คึกเป็นม้าศึก เข้มสมเป็น “สีน้ำเงิน” กันทีเดียว หลังพ้นด่านตรวจโกง “ฮั้ว สว.” ทันทีที่ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” เข้าประจำการด้วยเสียงขึงขัง เล่นบทผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ประกาศตัวพร้อมเป็นผู้นำ “ปราบโกง”ช่วงนี้ให้สัมภาษณ์แต่ละเรื่องแบบตีบทแตก เอาแค่เอ่ยถึงปมโกงสอบท้องถิ่น ก็ทำสะท้าน สะเทือนแก๊งโกง ประกาศต้องจัดการเด็ดขาด ฟาดให้ยับ “เพราะเหมือนมาโกงบนหัวผม”แม้แต่ล่าสุดเรื่องเข้าตัวเต็มๆ เมื่อโดนนักข่าวซักถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กรณี กกต.พิจารณาปมฮั้ว สว. ไม่มีรายชื่อนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยถูกส่งต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง แต่ชาวบ้านไม่เชื่อคิวนี้ผู้นำพูดสวนสั้นๆแต่เข้มขลัง “คนเชื่อก็มี”เพียงแต่ก็ยังมีงานให้ “อนุทิน” ต้องเคลียร์ใจคิวนี้ โดยเฉพาะที่โดนส่งฟ้องศาลปมฮั้ว สว. ทั้งบ้านใหญ่สายปักษ์ใต้ ของ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯและ รมว.คมนาคม และ “ลูกเทพคนช้ำ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย หรือซุ้มภาคกลาง จ.ประจวบฯ สาย “ไทยเศรษฐ์” รวมทั้งชื่อดังอย่าง “สหายแสง” ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯจากนครพนม ฯลฯ ยังไม่รวมอดีตบิ๊กท็อปบูต อดีต ขรก.ใหญ่ไม่ให้ก๊วนน้ำเงินเข้มเหมือนถูกคัดออก เป็นทิชชูเช็ดแล้วทิ้งเป็นสนิมเนื้อในลุกลามลากไส้สะเทือนทั้ง “ก๊กสีน้ำเงิน”อย่างไรก็ดี อีกโจทย์ท้าทาย “อนุทิน” มีมาอีกแล้ว กรณีข่าวฉาวข้ามโลก เมื่อ 2 คณะกรรมาธิการฯในสภาผู้แทนฯ ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งเรื่องถึงรัฐบาลกลาง ให้ตรวจสอบข้อมูลและ “คว่ำบาตร” 28 รายชื่อที่เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ และการค้ามนุษย์ ในย่านอาเซียนนอกจากเครือข่ายตระกูลฮุน เขมรเทา—จีนเทา ติดบ่วงอื้อซ่า ที่น่าตกใจ มีชื่อ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีต รมช.คลัง รัฐบาลภูมิใจไทยเฟสแรก ติดบัญชีดำด้วยเป็นเรื่องที่ “นายกฯอนุทิน” แค่โยนลูกให้ “วรภัค” ที่ออกมาแสดงตัว พร้อมส่งเรื่องแก้ข้อกล่าวหาแล้วจะโบ้ยไม่ใช่เรื่องรัฐบาล คงไม่พอเรียกแต้มได้ที่สำคัญเรื่องร้อนนี้ ทำท่าจะลามเขย่ารัฐบาล ฝ่ายค้าน ทั้ง “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “รังสิมันต์ โรม” ประธาน กมธ.พรรคประชาชน ประสานเสียงบี้รัฐบาล ตรวจสอบเข้ม เส้นทางการเงินแก๊งฟอกเงินไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่า กลไกรัฐไทยด้อยประสิทธิภาพเป็น “เป็ดง่อย” เจอแรงกระแทกตามไปด้วยยิ่งวันนี้เริ่มมีคนพูดถึง มาตรการกลั่นกรองคนมาเป็น รมต. เปรียบเทียบรัฐบาลภูมิใจไทย กับรัฐบาลเพื่อไทยที่ผู้นำถูกข้อหาปมจริยธรรม จนตกเก้าอี้ถึงแม้ “อนุทิน” จะเคลียร์จบไปแล้ว เมื่อให้ “วรภัค” ลาออกไป ตั้งแต่เรื่องยังไม่ฉาวชัดๆก็ตามนั่นก็ยังไม่เท่าไหร่ เรื่องที่นายกฯต้องรีบเช็กข้อมูลเป็นการด่วน ก็รายการที่นายกรณ์ ออกมาชี้ข้อกล่าวหาคนไทยในขบวนการสแกมเมอร์ แก๊งฟอกเงินในประเทศไทยไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีอีกเป็นสิบโดยเฉพาะ “ตัวใหญ่” ชื่อเฉี่ยววงการอำนาจ 4—5 รายถึงแม้ว่าที่ผ่านมา จะมีภาพนายกฯโชว์ความจริงจังคิวนี้ ทั้งไฟเขียวขึ้นแบล็กลิสต์ ขณะที่ ป.ป.ง.ประสานสั่งยึดอายัดทรัพย์เป็นหมื่นล้านบาท ล็อกเป้าแก๊งสแกมเมอร์ตัวใหญ่ นักธุรกิจเขมรเทาที่มาฝังตัวในไทยเป็นระลอกล้างข้อครหา กรณีภาพเก่าที่เป็นภาพลบต่อบุคคลชนชั้นนำในประเทศไทย ทั้งนักการเมือง คนในเครื่องแบบ อดีตบิ๊กสีเขียว สีกากี แม้แต่ “อนุทิน” ก็เคยร่วมโต๊ะร่วมเฟรม “หัวทองใจเขมร” ตัวใหญ่แก๊งฟอกกระทั่ง “ผังสแกมเมอร์” ที่มีนักข่าวฝรั่งแฉฉายภาพขบวนการครบ การลงทุนหลากวงการในประเทศไทยพาดพิงนักการเมือง นักธุรกิจ อดีตบิ๊กข้าราชการ นายแบงก์ วาณิชธนกิจ ตลาดเงินตลาดทุน อสังหาฯ ก่อสร้าง ขนส่ง พลังงาน ธุรกิจสุขภาพ ใบเขียว มอเตอร์สปอร์ต ขบวนการยาเสพติดบริเวณชายแดน ฯลฯวันนี้จึงเหมือนไฟต์บังคับ “นายกฯอนุทิน” ต้องทำให้ชัด เช่นเดียวกับหน่วยงานกำกับ ฝ่ายตรวจสอบทั้งหลายจะต้องเลิกกั๊ก เลิกบิด เบี่ยงเบนข้อมูลถ้าไม่ปิดตาข้างเดียวก็จะเห็นชัด แก๊งฉาวกระฉ่อนโลกกระตุกให้ปราบ “แก๊งฟอกเงินสแกมเมอร์” เข้มข้น ไม่ปล่อยกระทบชื่อเสียงประเทศ ภาพรัฐบาลหมองต้องรีบป้องสีน้ำเงิน ไม่ให้โดนป้ายสี “เคลือบเทา”.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม