โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยักแย่ยักยัน มาแล้ว 8 ปี และอาจไม่มีการก่อสร้างโครงการนี้อีกต่อไป เนื่องจาก บริษัทเอเชีย เอรา วันของกลุ่มซีพี ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูล พยายามจะขอยกเลิกสัญญาไม่เดินหน้าโครงการตามเงื่อนไขที่ตกลงกันฝ่ายรัฐบาล “นายกฯอนุทิน ชาญ วีรกูล” ก็เล่นบทเฉื่อยลมโชย ไม่รีบร้อน กระตือรือร้น เจรจาผ่าทางตันกับฝ่ายเอกชน เพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) เดินหน้าต่อไปทั้งๆที่โครงการนี้จะเกิดประโยชน์ อย่างสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว!!หากสุดท้ายโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 224,544 ล้านบาท ต้องล้มควํ่ากลางคันถ้าจะเปิดประมูลใหม่ คงต้องเสียเวลาไปอีกไม่ตํ่ากว่า 2 ปีประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจจากโครงการนี้ไปถึง 10 ปี อย่างน่าเสียดาย“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่กลุ่มซีพียื่นความจำนงจะไม่ลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินตามสัญญายังเกิดผลกระทบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมเพราะผู้ชนะประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นอกจากได้สัมปทานผลประโยชน์ระยะยาวถึง 50 ปียังได้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์อีก 50 ปียังได้สัมปทานพัฒนาที่ดินทำเลทองย่านมักกะสัน 150 ไร่ ไปอีก 50 ปีและรัฐบาลต้องจ่ายเงินลงขันให้กลุ่มซีพีอีก 117,226 ล้านบาทตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าเมื่อกลุ่ม ซีพีเกิดถอดใจขอยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกลางคันกลุ่มซีพีจึงขอคืนสัมปทานรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์ให้การรถไฟตั้งแต่สิ้นเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไปล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ได้เจรจาขอร้องกลุ่มซีพีให้เดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคมปีหน้า หรือยืดเวลาไปอีก 4 เดือนการคืนสัมปทานรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ของกลุ่มซีพีจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถไฟฟ้าสายนี้เกือบแสนคนต่อเที่ยวต่อวันอย่างแน่นอน“แม่ลูกจันทร์” ขอเรียกร้องให้กลุ่มซีพีและรัฐบาลอนุทิน รีบเปิดเจรจาผ่าทางตันให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนร่วมกันหา “จุดลงตัว” ให้โครงการทั้งหมดสามารถเดินหน้าต่อไป“แม่ลูกจันทร์” ขอเรียกร้องบริษัทเอเชีย เอรา วันของกลุ่มซีพีให้ยับยั้งชั่งใจ ไม่คิดแต่จะยกเลิกสัญญาตะพึดตะพือเพราะโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน กลุ่มซีพีเต็มใจเข้าประมูลแข่งขันเองแถมวงเงินลงทุนทั้งหมด กลุ่มซีพีก็เป็นผู้เสนอเข้ามาเองการขอยกเลิกสัญญากลางคัน (เพราะกลัวขาดทุน) จึงไม่ใช่เหตุผลที่ดีเพราะเงื่อนไขในสัญญาเป็นข้อเสนอของกลุ่มซีพีเอง“แม่ลูกจันทร์” มองว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในช่วงแรกอาจขาดทุนแต่การได้สัมปทานจัดเก็บผลประโยชน์ระยะยาว 50 ปี จะได้กำไรสูงกว่าที่คาดไว้อย่างแน่นอน!!อนึ่ง การขอยกเลิกสัญญากลางคัน มีผลกระทบแผนพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมรัฐบาลต้องฟ้องเรียกค่าชดเชยความเสียหายจากเอกชนคู่สัญญาถ้ารัฐบาลไม่ฟ้องกลุ่มซีพี ก็เข้าข่ายซูเอี๋ยน่ะซีโยม.“แม่ลูกจันทร์”คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม