว 3 ราย คาดว่าวันนี้จะสามารถเพิ่มปริมาณการจัดส่งได้มากขึ้น“การบินไทยมีแผนสำรองสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ผลกระทบด้านแรงงานรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ โดยเดิมบริษัทคาดว่าจะยังสามารถรักษากำลังการผลิตได้ประมาณ 80% แต่เมื่อแรงงานจำนวนมากไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้ ทำให้กำลังการผลิตลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงจำเป็นต้อง ลดเที่ยวบินและเร่งระดมกำลังคนกลับเข้าสู่ระบบ” นายชายกล่าวด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย ชี้แจงว่า เกิดจากพนักงานประสบภัยน้ำท่วมจนขาดแคลน พร้อมรับปากจะเคลียร์กระเป๋าตกค้างให้เสร็จในวันนี้ ขณะที่กระทรวงคมนาคมเสนอเปิดประชุมบอร์ดการบินไทยด่วนเพื่อวางมาตรการแก้ไข พร้อมชี้แจงสาเหตุคาดว่าเกิดจากภาระงานบริการภาคพื้น (SLA) ที่ต้องดูแลสายการบินพันธมิตรด้วย ทำให้พนักงานไม่พอ ส่วนมาตรการชดเชยเยียวยาผู้โดยสาร เป็น ความรับผิดชอบโดยตรงของการบินไทย หากละเลย ความเสียหายทางธุรกิจจะตกอยู่กับบริษัทเอง กระทรวงคมนาคมยังได้แสดงความกังวลถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ของการบินไทย เห็นว่ารัฐบาลควรได้รับคำตอบและความร่วมมือที่ดีกว่านี้ ที่ผ่านมากระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ทั้งการที่ AOT เข้ามารับผิดชอบดูแลอาหารแก่กำลังพลทหารอากาศที่มาช่วยงาน การจัดส่งยานพาหนะ และเครื่องสูบน้ำไปช่วยบรรเทาภัยน้ำท่วมที่บ้านพักพนักงานการบินไทยให้ออกมาปฏิบัติงานได้ แต่สิ่งที่ตอบกลับมายังสะท้อนถึงการบริหารจัดการและความรับผิดชอบต่อผู้โดยสารที่น้อยเกินไป โดยเฉพาะการสื่อสารข้อมูลอย่างตรงไปตรงมากับลูกค้าเช้าวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เจอปัญหานี้ด้วยตัวเองเนื่องจากเพิ่งโดยสารการบินไทยกลับจากญี่ปุ่น แม้ต้นเหตุส่วนหนึ่งจะมาจากปัญหาน้ำท่วม แต่สาเหตุหลักกลับมาจากความไม่พร้อมด้านการบริหารจัดการของการบินไทย ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาพลักษณ์ประเทศ และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว คาดว่าเกิดจากการที่สายการบินนำพนักงานตนเองไปให้บริการแก่สายการบินอื่นที่รับจ้างจัดการภาคพื้นดินไว้ก่อนเพื่อเลี่ยงการโดนปรับตามสัญญา ส่งผลให้เที่ยวบินผู้โดยสารการบินไทยต้องประสบปัญหาล่าช้า ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยัน ไม่มีปัญหาเที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ แต่เกิดจากความไม่พร้อมทางเทคนิคและการบริหารจัดการของสายการบิน อีกทั้งไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่มาช่วยเหลือ ผู้บริหารการบินไทยต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ หากคิดว่าใกล้หมดวาระแล้วไม่พร้อมแก้ปัญหา ควรพิจารณาลาออกให้ผู้ที่มีความตั้งใจเข้ามาบริหารจัดการแทน คนที่อยากทำจะได้มาช่วยทำให้ดีขณะที่ พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการ ทหารอากาศ ร่วมประชุมกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม หลังเดินทางไปรับทราบปัญหา และหารือด้านการให้บริการภาคพื้นแก่ผู้โดยสาร ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ พร้อมกล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว กองทัพอากาศ จัดกำลังพลจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน 69 คน เข้าปฏิบัติงาน และจะปรับแผนเสริมกำลังพลเพิ่มเป็น 100 คนเข้าปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้น บริษัท การบินไทยฯและเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ บรรเทาปัญหาอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร การจัดการสัมภาระและสินค้าตกค้างทันทีจนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ พล.อ.อ.อนุรักษ์ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพลที่ปฏิบัติงาน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และอาคารสำนักงานคลังสินค้าการบินไทย สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมให้โอวาทในการปฏิบัติงาน มีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของประเทศ ชาติต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่